โฆษกรัฐบาล เผย ครม.สัญจรสงขลา จ่อพิจารณางบฯ ฟื้นฟูหลังน้ำท่วม
โพสต์เมื่อ : 17 ก.พ 2568 เวลา 8:48 น.
โฆษกรัฐบาล เผย ครม.สัญจรสงขลา จ่อพิจารณางบฯ ฟื้นฟูหลังน้ำท่วม วงเงินรวม 302 ล้าน เล็งพิจารณางบ 402 ล้าน ดูแลโลมาอิรวดี ส่งเสริมการท่องเที่ยว-อนุรักษ์ จ่อยกระดับรถไฟรางคู่เสริมการค้าสู่อินโดจีน ด้าน "ศศิกานต์" แหลงใต้ หวังมีการพัฒนาตามมาในภาคใต้
เวลา 12.10 น. วันที่ 17 ก.พ. 68 ที่จังหวัดพัทลุง นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ว่า จะมีการประชุมกันในวันพรุ่งนี้ โดยมีสาระสำคัญหลายประเด็น โดยเฉพาะการอนุมัติงบประมาณในพื้นที่ภาคใต้ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ในส่วนของจังหวัดสงขลาจะมีงบประมาณเกี่ยวกับสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วม เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 วงเงินประมาณ 302 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ประมาณจังหวัดละ 100 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นการคืนพื้นที่ถนน การสร้างเขื่อนริมคลองต่างๆ ที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรมเสียหาย
เรื่องสำคัญของจังหวัดสงขลาที่น่าสนใจคือการสนับสนุนเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว หรือการอนุรักษ์ทางธรรมชาติ ซึ่งจะมีการพิจารณางบประมาณประมาณ 402 ล้านบาท แต่การดูแลโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา จึงเป็นแผนในระยะ 5 ปี ถือว่าจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและร่วมกันอนุรักษ์พันธุ์ปลาสำคัญ นั่นคือ ปลาโลมาอิรวดี
สำหรับเรื่องของการท่องเที่ยวนั้น ทางผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวได้รายงานมาว่าในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียจำนวนมากเดินทางเข้ามายังด่านสะเดา และด่านปาดังเบซาร์ จากการที่ตนได้เดินทางไปยังพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เมื่อวานนี้ถึงไม่เคยไปมาก่อนในชีวิต ตื่นเต้นมาก ดูแล้วเป็นเมืองที่มีความคึกคัก นักท่องเที่ยว 95% เป็นชาวไทย - มาเลเซีย ตลาดทั้งคืน ตั้งแต่หัวค่ำจนถึงช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. ยังมีความคึกคักอยู่ เพราะฉะนั้นที่เบตงถือเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่ง ในตลาดเดียวกันก็จะมีการส่งข้อมูลให้กับคณะรัฐมนตรีได้ไปพิจารณา เดินจากที่เบตงได้มีการสร้างสนามบินแห่งใหม่ ที่ใหญ่มาก และได้มีเครื่องบินพาณิชย์มาลงจอดครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 เติมผ่านมาแล้ว 1 ปีแต่ก็ยังมี Charter Flight ไปที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งนี่จะเป็นจุดท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่ง
ในส่วนของอำเภอสงขลา ขณะนี้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียได้เข้ามาจำนวนมาก โดยคณะทำงานได้ลงพื้นที่ไปดูเพื่อพิจารณาการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว
สำหรับเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ในวันพรุ่งนี้เวลา 15.00 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ด่านสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งจุดนั้นเป็นด่านที่ใช้กันจำนวนมาก เพราะเป็นด่านเข้าออก ที่สามารถวิ่งผ่านด่านสะเดาไปยังปีนัง หรือวิ่งลงทางใต้ไปยังกัวลาลัมเปอร์ได้ โดยจะมีการพัฒนาตรงนั้น จนขนาดนี้หลานสะเดาแห่งใหม่ยังไม่สามารถเปิดได้บริการได้ เนื่องจากมีรอยต่อเส้นทางระหว่างไทยกับมาเลเซีย ประมาณ 300 เมตร ซึ่งรัฐบาลมาเลเซียได้ทำถนนมาจอดไว้แล้ว และเราต้องทำถนนต่อเนื่องออกไปอีกแค่ 300 เมตร หลังจากผ่านด่านศุลกากรของเราไป ชนานันท์คงมีการพูดคุยกันว่าหากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเคยเสนอไว้งบประมาณ 28 ล้านบาท ถ้ารัฐบาลพิจารณาแล้วจะสามารถใช้ได้หรือไม่ แบบไหนอย่างไรก็จะได้เร่งเปิดให้บริการ ด่านนอกที่ด่านสะเดาเดิมจะได้ลดความแออัด จะได้มีการแยกรถขนส่งสินค้าไปที่ด่านแห่งใหม่ ส่วนคนหรือนักท่องเที่ยวก็สามารถเดินทางข้ามไปยังประเทศมาเลเซีย หรือชาวมาเลเซียสามารถเดินทางเข้ามาที่ประเทศไทยได้
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียที่นิยมการขับรถ ทั้งมอเตอร์ไซค์ และรถยนต์ ซึ่งขณะนี้ชาวมาเลเซียสามารถขับรถจากประเทศเพื่อนบ้านของไทยยาวไปจนถึงจังหวัดเชียงใหม่ โดยสามารถขับไปได้ทั่วประเทศไทย ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง
เมื่อถามถึงกรณีเรื่องด่านสะเดาและด่านปาดังเบซาร์กรณีที่อาจจะมีการยกระดับรถไฟรางคู่เป็นรถไฟนานาชาติ นายจิรายุ กล่าวว่า จริงๆ แล้วระเบียบวาระจรจะมีอีกในวันพรุ่งนี้ โดยนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปที่ต่างจังหวัดยะลาและนราธิวาสแล้ว ได้ดำริในเรื่องของโครงการรถไฟรางคู่ เมื่อรถไฟมาถึงที่ชุมทางหาดใหญ่จะไป 2 ทาง คือ ฝั่งซ้ายจะไปสุไหงโกลก และฝั่งขวาไปที่ด่านปาดังเบซาร์ โดย 2 จุดนี้ถือเป็นจุดสำคัญที่จะพัฒนาด้านสินค้า และเป็นการเชื่อมต่อจากกรุงเทพฯมาที่ภาคใต้ ถือเป็นการพัฒนาที่ทางนายกรัฐมนตรีได้ดำริไว้แล้ว และในวันพรุ่งนี้คาดว่าจะเป็นการรายงานความคืบหน้า ซึ่งเรื่องของรถไฟรางคู่ที่จะลงมาภาคใต้นั้นนายกรัฐมนตรีได้กำชับไว้อย่างชัดเจนว่าต้องเร่งดำเนินการให้ได้ เพื่อที่จะทำการค้าขายระหว่างภาคใต้
เมื่อถามถึงความคืบหน้าของโครงการแลนด์บริด นายจิรายุ ระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนนักธุรกิจจีนที่ได้ประชุมกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่ง โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งศึกษาเพิ่มเติมและถอดแบบออกมาให้ชัดเจนว่าหลังจากที่อดีตนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ได้ศึกษาโครงการนี้ไปแล้วนั้น ณ ปัจจุบันเราจะเสนอแบบไหนอย่างไร รูปแบบถนนแบบใด ระบบศุลกากรจะเป็นแบบใด การขนส่งถ่ายสินค้าต่างๆ เพื่อให้อัพเดทกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
ด้านนายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า พี่น้องชาวสงขลารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่วันนี้นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีได้เดินทางมาเยือนถึงจังหวัดสงขลา และเป็นครั้งแรกของปีนี้ที่มาเยี่ยมที่นี่ ก็หวังว่าสิ่งดีๆ จะเกิดขึ้นกับพี่น้องชาวสงขลาต่อมาในอนาคต
ขณะที่นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้พูดทักทายเป็นภาษาใต้ ว่า ขอบคุณสำหรับการต้อนรับคณะรัฐมนตรี ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของปี 2568 ที่คณะรัฐมนตรีได้มาประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดสงขลา เราทุกคนขอเชิญชวนชาวใต้โต๊ะก่อนมาฟังร่วมกันว่าคณะรัฐมนตรีจะมีอะไรมาให้ชาวใต้บ้าง ในฐานะที่ตนก็เป็นชาวใต้และเป็นรอโกสกรัฐบาล รู้สึกเป็นเกียรติที่คณะรัฐมนตรีได้มาประชุมครั้งนี้ กำลังเครียดหาได้ทุกคนก็หวังว่าจะมีสิ่งดีๆ มีการพัฒนาตามมา ซึ่งแน่นอนว่า ครม.สัญจร ครั้งนี้จะมีการพัฒนาเศรษฐกิจของชาวใต้ให้ดีขึ้นอย่างแน่นอน
z-z1603487247937.jpg)