닫기

ปกสกู๊ปแนวนอนะะะ

โค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง นายก อบจ.และ ส.อบจ.



ใกล้ง่วนเข้ามาทุกที วันเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 ก.พ. 68  เรียกได้ว่าเป็นการเลือกตั้ง ที่ประชาชนทั้งประเทศจับตารอคอย เพราะเรียกได้ว่า มีการลงหาเสียง เลือกตั้ง ปราศรัย เวทีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ในด้าน ค่ายส้ม ค่ายแดง เรียกได้ว่า ฟาดฟันกันดุเดือด  

ยิ่งใกล้การเลือกตั้งยิ่งดุเดือด หาเสียงกันมากขึ้น โดยเฉพาะในค่ายแดง ที่เรียกได้ว่ามีการหาเสียงเกือบทุกอาทิตย์ ทั้งภาคเหนือ กลาง อีสาน 

ส่วนหนึ่งที่วิจารณ์ว่าการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการเลือกตั้งในวันเสาร์นั้นเป็นเรื่องไม่ชอบมาพากลและเป็นอุปสรรคต่อการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพราะวันเสาร์เป็นวันทำงานของสถานประกอบการภาคเอกชน

ทางพรรคส้มเอง ก็มองว่าหากประชาชนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเป็นวันเสาร์ที่ 1 ก.พ. นั้น อาจจะมีจำนวนประชาชนที่มาเลือกตั้งน้อยกว่าปกติ เพราะหลายคนที่ทำงานในภาคเอกชน หรือคนที่ทำงานในต่างจังหวัดต้องมีการเดินทางกลับบ้านเพื่อเลือกตั้งท้องถิ่นของตนและอาจจะไม่สะดวกในการที่จะมาเลือกตั้งวันเสาร์ 

ซึ่งประเด็นนี้ยังคงถูกตั้งคำถามจากผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้ช่วยหาเสียง นักสังเกตการณ์ทางการเมือง และประชาชนทั่วไปมาอย่างต่อเนื่อง

โดยทาง นายแสวง บุญมี เลขธิการ กกต. บอก  ว่า "วันเสาร์" เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่มีความเสี่ยงในข้อกฎหมาย เพราะกรอบเวลามีแค่ 45 วัน และคำนึงถึงสิทธิของประชาชนที่จะเข้ามามีส่วนร่วม อีกทั้งเมื่อดูข้อจำกัดในเรื่องข้อกฎหมาย ที่อาจทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้ จึงเลือกที่จะเป็น "วันเสาร์"

และเหตุที่ไม่กำหนดวันเลือกตั้งให้เร็วขึ้นเป็นวันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2568 ก็เพราะจะทำให้มีเวลาน้อยเกินไปสำหรับกระบวนการรับสมัคร การตรวจสอบคุณสมบัติ-ลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร และทำให้ผู้สมัครมีเวลาหาเสียงน้อยลง

ดังนั้น วันที่ 1 ก.พ. 68 จะมีการเลือกตั้งพร้อมกันทั่ว ประเทศ ในส่วนของ ส.อบจ. จะมีการเลือกตั้งทุกจังหวัด ส่วนการเลือกตั้งนายก อบจ.เฉพาะ 47 จังหวัดเท่านั้น

ต้องวัดกันว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ จะมีคนออกมาใช้สิทธิมากน้อยแค่ไหน และจะมีผลกระทบถึงผลแพ้ผลชนะ ของพรรคใดพรรคหนึ่งหรือไม่วันที่ 1 ก.พ. 68 นี้รู้กัน