แม่ทำคลอดสูญเสียลูก โร่ขอบคุณ ”สภาทนายความฯ -ทนายเอี้ยง“ หลังได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมาย ในคดี”รพ.รัฐ“
โพสต์เมื่อ : 24 ธ.ค 2568 เวลา 4:40 น.
แม่ทำคลอดสูญเสียลูก โร่ขอบคุณ ”สภาทนายความฯ -ทนายเอี้ยง“ หลังได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมาย ในคดี”รพ.รัฐ“ ไม่ผ่าคลอดตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ช่วยศาลไกล่เกลี่ย จนรพ.ยอมชดใช้ได้รับการเยียวยา ย้ำ สภาทนายฯ เป็นที่พึ่งของชาวบ้านยากจน ฟรี
เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2568 นางสาวนงนุช วันทอง ในฐานะผู้เสียหายในคดีคบอดบุตรแล้วสูญเสียลูกสุดที่รัก เดินทางเข้าพบคณะทำงานคุ้มครองผู้บริโภค ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อแสดงความขอบคุณ นายนิติศักดิ์ มีขวด หรือทนายเอี้ยง ในฐานะอนุกรรมการและเลขานุการ ทนายความเจ้าของคดีดังกล่าว และนายชินวัฒ เรืองรักษ์ ตัวแทนคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สภาทนายความฯ หลังได้รับความช่วยเหลือด้านกฎหมายจากกรณีการคลอดบุตรที่โรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่ง จนนำไปสู่การสูญเสีย ทั้งนี้ กรณีดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงต้นปี พ.ศ. 2567 โดยนางสาวนงนุช ผู้เสียหายได้เข้าร้องขอความช่วยเหลือทางกฎหมายต่อคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สภาทนายความฯ หลังจากการฝากครรภ์พิเศษกับแพทย์ที่คลินิกแห่งหนึ่ง ซึ่งแพทย์เจ้าของไข้ให้ความเห็นว่า ทารกมีความเสี่ยงไม่สามารถคลอดตามธรรมชาติได้ และควรเข้ารับการผ่าคลอดในวันที่ 18 พฤษภาคม 2566 ที่รพ. รัฐแห่งหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ก่อนถึงกำหนดผ่าคลอดเพียง 2 วัน นางสาวนงนุชเกิดอาการปวดท้องคลอดก่อนกำหนด จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรัฐดังกล่าว พร้อมนำใบนัดผ่าคลอดจากแพทย์ฝากครรภ์พิเศษไปแสดงต่อแพทย์และพยาบาลของโรงพยาบาลรัฐดังกล่าว แต่ทางบุคลากรของโรงพยาบาลดังกล่าว กลับแจ้งว่าไม่สามารถผ่าคลอดให้ได้ เนื่องจากไม่มีแพทย์วิสัญญีในขณะนั้น โดยให้คลอดเองตามธรรมชาติ
แม้ผู้เสียหายและสามีจะยืนยันความประสงค์ว่าต้องการขอผ่าคลอด รวมถึงพยายามติดต่อโรงพยาบาลอื่นเพื่อขอส่งต่อการรักษา แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลนอกพื้นที่ ส่งผลให้ผู้เสียหายต้องนอนรอจนถึงช่วงเช้าเวลาประมาณ 07.00 น. ก่อนถูกนำตัวไปผ่าทำคลอด แต่ปรากฏว่า ระหว่างการคลอด เด็กในครรภ์เกิดภาวะสมองขาดออกซิเจน และมีการกู้ชีพจนสามารถฟื้นคืนชีพได้ แต่พบว่า เด็กทารถขาดออกซิเจนเป็นเวลาประมาณ 30 นาที ส่งผลให้สมองพิการและกล้ามเนื้ออ่อนแรง ก่อนที่เด็กจะเสียชีวิตลงในวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 รวมอายุ 1 ปี 1 เดือน 22 วัน
ต่อมา คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สภาทนายความฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีดังกล่าวเข้าหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือของสภาทนายความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรมทางกฎหมาย มีฐานะยากไร้ และไม่สามารถว่าจ้างทนายความด้วยตนเองได้ จึงดำเนินการฟ้องคดีเรียกค่าเสียหายต่อศาลจังหวัดนนทบุรีซึ่ง ระหว่างการสืบพยาน ศาลได้ดำเนินการไกล่เกลี่ยคดี โดยโรงพยาบาลรัฐคู่กรณียินยอมชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนหนึ่ง จนเป็นที่พอใจแก่ผู้เสียหาย และนำไปสู่การยุติข้อพิพาท
โดยนายนิติศักดิ์ กล่าวว่า สภาทนายความฯ มีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมทางกฎหมาย โดยเฉพาะผู้ที่ขาดแคลนทรัพยากรในการดำเนินคดี เพื่อให้สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม และได้รับความเสมอภาคทางกฎหมายอย่างแท้จริง
z-z1603487247937.jpg)