닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ5

แฟนสาว "อดีตผู้กำกับโจ้" ปฏิเสธไม่ได้ทะเลาะและขอเลิก เผย ครอบครัวไม่เคยเห็นเอกสารย้ายแดน



วันที่ 14 มี.ค. 2568 ที่ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร (ศาลา จีรวัสส์ รัชนิบูล) บรรยากาศที่ ศาลาจิรวัสส์ รัชนิบูล ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานสวดอภิธรรมศพ ของพันตำรวจเอก ธิติสรรค์ อุทธนผล หรืออดีตผู้กำกับโจ้ โดยเป็นคืนที่ 5 ในการสวดพระอภิธรรม

ต่อมา เมื่อเวลา 17.40 น. น.ส.ธนัญญา อุทธนผล อายุ 34 ปี น้องสาวของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ อดีตผู้กำกับโจ้ พร้อมด้วย น.ส.สิภชา แก่นสุวรรณ หรือทราย อายุ 28 ปี แฟนสาวอดีตผู้กำกับโจ้ เดินทางมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

น.ส.สิภชา ระบุว่า จากกระแสข่าวที่กล่าวหา ว่าตนเองทะเลาะขัดแย้งกับผู้กำกับโจ้ และเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผู้กำกับโจ้น้อยใจจนนำมาสู่การปิดชีวิตตัวเอง ตนเองขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง วันสุดท้ายที่ได้พูดคุยกับผู้กำกับโจ้  

“ พี่โจ้ก็ได้แจ้งตนเองให้ดำเนินการ ในเรื่องอะไรบ้าง และตนเองสามารถทำอะไรให้พี่โจ้บ้าง เพื่อช่วยให้สามารถออกจากห้องขังได้โดยเร็ว ตนเองจะไม่ยอมจมอยู่กับความทุกข์ หรือคำกล่าวหาใด ๆ ”

ขณะเดียวกันตนเองยังออกมายืนยันกระแสข่าวที่ระบุว่าเป็นการขอเลิกกับ “อดีตผู้กำกับโจ้” ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง พร้อมยืนยันแบบเสียงแข็งว่า “ ตนเองไม่มีความคิดที่จะทอดทิ้ง ”

ส่วนการโวยวายเกิดขึ้นในขณะพูดคุยกับ “อดีตผู้กำกับโจ้” เรื่องนี้ตนเองขอชี้แจงว่า เป็นการพูดคุยกันจริงๆ ไม่ได้โวยวายแต่อย่างใด แต่มีช่วงจังหวะที่นำโทรศัพท์วางลง เพราะต้องการจะคุยเรื่องส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการกับผู้คุมขัง จึงไม่อยากให้มีการบันทึกเทป เพราะต้องการให้เป็นเรื่องส่วนตัว จึงต้องอาศัยการตะโกนใส่กัน

เมื่อถามประเด็นถึงการร้องไห้ ตนเองขอชี้แจงว่า ไม่มั่นใจว่าร้องไห้ตอนไหนเพราะทุกครั้งที่ตนเองกลับบ้านก็ร้องไห้ทุกวันอยู่แล้ว ตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมาผู้กำกับโจ้ค่อนข้างทุกข์ใจ

ส่วนการดำเนินการกับคนที่ชอบโพสต์กล่าวหา ว่าตนเองมองว่าคำครั้งหาเป็นเรื่องปกติ ตนเองทำอะไรย่อมรู้ตัวเองดี 

เมื่อถามว่ามีความกังวลใจหรือท้อแท้ใจอะไรหรือไม่ ตนเองก็กล่าวว่าทุกข์เดียวที่ทุกข์ใจที่สุดคือทุกข์ที่คิดถึงโจ้ ตนเองไม่เคยกลัวความจริง ทำทุกอย่าง เพื่อช่วยพี่โจ้อย่างเต็มที่เพราะรู้สึกสงสาร

ส่วนกรณีที่เมื่อวานนี้ทางกรมราชทัณฑ์ ระบุว่ามีหลักฐานทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการขอย้ายแดน  ที่กำกับโจ้สมัครใจในการขอย้าย หรือเอกสารเพื่อขอให้ยุติการสอบสวน ก็ขอยืนยันว่าเรื่องการขอย้ายไม่เป็นความจริง เพราะเป็นความทุกข์ของที่บ้านซึ่งผู้กำกับโจ้ไม่ได้อยากอยู่ตรงนั้น ขอยืนยันว่าตนเองและครอบครัวไม่เคยเห็นเอกสารในการขอย้ายแดนของผู้กำกับโจ้เลยสักครั้ง

ส่วนกรณีผลการพิสูจน์ เรื่องการถูกผู้คุมทำร้าย ประเด็นนี้การดำเนินการยังไม่ถึงที่สิ้นสุด ก็ยังไม่สามารถตอบหรือให้ความคิดเห็นในเรื่องนี้ได้ อยากจะบอกคือ ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ 2 เดือนที่ผ่านมา ผู้กำกับโจ้อยู่ด้วยความทุกข์และความหวาดระแวงจริงๆ
” เขาทุกข์ทรมานกับการหิวข้าว มันไม่มีทุกข์ไหน ที่ทรมานเท่ากับการหิวข้าว ซึ่งขณะนั้นผู้กำกับโจ้เป็นโรคกระเพาะลำไส้อักเสบ เพราะต้องกิน ข้าวกับน้ำแกง " 

สำหรับประเด็นรถหาย และทนายความเอาไปนั้น ตนเองไม่ได้คุย กับผู้กำกับโจ้อย่างละเอียด แต่ยืนยันว่ารถหายไปจริง ๆ ตลอดระยะเวลา4 ปี มีหลากหลายคดีมาก และเกรงว่าหากพูดไปเยอะจะกระทบกับรูปคดี

อีกทั้งครอบครัวยังยอมรับว่า ตั้งแต่อดีตผู้กำกับโจ้ถูกย้ายไปคุมขังที่แดน 5 ครอบครัวก็ได้มีการวิ่งขอความช่วยเหลือหลายๆคน ทั้งตำรวจ คนข้างบ้าน รวมทั้งโทรหานักการเมือง คือนาย ไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม เพื่อขอให้ตรวจสอบเรื่องการถูกย้ายแดน

สำหรับตอนนี้ เรื่องก็เข้าสู่กระบวนการของกฎหมาย ซึ่งตนเองก็คาดว่า จะได้รับความเป็นธรรม และยืนยันว่าจะเก็บร่างของอดีตผู้กำกับโจ้ไว้ก่อน จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม ขึ้นตนเชื่อมั่นในกระบวนการ เชื่อมั่นในตัวของ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และผู้ใหญ่หลายๆคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ