เอฟเฟค หลังไทยส่ง "ชาวอุยกูร์" กลับจีน
โพสต์เมื่อ : 5 มี.ค 2568 เวลา 16:34 น.
เอฟเฟค หลังไทยส่ง "ชาวอุยกูร์" กลับจีน
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันจากทั่วสารทิศ ไม่ว่าจะเป็นภายในประเทศหรือนอกประเทศ ภายหลังรัฐบาลไทยตัดสินใจส่งตัวชาวอุยกูร์จำนวนกว่า 40 คนคืนไปยังรัฐบาลจีน
เรียกได้ว่าคงเป็นนาฬิกาปลุกช่วยเตือนใจสาธารณชนขึ้นมาได้แล้วว่า ‘สิทธิมนุษยชน’ ไม่เคยถูกบรรจุไว้ในวาระหลักของรัฐบาลไทยแต่แรก
เรื่องราวเกิดขึ้นตั้งแต่ วันที่ 27 ก.พ. 68 นายกัณวีร์ สืบแสง สส. พรรคเป็นธรรม ได้โพสต์ภาพรูปต้องสงสัย ที่มีลักษณะมีรถบรรทุกของ ตม. ต้องสงสัยว่าจะขนชาวอุยกูร์ 48 คน ออกจากสำนักงาน ตม.สวนพลู เมื่อเวลา 02.14 น.ที่ผ่านมา โดยรถนั้นมีการติดเทปดำทั้งคัน จำนวน 6 คัน มีรถตำรวจตามขบวน และปิดกั้นไม่ให้ขึ้นทางด่วนตาม
พร้อมพบว่ารถลักษณะดังกล่าว กลับเข้าไปในสำนักงาน ตม.และผิดปกติ เพราะรถขนผู้ต้องกัก ปกติ จะไม่ติดเทปดำมืดสนิทแบบนี้ แต่รถคันนี้ติดเทปสีดำมืดจนมองไม่เห็นข้างใน
ขณะที่ชาวอุยกูร์ทั้งหมดที่อยู่ในประเทศไทยมี 48 คน ถูกส่งกลับประเทศจีน 40 คน ส่วนอีก 8 คน เป็นชาวจีนที่ทำผิดกฎหมายในประเทศไทยเลยต้องรอระหว่างการดำเนินคดี
แต่กลับกลายเป็นว่ารัฐบาลในหลายประเทศ และ องค์กรสิทธิมนุษยชนต่างประณามรัฐบาลไทย ที่ส่งตัวชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน เพราะเกรงว่าคนเหล่านั้นอาจถูกทรมาน
ด้าน นางสาวแพทองธาร ชิรวัตร นายกรัฐมนตรีให้การยืนยันว่า ประเทศจีนพร้อมที่จะดูแลความปลอดภัยและส่งชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งกลับเป็นอย่างดีพร้อมย้ำว่า "คนที่ถูกส่งกลับก็สมัครใจด้วย"
อีกไม่ถึง 15 วัน ข้างหน้า พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะเดินทางไปดูความเป็นอยู่ของชาวอุยกูร์ที่ประเทศจีนด้วย
แต่ก็มีกระแสโต้กันไปมาในเรื่องของชาวอุยกูร์ ที่มีการเขียนจดหมายออกมา ประมาณว่าเขียนถึงนายกรัฐมนตรี ว่า “การถูกแยกจากครอบครัวมา 10 กว่าปี ซึ่งนายกรัฐมนตรีเพิ่งได้รับครอบครัวกลับมา”
แต่ทางรัฐบาลไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรท่องนี้ก็ออกมา ยืนยันว่าจดหมายอุยกูร์ ไม่ได้ออกจากห้องกักสวนพลู และคนที่ได้มานั้น ได้มาจากใคร และเป็นจดหมายจริงหรือ?
คงต้องจับตากันดูว่า เมื่อ รัฐบาลไทยได้ส่งตัวชาวอุยกูร์ไปแล้ว จะซ้ำรอยประวัติศาสตร์หรือไม่ ต้องลุ้นกันต่อไป
z-z1603487247937.jpg)