닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopyรคต

เสียงสะอื้นกลางสนามหลวง ! พสกนิกรหลั่งน้ำตา เผย “ขอมาส่งเสด็จแม่หลวงสู่สวรรคาลัย” ปณิธานทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล



วันที่ 28 ต.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บริเวณท้องสนามหลวง ซึ่งยังคงคลาคล่ำไปด้วยพสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศ ที่พร้อมใจกันเดินทางมาร่วม ถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

บริเวณรอบสนามหลวงมีการจัดระเบียบพื้นที่อย่างเรียบร้อย เต็นท์พักคอยถูกจัดเรียงเป็นแถวอย่างเป็นระบบ โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรุงเทพมหานคร ตำรวจ ทหาร และจิตอาสาพระราชทานคอยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ทยอยเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เสียงประกาศตามสายเชิญชวนให้ประชาชนเข้าคิวด้วยความสงบดังเป็นระยะ ขณะที่หลายครอบครัวนั่งรอด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความตั้งใจและความศรัทธา

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนางยุพวรรณ ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดสระบุรีพร้อมบุตรชาย โดยเล่าด้วยรอยยิ้มว่า ตนและลูกเดินทางมาโดยรถไฟ ใช้เวลาไม่นานและได้รับความสะดวกสบายตลอดเส้นทาง

“ ลูกชายของดิฉันเป็นคนอยากมามากค่ะ เขาบอกว่าก่อนโรงเรียนจะเปิด อยากมากราบสมเด็จพระพันปีหลวงด้วยตนเอง เพราะเห็นในข่าวและที่โรงเรียนพูดถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านอยู่เสมอ ดิฉันก็เลยตัดสินใจพามา เพราะรู้สึกว่านี่คือโอกาสสำคัญในชีวิต ” นางยุพวรรณ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

นางยุพวรรณ ยังเล่าต่อว่า ตนเคยเดินทางมาถวายสักการะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งเสด็จสวรรคต และเมื่อทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระพันปีหลวง ก็รู้สึกเหมือน 

“ประเทศไทยสูญเสียร่มโพธิ์ทองอีกครั้ง” จึงตั้งใจมาถวายสักการะด้วยความอาลัยอย่างสุดซึ้งพระองค์ทรงเป็นแม่ของแผ่นดินอย่างแท้จริง ทรงห่วงใยและไม่เคยทอดทิ้งประชาชน พระราชกรณียกิจทุกอย่างของพระองค์คือแรงบันดาลใจให้เราทำความดี ดิฉันเองเคยได้รับเกียรติเป็นประธานกองทุนแม่ของแผ่นดินในชุมชน จึงรู้ซึ้งถึงพระเมตตาและพระปรีชาญาณของพระองค์ท่านเป็นอย่างยิ่ง” นางยุพวรรณ กล่าวด้วยความาซาบซึ้ง

เมื่อถามถึงความประทับใจในวันนี้ นางยุพวรรณ กล่าวว่า “เจ้าหน้าที่ทุกท่านดูแลดีมาก ให้คำแนะนำและบริการอย่างเต็มที่ ทำให้เรารู้สึกซาบซึ้งใจมาก เหมือนได้มาร่วมงานที่จัดขึ้นด้วยความรักและความเคารพต่อพระองค์อย่างแท้จริง”

“ขอถวายบังคมส่งเสด็จสมเด็จพระพันปีหลวงเสด็จสู่สวรรคาลัย ขอพระองค์ทรงเป็นเทวดาบนสวรรค์ และขอให้พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงพระเจริญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เพื่อเป็นหลักชัยของประชาชนชาวไทยสืบไป”

ขณะเดียวกัน ด้านนางสุณี ประชาชนอีกหนึ่งท่าน
ที่นั่งประนมมือแน่นอยู่บริเวณเต็นท์พักคอยด้วยแววตาแดงก่ำ ก่อนกล่าวทั้งน้ำตาว่า “วันนี้ตั้งใจมาส่งเสด็จสมเด็จพระพันปีหลวงให้ไปพบกับในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะทั้งสองพระองค์ทรงเป็นดั่งพ่อและแม่ของแผ่นดิน ดิฉันอยากมาบอกลาพระองค์ท่านด้วยหัวใจ”

นางสุณี เผยว่า ตนเดินทางมาที่สนามหลวงหลายครั้งในโอกาสต่าง ๆ ทั้งเมื่อครั้งถวายสักการะรัชกาลที่ 9 และในโอกาสสำคัญทางศาสนา แต่ครั้งนี้มีความรู้สึกแตกต่าง เพราะเป็นการมาด้วยหัวใจที่อาลัยอย่างสุดซึ้ง

“พระพันปีหลวงทรงทำเพื่อคนไทยมากมาย ทรงดูแลประชาชนทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็ก พระองค์ทรงเป็นแม่หลวงของแผ่นดินที่แท้จริง ดิฉันรักพระองค์ท่านเหมือนแม่คนหนึ่ง และจะขอตอบแทนพระคุณด้วยการทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลตลอดชีวิต” นางสุณี กล่าว

เมื่อเอ่ยถึงพระราชกรณียกิจที่ประทับใจ นางสุณีตอบทันทีว่า “พระองค์ทรงรักประชาชนยิ่งกว่าพระวรกาย รักอย่างไม่มีเงื่อนไข รู้สึกเหมือนเราได้เติบโตภายใต้ความรักและร่มพระบารมีของพระองค์ท่าน”

ตลอดทั้งวัน บริเวณสนามหลวงยังคงคึกคัก ประชาชนสวมเสื้อชุดสุภาพสีขาว–ดำ เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เสียงบทสวดถวายความอาลัยดังคลอเบา ๆ ไปทั่วบริเวณ ขณะที่แสงแดดยามสายส่องกระทบพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระพันปีหลวงที่ประดิษฐานภายในศาลาสหทัยสมาคมอย่างงดงามสง่า

บรรยากาศโดยรวมเต็มไปด้วยความสงบและความจงรักภักดี ประชาชนต่างเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ด้วยความรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ และพร้อมตั้งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระพันปีหลวงและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกพระองค์ สืบไปตราบนานเท่านาน