เสวนาเศรษฐกิจไทย "หมอเอ้ก-บรรยง" มอง อดีตจีดีพีโต หลังโควิทกลับช้าลงกว่าประเทศอื่น
โพสต์เมื่อ : 20 ก.พ 2568 เวลา 16:53 น.
เสวนาเศรษฐกิจไทย "หมอเอ้ก-บรรยง" มอง อดีตจีดีพีโต หลังโควิทกลับช้าลงกว่าประเทศอื่น ชี้ จีน-ไทย ต่างกัน รัฐบาลจีนบอกว่าประชาชนต้องอดทนเพราะเราจะโตได้ไม่ถึง 10% สูงสุดก็แค่หกแต่ขณะที่รัฐบาลไทยบอกว่าสบายใจได้เศรษฐกิจปีนี้จะโตถึง 2.5%
เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2568 ที่อาคารสีลมพาร์ค งานเสวนาเศรษฐกิจ โดย นายบรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริหารธนาคารเกียรตินาคินภัทร นพ. คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ หรือหมอเอ้ก อดีตนักการเมือง และนายคริส โปตระนันทน์ หัวหน้าพรรคเส้นด้าย เสวนามุมมองเศรษฐกิจในไทย
นายบรรยง เผยว่าจีดีพีของประเทศไทยเคยดีในสมัยพลเอกเปรม ติณสุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นไปเรื่อยเรื่อยจนเจอวิกฤตเศรษฐกิจซึ่งยุคที่เศรษฐกิจเติบโตดีที่สุดคือยุคของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี จีดีพีโตกว่า 7.5% และเราโตขึ้นมาจนเจอน้ำท่วมปี 2554 ลงไปนิดเดียวและโตขึ้นเรื่อยเรื่อยจนเจอโควิดซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเสร็จสะกิดไทยไม่กระจายทั่วภูมิภาคเพราะเศรษฐกิจโลกตกกว่า 4% แต่เศรษฐกิจไทยตกกว่า 6.5% ซึ่งประเทศอื่นใช้เวลาเพียงหนึ่งปีในการกลับสู่สภาวะเดิม แต่ประเทศไทยใช้เวลาถึงสี่ปีในการกลับไปอยู่ก่อนหน้ายุคโควิดซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นมาเศรษฐกิจไทยก็โตเพียงแค่ทีละหนึ่งถึง 2%
"รัฐบาลจีนบอกว่าประชาชนต้องอดทนเพราะเราจะโตได้ไม่ถึง 10% สูงสุดก็แค่หกแต่ขณะที่รัฐบาลไทยบอกว่าสบายใจได้เศรษฐกิจปีนี้จะโตถึง 2.5%" นายบรรยงกล่าว
นายบรรยง กล่าวอีกว่าในทุกๆ 10 ปีเศรษฐกิจก็จะโตทั้งจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมพลถนอม กิตติขจร คนไทยหลายคนเข้าใจว่าเผด็จการดีกว่าประชาธิปไตยไม่ดีซึ่งตนมองว่าแต่ละคนเข้าใจผิดคนละบริบทกัน ซึ่งในอดีตประเทศไทย ประเทศไทยมีจีเีพีน้อยกว่าประเทศเมียนมา ซึ่งตนเคยมานั่งคุยกับพบผู้บริหารของ Samsung เพราะเรามีหนึ่งสิ่งที่เหมือนกันคือการไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของตะวันตก ตนมองว่าการเป็นเมืองขึ้นตะวันตกอย่างน้อยก็นำระบบกฎหมายอุตสาหกรรมมาวางไว้ให้ประเทศนั้นจึงเจริญกว่าแต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือผู้บริหารเพราะอดีตรัฐบาลของจอมพลสฤษดิ์ เดินตามประเทศอเมริกา แต่ของนายพลเนวินของประเทศเมียนมาร์นั้นเดินตามประเทศจีนที่เป็นคอมมิวนิสต์
นายบรรยงยังกล่าวถึงความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยว่าความเหลื่อมล้ำเป็นประโยชน์เพราะหากไม่มีความเหลื่อมล้ำก็จะไม่มีวิวัฒนาการ แต่มีเพียงสองคำถามคือเหลื่อมล้ำเท่าไหร่ถึงจะยอมรับได้ ถ้าหากว่ามากเกินไปก็จะระเบิด ส่วนคำถามที่สองคือเหลื่อมล้ำจากอะไรจากการทำงานหนัก การทุ่มเท แต่ถ้าเหลื่อมล้ำเพราะมีการยัดเงินอันนี้ก็ไม่ได้
z-z1603487247937.jpg)