닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ6

กำเนิดคู่ชกข้ามรุ่น “วันนอร์-ไอติม” ก่อนรัฐสภาล่มซ้ำสองวันติด แก้ รธน.ม. 256 เพิ่มหมวด15/1 ตั้ง ส.ส.ร.ค้างเติ่ง ด้วยน้ำมือ “นพ.ชลน่าน” ชงนับองค์ประชุม ตีรวนตั้งแต่ยังไม่เริ่มถก อลหม่านฝ่ายค้านตะโกนโหยหวน จนประธานรัฐสภา ของขึ้นขู่ตะเพิด  จวก “ไอติม” อย่ามาดื้อใส่ร้าย ปธ.ไม่เป็นกลาง




วันที่ 14 ก.พ. 2568 ที่ รัฐสภา มีการประชุมรัฐสภา ที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 เพื่อตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต่อเนื่องหลังที่ประชุมล่มไม่เป็นท่า ไปเมื่อวันที่13 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมเกิดการตีรวนทันที ไม่ทันได้เข้าสู่ระเบียบวาระ หลังจากนายวันมูหะมัดนอร์ แจ้งข้อตกลงเวลาอภิปรายของวิป 3 ฝ่ายเสร็จสิ้น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) ก็เสนอนับองค์ประชุมทันที ในระหว่างที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน ในฐานะหนึ่งในผู้เสนอญัตติ เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ กำลังจะเริ่มอภิปรายเสนอญัตติ  ทำให้เกิดเกิดการประท้วงกันไปมาวุ่น โดยสส.พรรคปชน. อาทิ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ประท้วงประธานในที่ประชุม และระบุ สิ่ง นพ.ชลน่าน จงใจทำผิดข้อบังคับ เสนอญัตติแทรกเข้ามาในขณะที่นายพริษฐ์ เข้าสู่ญัตติไปแล้ว  
      
ทำให้ บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างอลหม่าน ต่างฝ่ายต่างประท้วง เพื่อยันยันว่า การเสนอญัตติของตนเองถูกต้องตามข้อบังคับ จนกระทั่ง นายวันมูหะมัดนอร์ วินิจฉัยว่า นพ.ชลน่าน สามารถขอนับองค์ประชุมได้ เป็นเอกสิทธิ หากมีสมาชิกสงสัยในองค์ประชุมแล้วขอตรวจสอบ จะตรวจสอบตอนไหนก็ได้ และประธาน วินิจฉัยตามข้อบังคับ ขณะที่ทางด้าน นายพริษฐ์ พยายามต่อรอง ว่า ไม่ได้เถียงคำวินิจฉัย แต่ขอแสดงความเห็นต่อญัตติ ทำให้ นายวันมูหะมัดนอร์ พยายามย้ำอีก หลายครั้งว่า แต่ละคนแสดงความคิดเห็นได้ แต่ข้อบังคับ ถ้ามีสมาชิกยกมือให้นับองค์ประชุม ประธานต้องดำเนินการนับองค์ประชุม โดยไม่ต้องมีเหตุผลอะไร เพราะเป็นเอกสิทธิโดยมีผู้รับรองแล้ว ตนอนุญาตแค่นี้ และต่อไปนี้ ต้องตรวจสอบองค์ประชุม จากนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ กดออดเรียกสมาชิก ตรวจสอบองค์ประชุมทันที ท่ามกลางเสียงประท้วงของ สส.ฝ่ายค้านพรรคปชน. ที่ยังยืนยันจะ ขอหารือ

นายวันมูหะมัดนอร์ ย้ำอีกว่า ประท้วงได้เดี๋ยวตนจะอนุญาตทุกคน แต่อยู่ในวาระ ขั้นตอนตรวจสอบองค์ประชุม ท่านจะพูดในนี้ก็ได้ไม่มีปัญหาอะไร ประชาชนก็ฟัง แต่ต้องหลังจากตรวจสอบองค์ประชุม

“ไม่ทราบว่า ท่านจะเข้าใจผมหรือเปล่า แต่ผมไม่มีเจตนา ที่จะให้องค์ประชุมไม่ได้ประชุม หรือได้ประชุม เป็นไปตามข้อบังคับและเจตนารมณ์ของแต่ละคน ท่านมีอิสระเต็มที่ แต่ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง ว่า การลงมติ สมควรหรือไม่สมควร  ผมไม่มีอำนาจอะไร ก็ต้องดำเนินไปตามข้อบังคับ ไม่งั้นภาพของการประท้วงที่สภานี้ มันก็จะออกข้างนอก สภาก็เสีย ผมในฐานะประธานก็เสีย ก็ดำเนินการตามระเบียบวาระ แล้วก็เดี๋ยวผมต้องชี้แจง ทำไมประธานรัฐสภา จึงบรรจุระเบียบวาระแก้ไข 256/1 เข้าไป ท่านส่วนใหญ่สมาชิกก็ไปอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 ท่านกรุณาไปอ่านคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ที่สภานี้ ส่งมาสมัยผมเป็นประธาน ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยมีข้อแตกต่างจาก 4/2564 ผมก็นำให้ที่ปรึกษากฎหมายพิจารณาตามขั้นตอน ซึ่งเราปฏิบัติอย่างนี้ตลอดมา”นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ประธานในที่ประชุม พูดยังไม่ทันจบ ก็มีเสียงตะโกนโหวกเหวก ของฝ่ายค้านดังต่อเนื่อง ส่วนใหญ่ ตะโกนขอให้ประธานสภาฯเปิดไมโครโฟน เพื่อให้ได้แสดงความคิดเห็น แต่นายวันมูหะมัดนอร์ บอกไม่อนุญาต พร้อมกับ ชี้แจงด้วยน้ำเสียงที่ดัง และมีสีหน้าที่ขึงขัง กว่าเดิมว่า “ผมขออธิบาย เป็นหน้าที่ประธานครับ ซึ่งที่ปรึกษากฎหมายก็ให้ความเห็น ถ้าท่านไม่อยู่ในระเบียบ ผมก็ต้องให้เจ้าหน้าที่เชิญนะครับ ” ประธานรัฐสภา กล่าว ท่ามกลางเสียงตะโกนโหวกเหวกฟังไม่ได้ศัพท์ดังอย่างต่อเนื่อง ทำให้ นายวันมูหะมัดนอร์ พูดสวนอีก ว่า “อ่ะ ท่านเข้าใจอย่างไร ท่านเข้าใจว่าผมเข้าข้างรัฐบาลหรือ เมื่อวานก็รัฐบาลหาว่า ผมเข้าข้างฝ่ายค้าน อันนี้เป็นไปตามข้อบังคับ ประธานวิป แต่ละฝ่ายกรุณาครับ เราประชุมร่วมกันมาเรียบร้อย ประชานก็มองดู แต่ทำไมประธานจะพูดไม่ได้ เมื่อท่านก็พูดได้ตลอดเวลา ตอนนี้ขออภัยครับ พาดพิงไปมา ก็นับองค์ประชุมไม่สำเร็จ”
 ด้านนายพริษฐ์ ต่อรองอีก ระบุไม่ติดใจที่ประธาน อนุญาตให้สมาชิกเสนอนับองค์ประชุม แค่ต้องการแสดงความเห็น หารือกับเพื่อนสมาชิกที่เสนอนับองค์ประชุมเผื่อจะมีทางออกอื่น ตนขออนุญาตใช้สิทธินั้นได้ไหม
            นายวันมูหะมัดนอร์ ไม่ยอมเพราะต่างฝ่ายต่างจะประท้วงกัน   ตนเข้าใจเจตนารมณ์ นายพริษฐ์ เป็นอย่างดี ตนจึงบรรจุเจตนารมย์ ไม่ต้องสั่นหัว ท่านพูดด้วยความจริงใจครับ ถ้าตนไม่จริงใจ ไม่เห็นความสำคัญ ตนก็ไม่บรรจุญัตติ ตนบรรจุให้ความสำคัญ แต่คุณไม่เห็นความสำคัญของประธานเลย ตนว่าไม่ถูกนะ ประชาชนเขาฟังอยู่ ถ้าหาที่ประชุมครบ นายพริษฐ์ ก็เสนอได้ แต่ถ้าไม่ครบดำเนินการต่อไปไม่ได้ อันนี้ข้อบังคับชัด เราจะไปดื้อโดยเอาตามใจ ของแต่ละคน มันคงกระทำไม่ได้ “ท่านคงไม่เข้าใจ ใส่ร้ายผมว่าผมไม่เป็นกลาง ถ้าไม่เป็นกลางก็ไม่บรรจุตั้งแต่ต้น”

จนกระทั่งช่วงเวลา เวลา 10.05 น. นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สว. เสนอนับองค์ประชุมด้วยวิธีการขานชื่อ ส่วนทางด้าน นพ.ชลน่าน ลุกขึ้นสวนทันทีระบุ ข้อบังคับข้อการประชุมข้อ 56 กำหนด การนับองค์ด้วยวิธีขานชื่อ จะต้องให้รัฐสภาอนุมัติ จึงต้องให้สมาชิกรัฐสภา อนุญาต ต้องตรวจสอบองค์ประชุมก่อน ด้านนายปกรณ์วุฒิ แก้ลำ ด้วยการขอให้ประธานรัฐสภา พักการประชุมเพื่อให้ทุกฝ่ายหารือหาทางออก นายวันมูหะมัดนอร์ จึงอนุญาต สั่งพักการประชุม 20 นาที
อย่างไรก็ตาม หลังพักการประชุมเสร็จสิ้น นายพริษฐ์ พยายามขอให้พักการประชุมอีกครั้ง ทว่านายวัชระพล ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี พรรค พท. เสนอญัตติขอให้นับองค์ประชุมด้วยวิธีการเสียบบัตร แทนการขานชื่อ สวนทันที นายวันมูหะมัดนอร์ ไม่ได้สั่งให้พักการประชุม และกดออดเรียกสมาชิกตรวจสอบองค์ประชุม เพื่อชี้ขาดว่า จะใช้วิธีตรวจสอบองค์ประชุมด้วยวิธีการใด ระหว่างเสียบบัตร หรือขานชื่อ  ผลปรากฏว่า มีผู้แสดงตนเป็นองค์ประชุมเพียงแค่ 175 คน ถือว่า ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พยายามทัดทาน เสนอให้นับใหม่คะแนนใหม่อีกครั้ง  แต่นายวันมูหะมัดนอร์ ไม่สนใจ และแจ้งว่า องค์ประชุมไม่ครบ สั่งปิดประชุม  10.47 น.