เตรียมรับมือ! พายุโซนร้อน “วิภา” ก่อนเข้าไทย
เปิดเส้นทาง พายุโซนร้อน “วิภา” ถล่มจีน-ฮ่องกง ก่อนเข้าไทย กระทบหลายจังหวัด เตรียมรับมือ "ฝนตกหนักถึงหนักมาก"
พายุโซนร้อน "วิภา" ก่อตัวขึ้นบริเวณเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ จากนั้นเคลื่อนตัวลงทะเลจีนใต้ตอนบน
เมื่อวานนี้ (20 ก.ค. 2568) พายุโซนร้อนกำลังแรง "วิภา" ถล่มฮ่องกง หอดูดาวยกระดับเตือนภัยสูงสุดระดับ 10 ครั้งแรกในรอบ 2 ปี เที่ยวบินกว่า 500 เที่ยวถูกยกเลิก รถไฟ-เรือหยุดวิ่ง คลื่นสูง 3 เมตรและน้ำท่วมฉับพลันคุกคาม ทางการสั่งประชาชนหลบภัยด่วน คาดพายุเคลื่อนไปเวียดนาม 22 ก.ค.นี้
วันนี้ (20 ก.ค.2568) ฮ่องกงกำลังเผชิญอิทธิพลอย่างหนักของพายุโซนร้อนกำลังแรง "วิภา" ที่ได้ทวีกำลังขึ้นอย่างรวดเร็วและเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งทางใต้ของจีน ข้อมูลจาก Zoom earth ระบุว่าขณะนี้ (11.00 น.) พายุวิภาอยู่ห่างจากทางใต้-ตะวันออกเฉียงใต้ของฮ่องกงประมาณ 89 กิโลเมตร โดยเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกด้วยความเร็ว 24 กม./ชม. ความเร็วลมสูงสุดในปัจจุบันอยู่ที่ 120 กม./ชม. และคาดว่าจะสูงสุดถึง 130 กม./ชม.
โดยในวันนี้ ( 21 ก.ค. 2568) พายุขึ้นฝั่งบริเวณตอนใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน แล้วอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ซึ่งพายุไม่ได้เคลื่อนเข้าประเทศไทยโดยตรง แต่ส่งผลกระทบทางอ้อม ทำให้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ อีสานตอนบน ภาคกลางตอนบน และกรุงเทพฯ
กรมอุตุนิยมวิทยาและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเตือน 57 จังหวัดให้เฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่ม ระหว่างวันที่ 20–24 กรกฎาคม 2568 พายุ “วิภา” ไม่ได้เข้าไทยโดยตรง แต่เคลื่อนผ่านจีน–ลาว ส่งผลให้หลายจังหวัดในไทยมีฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำท่วมในช่วงวันที่ 20–24 ก.ค. 2568
ทางการไทยเตรียมรับมือ โดยรัฐบาลไทยโดยกระทรวงมหาดไทยร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานด้านน้ำ ได้ประกาศมาตรการเร่งด่วนรับมืออิทธิพลจากพายุโซนร้อน “วิภา” ที่แม้จะไม่เคลื่อนเข้าประเทศโดยตรง แต่ก่อให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) ในพื้นที่เสี่ยง พร้อมแจ้งเตือนประชาชนผ่านระบบ SMS และ Cell Broadcast ครอบคลุมกว่า 57 จังหวัดทั่วประเทศ
ขณะเดียวกัน กรมชลประทานและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ปรับแผนการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำโขง แม่น้ำพอง และแม่น้ำยม โดยการเสริมความแข็งแรงของคันกั้นน้ำ การขุดลอกแม่น้ำและลำคลอง รวมถึงการระบายน้ำล่วงหน้าออกจากเขื่อนขนาดใหญ่หลายแห่ง
ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ หน่วยงานท้องถิ่นได้เร่งดำเนินการขุดลอกแม่น้ำปิงและล้างท่อระบายน้ำในเขตเมือง เพื่อลดความเสี่ยงน้ำท่วมขังจากฝนหนักในช่วง 20–24 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขา หรือพื้นที่ลุ่มต่ำ ขอให้ติดตามประกาศเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
z-z1603487247937.jpg)