เครือข่ายสตรีอีสาน 20 จังหวัด รวมพลังให้กำลังใจ "ทักษิณ"
โพสต์เมื่อ : 21 ก.ย 2568 เวลา 5:26 น.
เครือข่ายสตรีอีสาน 20 จังหวัด รวมพลังให้กำลังใจ "ทักษิณ" หน้าเรือนจำคลองเปรม ชี้คนดีต้องไม่ถูกรังแก
เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 21 ก.ย. 68 ท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อนจัด บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมกลับยิ่งระอุไปด้วยความร้อนแรงทั้งจากสภาพอากาศและอุณหภูมิทางการเมือง เมื่อเครือข่ายสตรี 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำโดย ผศ.พรรณวดี ตันติศิรินทร์ ที่ปรึกษาเครือข่ายฯ พร้อมด้วย นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางมาร่วมให้กำลังใจอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ผ่านกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์
โดยกลุ่มผู้สนับสนุนต่างยืนฝ่าแดดเปรี้ยง ด้วยสีหน้าเปี่ยมพลังใจ บางคนพกพัดลมมือถือ บางคนกางร่ม บางรายต้องซับเหงื่อเป็นระยะ ทว่าไม่มีใครถอยหลังหรือบ่นถึงความร้อน ทั้งหมดมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือการมาให้กำลังใจผู้นำในดวงใจ
"คนดีถูกรังแก ใครจะทนได้?" นพ.เชิดชัย ตอกย้ำเจตนา ไม่ต้องการแค่เสียงดัง แต่ต้องการความเป็นธรรม
นพ.เชิดชัย เปิดเผยว่า การมาวันนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เรียกร้องอะไร แต่เป็นการแสดงพลังใจจากกลุ่มสตรีภาคอีสานที่มีความผูกพันกับอดีตนายกรัฐมนตรีและครอบครัวชินวัตร โดยเฉพาะในฐานะที่เคยได้รับผลประโยชน์จากนโยบายที่เป็นรูปธรรม เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค และนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจระดับรากหญ้า ซึ่งท่านทักษิณเป็นคนดีที่ถูกกลั่นแกล้งมาอย่างต่อเนื่อง คนดีขนาดนี้ยังถูกกระทำ แล้วประชาชนทั่วไปจะอยู่ได้อย่างไร?
นพ.เชิดชัย ย้ำด้วยว่า กลุ่มสตรีจากภาคอีสานไม่ต้องการชื่อเสียงหรือการเมือง แต่ต้องการแสดงพลังใจให้ผู้นำประชาธิปไตยที่กล้าหาญ ซึ่งแม้จะกลับมารับโทษตามกระบวนการยุติธรรม แต่ก็ยังเผชิญกับความไม่เป็นธรรมซ้ำซาก โดยเฉพาะในเรื่องสุขภาพของอดีตนายกฯ
“ผมเป็นหมอ ผมรู้ดีว่าโรคหัวใจ โรคปอด มันเป็นกลุ่มโรคฉุกเฉินที่อาจคร่าชีวิตได้ตลอดเวลา การที่ทักษิณได้รับพระราชทานอภัยโทษก็สะท้อนความเมตตาของสถาบันแล้ว แต่กลับยังมีแรงเสียดทานจากบางกลุ่มอยู่เรื่อย ๆ แบบนี้สังคมจะเดินไปทางไหน?” นพ.เชิดชัย กล่าว
ด้าน ผศ.พรรณวดี กล่าวอย่างหนักแน่นว่า ตลอดเวลากว่า 16 ปีที่เธอและเครือข่ายสตรีในภาคอีสานได้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย นับตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน เธอยังคงยืนหยัดเคียงข้างพรรคเพื่อไทยและครอบครัวชินวัตรเสมอมา โดยเฉพาะในช่วงที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และได้ผลักดัน "กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี" จนทำให้ผู้หญิงในชนบทมีบทบาทและตัวตนมากขึ้น
ในฐานะผู้หญิงด้วยกัน เราเข้าใจหัวอกของคุณหญิงพจมาน เข้าใจคุณยิ่งลักษณ์ และเข้าใจลูกสาวอย่างคุณแพทองธาร ที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันมากมาย วันนี้เรามาเพื่อส่งกำลังใจให้พวกเขาให้ยืนหยัดต่อไป
จากนั้น ผศ.พรรณวดีได้ชู พวงมาลัยดอกมะลิ 3 พวงขึ้นต่อหน้าสื่อมวลชน พร้อมระบุว่า ดอกมะลิแทนความรัก ความเคารพ และความศรัทธาต่อคนที่เสียสละเพื่อนำประชาธิปไตยกลับคืนสู่ประเทศ
ตะโกนก้อง "เรารักทักษิณ!" ปิดท้ายด้วยเสียงเพลงสะท้านฟ้า
หลังจากการให้สัมภาษณ์จบลง กลุ่มสตรีและผู้สนับสนุนร่วมกันตะโกนเสียงดัง “เรารักทักษิณ” ไปพร้อมกับการร้องเพลงอย่างพร้อมเพรียงกัน เสียงเพลงและเสียงหัวใจสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณหน้าเรือนจำ บางรายถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความซาบซึ้ง
แม้แสงแดดจะแผดเผา แต่ไม่มีใครยอมแพ้ต่อสภาพอากาศ เปลวแดดแรงไม่อาจเทียบได้กับไฟในใจของกลุ่มผู้มาเยือนที่ยังลุกโชนต่อไป พร้อมเดินหน้าสนับสนุนประชาธิปไตย และส่งกำลังใจถึงผู้ที่พวกเขาเชื่อว่าเป็น "ผู้นำทางจิตวิญญาณ" ที่แท้จริง
z-z1603487247937.jpg)