닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopyึถุึ

เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ ยัน ไม่เห็นด้วยคำวินิจฉัยห้ามเลือก สสร. โดยตรง ย้ำ สิทธิประชาชน ต้องได้เลือกผู้ร่าง รธน.เอง จี้รัฐสภาเดินหน้าต่อ


วันที่ 17 ก.ย. 2568 บริเวณด้านหน้าศาลรัฐธรรมนูญ มีกลุ่มภาคประชาชน นำโดยองค์กรไอลอว์ (iLaw) และเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ เดินทางมารวมตัวกันเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่คำวินิจฉัยที่ 9/2568 (ฉบับย่อ) เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีข้อความสำคัญระบุว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง”

การรวมตัวครั้งนี้มีประชาชนราว 20 คนเข้าร่วม ชูป้ายข้อความสะท้อนจุดยืน เช่น “อำนาจเลือก สสร. เป็นของประชาชน” , “รัฐธรรมนูญใหม่ต้องร่างโดยตัวแทนที่มาจากประชาชนโดยตรง” และ “ประชาชนคือผู้ใช้รัฐธรรมนูญ ประชาชนต้องเป็นผู้เขียนรัฐธรรมนูญ เลือกตั้ง สสร.” พร้อมยืนแสดงออกอย่างสงบและมีการปราศรัยสั้น ๆ จากแกนนำ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดกำลังดูแลพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันเหตุวุ่นวาย

จากนั้น นายณัชปกร นามเมือง ผู้แทนจากองค์กร CALL ในฐานะเครือข่ายรณรงค์ร่างรัฐธรรมนูญ ได้อ่านแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชน โดยอ้างอิงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า รัฐสภามีอำนาจริเริ่มหรือแสดงความประสงค์ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติอย่างน้อย 2 ครั้ง ได้แก่
 1. ให้ประชาชนออกเสียงประชามติว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
 2. ให้ประชาชนออกเสียงประชามติเกี่ยวกับวิธีการและเนื้อหาสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
 3. หลังจากรัฐสภาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ให้ประชาชนออกเสียงประชามติว่าจะเห็นชอบหรือไม่

ทั้งนี้ ศาลได้ระบุว่าสามารถรวมการออกเสียงประชามติครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 เข้าด้วยกันได้ ทำให้สรุปได้ว่ากระบวนการต้องมีประชามติอย่างน้อย 2 ครั้งเป็นเงื่อนไขสำคัญ

แม้คำวินิจฉัยดังกล่าวจะทำให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ยังคงเดินหน้าต่อไปได้ แต่สิ่งที่กลายเป็นข้อกังวลของภาคประชาชนคือถ้อยคำในคำวินิจฉัยที่ว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” ซึ่งถูกมองว่าเป็นการจำกัดสิทธิและขัดกับหลักการพื้นฐานของประชาธิปไตย

นายณัชปกร ในนามเครือข่ายฯ ตั้งคำถามว่า “ศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจใดในการให้ความเห็นที่เกินกว่าประเด็นที่ผู้ร้องถาม” พร้อมชี้ว่าตามหลักการแบ่งแยกอำนาจ อำนาจในการจัดทำรัฐธรรมนูญเป็นของรัฐสภา ซึ่งต้องดำเนินการตามเจตนารมณ์ของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ดังนั้น รัฐสภาจึงมีสิทธิออกแบบให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มาจากการเลือกตั้งโดยตรง เพื่อให้กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญยึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง

แถลงการณ์ยังยืนยันว่า อำนาจในการกำหนดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นของประชาชน และประชาชนต้องใช้อำนาจนั้นผ่านรัฐสภา โดยศาลรัฐธรรมนูญไม่ควรก้าวก่ายหรือตีความเกินขอบเขตที่จำเป็น ข้อความในคำวินิจฉัยที่เป็นการให้ความเห็นเพิ่มเติม ไม่ควรมีผลผูกพันต่อองค์กรของรัฐทั้งหมด

เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญจึงเรียกร้องให้รัฐสภาเดินหน้ากระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไป โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ และต้องยืนยันให้ประชาชนได้เลือกผู้แทนมาทำหน้าที่ สสร. โดยตรง เพื่อให้รัฐธรรมนูญใหม่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง