เกิดเหตุระทึก “ชาวฮังการี” อ้างเพื่อนติดค้างตึกถล่ม พยายามจะบุกเข้าไปในซากตึก
เกิดเหตุระทึก “ชาวฮังการี” อ้างเพื่อนติดค้างตึกถล่ม พยายามจะบุกเข้าไปในซากตึก แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดเอาไว้ คนขับแท็กซี่ เผย มึนเมาตลอดทาง
วันที่ 2 เม.ย. 2568 บริเวณหน้าไซด์งาน ได้เกิดเหตุระทึกขึ้นที่บริเวณด้านหน้าจุดเกิดเหตุอาคารถล่ม เมื่อมีชายคนหนึ่งซึ่งเป็นชาวฮังการี ได้เดินทางด้วยเครื่องบินจากประเทศฮังการีมาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ แล้วเดินทางด้วยรถแท็กซี่จากสนามบินสุวรรณภูมิมาถึงจุดเกิดเหตุ โดยมีพฤติกรรมพยายามที่จะบุกเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ อ้างว่าตนเองเป็นเพื่อนกับคนจีนที่ติดค้างอยู่ในซากอาคารประมาณ 10 คน และสอบถามเจ้าหน้าที่ว่า ทำไมรถเครนเครื่องจักรถึงไม่ทำงาน เพราะเพื่อนเขาติดอยู่ข้างใน ซึ่งชายคนดังกล่าวมีท่าทีจะฝ่าเจ้าหน้าที่เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุให้ได้ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และทีมกู้ภัยสกัดเอาไว้ พร้อมกับพูดคุยปลอบใจและอธิบายการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้ฟัง แต่ชายคนดังกล่าวยังคงมีท่าทีหัวร้อน ไม่ยอมฟังเจ้าหน้าที่และจะบุกเข้าไปอย่างต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับคนขับแท็กซี่ที่รับชายชาวฮังการีรายนี้ เธอเล่าว่า เธอรับชายชาวฮังการีคนนี้จากสนามบินสุวรรณภูมิตั้งแต่ช่วงประมาณตี 3 โดยชายชาวฮังการีรายนี้อ้างว่า ให้มาวนรถบริเวณจุดเกิดเหตุ เพราะอ้างว่าอยากเห็นสถานที่ตึกถล่ม แล้วเดินทางต่อไปที่พัทยา ซึ่งคิดค่าบริการเหมารถจำนวน 4,000 บาท
ทั้งนี้ ตัวชายชาวฮังการีรายนี้ได้ดื่มเบียร์ที่สนามบินจนมีอาการมึนเมาตลอดทาง ซึ่งขณะที่อยู่บนรถนั้น มีเพียงแค่อยากขอดูรูปภาพซากอาคารถล่มและสงบ ไม่ได้มีอาการโวยวายแต่อย่างใด แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ก็พบว่าชายชาวฮังการีรายนี้แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมด้วยการพยายามที่จะฝ่าเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุและไม่ยอมจ่ายค่าโดยสาร โดยอ้างว่าเพื่อนของเขา 10 คนติดอยู่ในซากอาคาร
ตนเองรู้สึกไม่พอใจและรู้สึกแย่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก เพราะไม่คิดว่าชายชาวฮังการีรายนี้จะเดินทางมาที่เกิดเหตุแล้วแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งไม่ยอมจ่ายค่าโดยสาร ทั้ง ๆ ที่ ชายคนนี้นั่งรถมามากกว่า 4-5 ชั่วโมงแล้ว จึงทำให้ตนเองรู้สึกเสียเวลาในการรับผู้โดยสารคนอื่นอย่างมาก
รวมทั้งรู้สึกไม่พอใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ เนื่องจากในระหว่างที่เจรจา ชายชาวฮังการีได้ควักเงิน เพียงแค่ 300 บาท แล้วตำรวจบอกให้รับเงินเพียงแค่นี้แล้วจบ พร้อมทั้งบอกว่าให้ไปลงบันทึกประจำวันที่สนบางซื่อ ซึ่งตนรู้สึกไม่พอใจ เพราะเสียเวลาของตนมามากแล้วและเงินที่ได้รับไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้
ผ่านไปได้สักพัก รถตำรวจของ สน.บางซื่อ ก็ได้ทางเดินทางมาถึง โดยพยายามพูดคุยบอกให้ชายชาวฮังการีคนนี้ขึ้นรถตำรวจ แต่สุดท้ายชายชาวฮังการีคนนี้มีท่าทีที่อ่อนลงและได้สวมกอดเจ้าหน้าที่ที่พูดคุยเจรจา พร้อมมีสีหน้าคล้ายจะร้องไห้ ก่อนเดินโอบไหล่คนขับแท็กซี่เดินออกไปโดยไม่ได้ขึ้นรถตำรวจ
จากการสอบถามคนขับแท็กซี่ บอกเพียงแค่ว่า ชายชาวฮังการีไม่ประสงค์ที่จะขึ้นรถตำรวจ แต่ยินดีที่จะขึ้นรถแท็กซี่ของเธอเดินทางไปยัง สน.บางซื่อ ส่วนเรื่องค่าโดยสารนั้นยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน แต่จะมีการตกลงและสงบสติอารมณ์ชายชาวฮังการีคนนี้ที่ สน.บางซื่อ ต่อไป ///
z-z1603487247937.jpg)