ฮั้วเลือก สว.สามก๊วนใหญ่แชร์อำนาจ
โพสต์เมื่อ : 29 ส.ค 2567 เวลา 9:43 น.
เลือก สว.ระดับจังหวัดทั่วประเทศ ผ่านพ้นไป ได้ผู้สมัคร สว.ตัวเลขกลม ๆ 3 พันคน ซึ่งมีคนลงสมัครอิสระผ่านเข้ารอบน้อยมาก และที่เหลือเป็นก๊วนของขบวนการจัดตั้ง โดยที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน
เป็นโจทย์ใหญ่ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำลังเกิดขึ้นหลังสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ผ่าตัดร่างแก้ไขประชามติ เปิดประตูแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยต้องช่วยระดมสมองดีไซน์โมเดลเลือก สว.ใหม่ ให้เชื่อมโยงกับประชาชน วางบทบาท อำนาจหน้าที่ให้เหมาะกับการเมืองที่เปลี่ยนไป
ป้องกันสภาผัวสภาเมีย ป้องกันระบบจัดตั้งเลือกหรือฮั้วแบบจะๆ แต่กรรมการคุมเกมไม่มีกึ๋นหาหลักฐานแจกใบแดงไล่ออกจากสนามได้
ทำให้ขบวนการจัดตั้ง 3 กลุ่มใหญ่ได้ใจ เปิดปฏิบัติการขยายเครือข่ายล็อกเป้าทันที สนามเลือก สว.ระดับประเทศวิ่งฝุ่นตลบ งัดวิชามาร วิชาเทพ ใต้ดิน บนดิน ล็อบบี้ต่อรองกันทุกรูปแบบ
กลุ่มใหญ่สุดมีทั้งอำนาจ และบารมี ที่เตรียมเข็นประมุขสว.คนใหม่คุมกลไกวุฒิสภาเบ็ดเสร็จ ใช้ระดับบิ๊กที่คุมเกมในพรรค-สภา-ทำเนียบ เดินเกม อ้างมีผู้สมัครในมือ 1 พันคน และยังมีก๊อกสองเตรียมช้อนปลาในบ่อเพื่อน
อีกก๊วนที่มีปัจจัยหนัก และกล้าใช้พระเดช บางแม่ทัพระดับหัวปั้มจ่าย และบิ๊กสีเขียว ซึ่งเป็นมือประสานสิบทิศ วางงานให้คนของตัวเองเข้าฮอสมากที่สุด โดยคิดใหญ่ต้องการถือดุลอำนาจเป็นพลังต่อรองอำนาจทางการเมือง อ้างมีตัวเลขในมือสูง 1.5 พันคน
ก๊กสุดท้ายมานิ่ง ๆ พาเข้าวินตามธง โดยไม่ระบุจำนวนเครือข่ายในมือมีเท่าไหร่ แต่มีระดับนักกิจกรรมตัวยงเดินเกม ส่งสัญญาณให้เลือกผ่านด่านเข้าไปล้างบางฐานอำนาจฝ่ายอนุรักษ์นิยม
ที่เหลือเป็นผู้สมัครรัฐอิสระ กลุ่มนี้เนื้อหอมที่สุด เพราะถูกล็อบบี้หนัก มีชื่อไปปรากฎอยู่ในโพยก๊วน 3 ใหญ่ โดยเฉพาะในโพยก๊วนที่มีปัจจัยหนัก และกล้าใช้พระเดชที่เขี้ยวลากดิน จนผู้สมัครอิสระไม่เล่นด้วย
นาทีนี้ผู้สมัครรัฐอิสระกำลังหักหัวเบนเข็มเข้าร่วมกลุ่มใหญ่สุด ที่มีทั้งอำนาจ และบารมี โดยไม่แอบอิงก๊กที่มานิ่ง ๆ เพราะเปิดดีลแล้ว ถนัดเล่นคนละเกม เป็นปลาคนละน้ำ
26 มิ.ย. วันชี้ชะตา เฟ้นเลือกกันเองเหลือ 200 อรหันต์ทองคำ อัตราส่วน 15 ต่อ 1 ไม่นับรวมตัวสำรองอีก 100 คน สมรภูมินี้เม็ดเงินกระจาย คะแนนละเท่าไหร่อยู่ที่ดีล และเงื่อนเวลา
ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ระดับประเทศ มีฮั้วทุกระดับประทับใจกรรมการคุมการเล่น ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำหนดให้เลือกโดยสุจริต และเป็นธรรม เพื่อเฟ้นเลือก “ผู้ทรงคุณวุฒิ” เข้าไปทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ
แต่ สว.ส่วนใหญ่หน้าผากติดโลโก้ 3 กลุ่มก๊วนก๊กการเมือง ดีกรีต่ำกว่าผู้ทรงคุณวุฒิ เข้ามารับใช้นักการเมือง ไม่ใช่รับใช้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจตัวจริง
กลายเป็น “สภาลูกทาส” เพิ่มดุลต่อรองให้พรรคการเมือง
เป็นโจทย์ใหญ่ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำลังเกิดขึ้นหลังสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ผ่าตัดร่างแก้ไขประชามติ เปิดประตูแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยต้องช่วยระดมสมองดีไซน์โมเดลเลือก สว.ใหม่ ให้เชื่อมโยงกับประชาชน วางบทบาท อำนาจหน้าที่ให้เหมาะกับการเมืองที่เปลี่ยนไป
ป้องกันสภาผัวสภาเมีย ป้องกันระบบจัดตั้งเลือกหรือฮั้วแบบจะๆ แต่กรรมการคุมเกมไม่มีกึ๋นหาหลักฐานแจกใบแดงไล่ออกจากสนามได้
ทำให้ขบวนการจัดตั้ง 3 กลุ่มใหญ่ได้ใจ เปิดปฏิบัติการขยายเครือข่ายล็อกเป้าทันที สนามเลือก สว.ระดับประเทศวิ่งฝุ่นตลบ งัดวิชามาร วิชาเทพ ใต้ดิน บนดิน ล็อบบี้ต่อรองกันทุกรูปแบบ
กลุ่มใหญ่สุดมีทั้งอำนาจ และบารมี ที่เตรียมเข็นประมุขสว.คนใหม่คุมกลไกวุฒิสภาเบ็ดเสร็จ ใช้ระดับบิ๊กที่คุมเกมในพรรค-สภา-ทำเนียบ เดินเกม อ้างมีผู้สมัครในมือ 1 พันคน และยังมีก๊อกสองเตรียมช้อนปลาในบ่อเพื่อน
อีกก๊วนที่มีปัจจัยหนัก และกล้าใช้พระเดช บางแม่ทัพระดับหัวปั้มจ่าย และบิ๊กสีเขียว ซึ่งเป็นมือประสานสิบทิศ วางงานให้คนของตัวเองเข้าฮอสมากที่สุด โดยคิดใหญ่ต้องการถือดุลอำนาจเป็นพลังต่อรองอำนาจทางการเมือง อ้างมีตัวเลขในมือสูง 1.5 พันคน
ก๊กสุดท้ายมานิ่ง ๆ พาเข้าวินตามธง โดยไม่ระบุจำนวนเครือข่ายในมือมีเท่าไหร่ แต่มีระดับนักกิจกรรมตัวยงเดินเกม ส่งสัญญาณให้เลือกผ่านด่านเข้าไปล้างบางฐานอำนาจฝ่ายอนุรักษ์นิยม
ที่เหลือเป็นผู้สมัครรัฐอิสระ กลุ่มนี้เนื้อหอมที่สุด เพราะถูกล็อบบี้หนัก มีชื่อไปปรากฎอยู่ในโพยก๊วน 3 ใหญ่ โดยเฉพาะในโพยก๊วนที่มีปัจจัยหนัก และกล้าใช้พระเดชที่เขี้ยวลากดิน จนผู้สมัครอิสระไม่เล่นด้วย
นาทีนี้ผู้สมัครรัฐอิสระกำลังหักหัวเบนเข็มเข้าร่วมกลุ่มใหญ่สุด ที่มีทั้งอำนาจ และบารมี โดยไม่แอบอิงก๊กที่มานิ่ง ๆ เพราะเปิดดีลแล้ว ถนัดเล่นคนละเกม เป็นปลาคนละน้ำ
26 มิ.ย. วันชี้ชะตา เฟ้นเลือกกันเองเหลือ 200 อรหันต์ทองคำ อัตราส่วน 15 ต่อ 1 ไม่นับรวมตัวสำรองอีก 100 คน สมรภูมินี้เม็ดเงินกระจาย คะแนนละเท่าไหร่อยู่ที่ดีล และเงื่อนเวลา
ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ระดับประเทศ มีฮั้วทุกระดับประทับใจกรรมการคุมการเล่น ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำหนดให้เลือกโดยสุจริต และเป็นธรรม เพื่อเฟ้นเลือก “ผู้ทรงคุณวุฒิ” เข้าไปทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ
แต่ สว.ส่วนใหญ่หน้าผากติดโลโก้ 3 กลุ่มก๊วนก๊กการเมือง ดีกรีต่ำกว่าผู้ทรงคุณวุฒิ เข้ามารับใช้นักการเมือง ไม่ใช่รับใช้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจตัวจริง
กลายเป็น “สภาลูกทาส” เพิ่มดุลต่อรองให้พรรคการเมือง
z-z1603487247937.jpg)