หอการค้าไทย เผย ข้าว-กาแฟ-นม ดาวเด่นส่งออก
หอการค้าไทย เผย ข้าว-กาแฟ-นม ดาวเด่น คาดทำส่งออกอาหารไทยโต 10 เปอร์เซ็นต์ กวาดเงิน 1.7 ล้านล้านบาท
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต เปิดเผยว่า แนวโน้มการส่งออกอาหารไทยในช่วง 5 เดือนหลัง (ส.ค.ธ.ค.) ปี 2567 คาดว่าจะมีมูลค่า 7 แสนล้านบาท ภาพรวมส่งออกอาหารปี 2567 คาดว่าจะมีมูลค่า 1.6-1.7 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 5-10% เมื่อเทียบกับปี 2566 ที่มีมูลค่ารวม 1.55 ล้านล้านบาท
เนื่องจากความต้องการสินค้าอาหารยังเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับสูง ขณะที่ภาวะอุตสาหกรรมโลกเริ่มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตโลก (Global Manufacturing PMI) ที่สะท้อนกิจกรรมภาคการผลิตโลกอยู่ในภาวะขยายตัว รวมถึงเป็นผลจากมาตรการสนับสนุนของภาครัฐในการทำกิจกรรมส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ
โดยในช่วง 7 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ค.) ปี 2567 สินค้าอาหารส่งออกของไทยมีมูลค่า 998,076 ล้านล้านบาท ขยายตัว 7.3% แบ่งเป็นสินค้าเกษตร 508,033 ล้านล้านบาท ขยายตัว 8.7% และสินค้าอุตสาหกรรมอาหาร 490,044 ล้านล้านบาท ขยายตัว 5.9% สินค้าส่งออกดาวเด่นคือ ข้าว ขยายตัว 51% กาแฟ ขยายตัว 213% เป็ดสดแช่เย็นแช่แข็ง ขยายตัว 13.9% เนื้อและส่วนต่างๆ ของสัตว์ที่บริโภคได้ ขยายตัว 3.8% สิ่งปรุงรสอาหารขยายตัว 16.7% นมและผลิตภัณฑ์ขยายตัว 26.6% หมากฝรั่งและขนมที่ไม่มีโกโก้ผสมขยายตัว 3.6% และโกโก้และของปรุงแต่งขยายตัว 13%
นายวิศิษฐ์กล่าวยอมรับว่าการส่งออกอาหารยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดได้แก่ ปัญหาสงครามอิสราเอล-ฮามาส และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนที่ยืดเยื้อ, การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในเดือนพ.ย.นี้, ต้นทุนค่าระวางเรือที่ยังทรงตัวสูง, ปัญหาสินค้าต้นทุนต่ำจากจีนเข้ามาทุ่มตลาดในไทยและแย่งส่วนแบ่งการตลาดของสินค้าไทยในต่างประเทศ, ภัยธรรมชาติ และการแข็งค่าของเงินบาทอย่างรวดเร็วโดยภายใน 1 เดือนเงินบาทแข็งค่า 7-8% ทำให้ลูกค้าหันไปซื้อสินค้าที่อื่นที่ถูกกว่าไทย จึงมีความเสี่ยงที่ไทยจะสูญเสียส่วนแบ่งตลาดส่งออกไปอย่างถาวรหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่แก้ปัญหา
นอกจากนี้ ภาครัฐควรเร่งปรับโครงการสร้างการส่งออกเพื่อรองรับการแข่งขันในระยะยาวเน้นให้ไทยเป็น Trading Nation รวมถึงแก้ปัญหาสินค้าต้นทุนต่ำเข้ามาตีตลาดเอสเอ็มอีไทยด้วย
z-z1603487247937.jpg)