닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopyีนคต

ส้มเน่าถูกหลอกซ้ำ!!!  MOA ภาพลวงตา ปชน.นั่งร้าน 'ภูมิใจไทย' เนื้อหอมปูทางอนาคตรัฐบาลเสียงข้างมาก

 


จุดเริ่มต้นของ “ภาพลวงตา” อยู่ที่บันทึกข้อตกลงทางการเมือง (MOA) ระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทย เพื่อดันอนุทินขึ้นเป็นนายกฯ ภายใต้เงื่อนไข “รัฐบาลเสียงข้างน้อย–ยุบสภาใน 4 เดือน–เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ” พรรคประชาชนไม่ร่วมรัฐบาลแต่โหวตให้ และหวังใช้ MOA เป็นคานงัดกำกับเกมอำนาจ แต่พอเวลาผ่านไป เงื่อนไขเดียวกันกลับกลายเป็น “เชือก” ที่รัดตัวเองมากกว่าจะมัดอีกฝ่าย เพราะทุกช่องว่างในการตีความ ถูกมืออาชีพทางอำนาจอ่านทะลุหมดแล้ว โดยเฉพาะฝั่งภูมิใจไทยที่ยืนกลางสนามและชำนาญเกมต่อรองมากกว่าใครในสมการนี้.  

MOA ไม่ใช่กฎหมาย แต่เป็นข้อตกลงการเมืองที่ต้องพึ่งพา “ความไว้วางใจ + แรงกดดันสาธารณะ” มากกว่าศาลหรือบทลงโทษแบบสัญญาเอกชน นี่คือจุดอ่อนเชิงโครงสร้าง พอเกิดข้อพิพาท ก็ต้องไปอาศัยเวทีการเมือง ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ซึ่งตอนนี้ก็มีการผลักดันให้ตรวจสอบว่าบางเงื่อนไขเข้าข่าย “ครอบงำพรรคการเมือง” หรือทำลายหลักประชาธิปไตยหรือไม่ ยิ่งตอกย้ำว่า MOA เป็นยุทธศาสตร์ที่ดีบนกระดาษ แต่เปราะบางในโลกจริง เมื่อเจอคู่ต่อสู้ที่เล่นกติกาเป็น

สัญญาณ “แรงดูด” ภาพชัดรัฐบาลเสียงข้างมาก

หลังวันโหวตนายกฯ คลื่นข่าวการย้ายสังกัด ไหลเข้ามาหนุนฝั่งรัฐบาลเริ่มดังขึ้นทันที ภาพการค่อย ๆ ขยาย “วงอำนาจ” ของภูมิใจไทย แม้จะยังไม่ถึงขั้นประกาศว่าเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ก็เพียงพอจะทำให้พรรคประชาชนเหงื่อซึม 

เพราะนี่คือจุดหักเหของ MOA ถ้าตีความว่า “การดูด ส.ส.” ทำให้ฐานะรัฐบาลแปรสภาพเป็นเสียงข้างมาก นั่นคือการละเมิดข้อตกลงตามที่พรรคประชาชนประกาศจะใช้กลไกสภาล้มรัฐบาล แต่ถ้าอีกฝ่ายยืนกรานว่าเป็น “การเคลื่อนไหวของบุคคลพรรคอื่น ไม่ใช่เจตนาของรัฐบาล” เกมก็ยืดได้อีก และทุกวันเวลาที่ผ่านไปคือแต้มต่อให้ผู้ครองอำนาจปัจจุบัน

พรรคประชาชน “นั่งร้าน” หรือ “นั่งรอ” 

การเมืองไม่รอใคร ฝั่งเพื่อไทยฉวยจังหวะจิ้มแผล โต้เป็นฉาก ๆ ว่า “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” เป็นแค่ทฤษฎีในฝัน สุดท้ายอำนาจรัฐก็กลายเป็นแม่เหล็กดูด ส.ส. ให้รัฐบาลแข็งแรงขึ้นอยู่ดี ถ้าปล่อยให้ภาพนี้ยืดเยื้อ พรรคประชาชนเสี่ยงถูกตราหน้าว่า “นั่งร้าน” ให้ฝ่ายตรงข้าม ทั้งที่ตัวเองตั้งใจจะคุมเกมด้วยเส้นตายยุบสภา 4 เดือน ผลข้างเคียงทางการเมืองจึงย้อนถีบกลับมาที่เครดิตของคนทำ MOA เอง

พรรคประชาชน “คิดว่าจะมัด” แต่สุดท้ายเหมือน “โดนมัดเอง” ในขณะที่ พรรคภูมิใจไทย “อ่านเกม–อ่านคน–อ่านเวลา” ได้ขาด ผลคือสนามจริงกำลังไหลไปเข้าทางฝ่ายที่ชำนาญการต่อรองมากกว่า 

หาก 4 เดือนจากนี้ จนถึงเส้นตายยุบสภาตามที่ประกาศ ไม่มี “ตัวชี้วัดละเมิด” ที่ชัดและกลไกตอบโต้ที่เฉียบคม ภาพจำ “โดนหลอก” จะติดตัวผู้ร่าง MOA มากกว่าผู้เล่นเกม MOA และนั่นต่างหาก คือชัยชนะเชิงวาทกรรมที่ทรงพลังที่สุดของคนเซียน