닫기

ปกสกู๊ปแนวนอน75

สังหาร “ลิม กิมยา” สั่งตรงกัมพูชา


บริเวณวงเวียนเกาะกลางสิบสามห้าง คือจุดที่เกิดเหตุยิงกันจนเสียชีวิต เรื่องราวของคดีนี้ยังคงเป็นกรมปริศนาที่ต้องหาข้อเท็จจริง แม้ว่าขณะนี้คนร้ายอย่างนายเอกลักษณ์แพน้อย หรือจ่าเอ็ม เจ้าหน้าที่ตำรวจสน. ชนะสงคราม  ได้นำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดาเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ตาม

นายเอกลักษณ์ แพน้อย หรือเอ็ม กองเรือ อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุยิงนายลิม กิมยา อายุ 73 ปี อดีต ส.ส.ฝ่ายค้านของกัมพูชา เสียชีวิตบริเวณเกาะกลางถนน ตรงข้ามวัดบวรนิเวศ เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 68
โดยหลังจากการสอบปากคำ 2 วันที่ผ่านมา “จ่าเอ็ม” ค่อนข้างให้การที่เป็นประโยชน์กับรูปคดี

อัยรูมลงพื้นที่พูดคุยกับแม่ค้าที่อยู่บริเวณเกาะกลางสิบสามห้าง เพื่อฟังเสียงยืนยันอีกครั้ง บอกว่า เรื่องนี้คนก่อเหตุไม่มีพฤติกรรมว่าจะกลัวอะไร แสดงว่าผู้อยู่เบื้องหลังน่าจะมีอำนาจใหญ่พอสมควร และถ้าเป็นผู้มีอิทธิพลเชื่อว่าไม่มีใครทำไรเขาได้ 

อย่างไรก็ตามตำรวจ สน.ชนะสงคราม พร้อมด้วยตํารวจหน่วยอรินทราช 26 คุมตัวนายเอกลักษณ์ แพน้อย หรือ "เอ็ม กองเรือ" เพื่อขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 กล่าวว่า ความคืบหน้าการสอบปากคำ ผู้ต้องหายังให้การไม่เป็นประโยชน์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผู้มีพระคุณ แต่ตำรวจก็ได้ใช้แนวทางการสืบสวนจนทราบว่าเป็นบุคคลใดแต่รอความชัดเจน ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถติดตามตัวมาได้ ส่วนจะเป็นการออกหมายเรียกหรือหมายจับนั้นอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน

ขณะที่ตอนนี้ สื่อประเทศกัมพูชาออกมาเคลื่อนไหวในประเด็นนี้เช่นเดียวกัน โดยแปลเป็นภาษาไทยว่า “นายสมหวัง เป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ในประเทศกัมพูชา อ้างว่าติดต่อกับจ่าเอ็มในการรับงานสังหารนายลิม กิมยา วัย 73 ปี อดีตเป็นสมาชิกรัฐสภาพรรคแกนนำฝ่ายค้าน ชื่อว่าพรรคกู้ชาติกัมพูชา หรือ CNRP โดยสำนักข่าว RFA Khmer ระบุเพิ่มเติมว่า  นายสมหวัง เป็นคนหนึ่งที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับเหตุ ฆาตกรรมนายลิม กิมยา ในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย และเป็นคนโอนเงินให้จ่าเอ็ม 


เหตุการณ์อุกอาจที่เกิดขึ้นในประเทศไทย  ปรับกลายเป็นเรื่องราวบานปลายจนทำให้กระแสวิพากษ์วิจารณ์มองว่า ประเทศไทยคือเหยื่อสำคัญของต่างประเทศ ตลอดไปจนถึงเรื่องของผู้มีอิทธิพลอำนาจ ที่อยู่เหนือกฎหมาย ทำหน้าที่ครอบครองประเทศ เป็นที่น่าติดตามว่าหลังจากนี้ผู้มีอิทธิพลทั้งหมด กระบวนการทางกฎหมาย จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่กับพวกเขา