สว.พันธุ์ใหม่ กดดัน “อิ๊งค์” รับผิดชอบคลิปฉาว ชี้กระทบภาพลักษณ์ประเทศ
โพสต์เมื่อ : 18 มิ.ย 2568 เวลา 9:27 น.
สว.พันธุ์ใหม่ กดดัน “อิ๊งค์” รับผิดชอบคลิปฉาว ชี้กระทบภาพลักษณ์ประเทศ เตือนวิกฤตศรัทธาอาจถึงจุดล้มรัฐบาล ขณะที่ "นันทนา-นรเศรษฐ์" ย้ำไม่เอารัฐประหาร แต่หนุนคืนอำนาจให้ประชาชน หากศรัทธาไม่เหลือ
เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2568 น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา พร้อมด้วย นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา และแกนนำกลุ่มส.ว.พันธุ์ใหม่ ให้สัมภาษณ์แสดงจุดยืนต่อกรณีคลิปเสียงที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกมายืนยันว่าเป็นเสียงของตนเองจริง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลต้อง แสดงความรับผิดชอบ
นายนรเศรษฐ์ ชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่า เมื่อผู้นำประเทศยอมรับว่าเสียงในคลิปนั้นเป็นของตนเองจริง ย่อมต้องมีความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับภาพลักษณ์ประเทศ ทั้งในด้านความเชื่อมั่นจากต่างชาติ และความรู้สึกของประชาชนภายในประเทศ
คลิปเสียงดังกล่าวอาจฟังดู “ไร้เดียงสา” ในเนื้อหา แต่สร้างความเสียหายเชิงยุทธศาสตร์และทำให้ผู้นำประเทศดูอ่อนแอในสายตานานาชาติ พร้อมย้ำว่า รัฐบาลต้องรีบอธิบายว่าจะรับผิดชอบต่อกรณีนี้ในรูปแบบใด นายนรเศรษฐ์ กล่าว
ขณะเดียวกัน น.ส.นันทนา แสดงความชื่นชมต่อ ฝ่ายความมั่นคง ที่ยังคงทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยและรักษาชายแดนของไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ คัดค้านอย่างชัดเจนต่อแนวคิดการยึดอำนาจหรือรัฐประหาร อันอาจอาศัยสถานการณ์ความเปราะบางทางการเมืองเป็นข้ออ้าง
“สถานการณ์ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นต้องใช้กำลังในการควบคุมประเทศ ปากท้องของประชาชนยังเป็นเรื่องสำคัญกว่า และเราต้องไม่ปล่อยให้ประเทศไทยตกอยู่ในวงจรรัฐประหารอีก”
น.ส.นันทนา ยังเน้นย้ำว่า กลุ่ม “ส.ว.พันธุ์ใหม่” ต้องการให้การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเป็นไปตามกลไกรัฐสภาเท่านั้น และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพหลักประชาธิปไตย โดยเฉพาะการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ซึ่งต้องเป็น “ฉบับของประชาชน” ผ่านกระบวนการที่เปิดกว้างและเป็นธรรม
ในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ขณะนี้อยู่ในภาวะอ่อนไหว น.ส.นันทนา กล่าวว่า แม้จะมีเสียงเรียกร้องให้เปิดอภิปรายเรื่องชายแดน แต่ยังไม่ควรนำข้อมูลบางประเด็นมาเปิดเผยโดยไม่กลั่นกรอง เพราะอาจส่งผลต่อผลประโยชน์ของประเทศในเวทีเจรจา
“ผู้แทนในสภา ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ต้องระวังอย่างยิ่ง เพราะสิ่งที่พูดไม่ใช่แค่ความเห็นส่วนตัวอีกต่อไป มันอาจถูกฝ่ายตรงข้ามนำไปใช้ในศาลโลก หรือเวทีการเจรจาทวิภาคีได้”
เมื่อถามว่า รัฐบาลควรลาออกหรือยุบสภาหรือไม่ น.ส.นันทนา ไม่ได้ตอบโดยตรง แต่ระบุว่า รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบและออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการ เพื่อคลี่คลายความไม่สบายใจในหมู่ประชาชนและฝ่ายความมั่นคง
“ตอนนี้ประชาชนกำลังรอฟังคำอธิบาย ไม่ใช่เพียงคำยอมรับ แต่ต้องมีคำอธิบายว่าจะเดินหน้ารับผิดชอบอย่างไร เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา”
นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องจับตาไม่ใช่แค่การออกมาชี้แจงของรัฐบาล แต่คือ “ระดับความไว้วางใจ” จากประชาชนที่ยังหลงเหลืออยู่มากน้อยเพียงใด
“หากยังคงยืนยันบริหารประเทศต่อไปด้วยทีมผู้นำแบบเดิม รัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่า ประชาชนยังศรัทธาอยู่หรือไม่ และหากเสียงศรัทธานั้นลดลงจนไม่อาจฟื้นได้ การคืนอำนาจให้ประชาชนผ่านการลาออกหรือยุบสภาจึงเป็นทางออกที่สง่างามและสันติที่สุด”
น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า การยุบสภาไม่ใช่การหนีปัญหา แต่คือการคืนอำนาจการตัดสินใจให้ประชาชนได้เลือกผู้แทนใหม่ เพื่อก้าวข้ามความไม่ไว้วางใจอย่างเป็นระบบ ลดเงื่อนไขความขัดแย้ง และป้องกันความรุนแรงที่อาจเกิดจากความไม่พอใจทางการเมือง
“หากเดินนอกเส้นทางรัฐธรรมนูญ เช่น การใช้อำนาจพิเศษหรือรัฐประหาร ย่อมทำลายโอกาสของประเทศในการฟื้นฟูศรัทธาและความมั่นคงระยะยาว”
ในประเด็นเรื่องความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล น.ส.นันทนา กล่าวด้วยความระมัดระวังว่า ขณะนี้ประชาชนควรเป็นผู้ตัดสินใจด้วยตนเอง แต่ยอมรับว่า รัฐบาลกำลังเผชิญ “วิกฤตการสื่อสาร” อย่างหนัก โดยเฉพาะในประเด็นด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“การสื่อสารของรัฐบาลในเรื่องระหว่างประเทศช้าเกินไป และบางครั้งไม่มีเอกภาพ คลิปเสียงล่าสุดของนายกฯยิ่งตอกย้ำว่า ผู้นำประเทศยังขาดประสิทธิภาพในการควบคุมภาพลักษณ์และการสื่อสารในระดับสูง ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นในภาวะที่ประเทศต้องเผชิญแรงกดดันจากภายนอกมากขนาดนี้”
อย่างไรก็ตาม ณ จุดนี้ ตนเองในฐานะสมาชิกวุฒิสภา ไม่สามารถให้คำตอบแทนประชาชนได้ว่าควรเชื่อมั่นในรัฐบาลต่อไปหรือไม่ แต่ขอให้ทุกคนใช้ข้อมูลทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องมือในการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่า ประเทศควรเดินหน้าอย่างไร และใครควรเป็นผู้นำในการนำทางช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชาติ
z-z1603487247937.jpg)