닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บcopy

“อังคณา” ห่วงปล่อยคดีตากใบหมดอายุความ เสี่ยงจุดไฟรุนแรงในพื้นที่ตามมา ถามความจริงใจรัฐบาลคืนความยุติธรรมให้ประชาชน เฉ่งนายกฯไม่สนับสนุนให้เกิดขบวนการพิสูจน์ความจริงในชั้นศาล ปล่อยผู้ต้องหาหายไป 


เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2567 ที่รัฐสภา นางอังคนา นีลไพจิตร สว. ในฐานะประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวถึงคดีการสลายการชุมนุมเหตุการณ์อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ที่จะหมดอายุความในวันที่ 25 ต.ค.ว่า รัฐบาลสามารถออกพ.ร.ก.เพื่อขยายอายุความคดีตากใบได้ แม้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม บอกอาจไม่ทัน แต่เป็นสิ่งที่ครม.ทำได้ เป็นความหวังสุดท้ายของผู้เสียหาย หากจำเลยไม่มาศาลวันที่ 25ต.ค. คดีจะหมดอายุความเหมือนคดีมัสยิดกรือเซะที่มีผู้เสียชีวิต 31คน หมดอายุความไปแล้ว คดีอาญาแผ่นดินที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ไม่ควรเป็นหน้าที่ญาติผู้เสียชีวิตฟ้องร้องเอง ควรเป็นหน้าที่อัยการ คดีนี้ทำให้เกิดความเปรียบเทียบ หากประชาชนทำผิดถูกลงโทษ แต่เจ้าหน้าที่รัฐทำผิด แทบไม่เคยจับกุมผู้ทำผิดได้เลย โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำเป็นต้องปฏิรูปกฎหมาย ความผิดละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงต้องไม่มีอายุความ และขยายนิยามผู้เสียหายให้รวมถึงสามีภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส สอดคล้องอนุสัญญาว่าด้วยการทรมานและบังคับสูญหาย การปล่อยโอกาสให้เกิดความจริงในศาล คงหลีกเลี่ยงยากที่จะเกิดความรุนแรงตามมา นายกรัฐมนตรีไม่สนับสนุนให้ส่งเสริมการพิสูจน์ความจริง ปล่อยให้ผู้ต้องหาหายไป เป็นคำถามท้าทายจะคืนความยุติธรรมให้ประชาชนอย่างไร รัฐบาลต้องหยุดสร้างวาทกรรม โยนความผิดให้ผู้เสียหาย ใครจะรับผิดชอบการเสียชีวิตผู้ชุมนุมที่ต้องไม่เสียชีวิตภายใต้การควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่