닫기

ปกสกู๊ปแนวนอน789

สนาม อบจ. อีสาน-เหนือ พื้นที่หนักใจ ที่นายใหญ่กุมขมับ



นับถอยหลังอีกไม่กี่วันก็จะถึงการเลือกตั้งท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดทั่วประเทศ อีกหนึ่งเวทีสำคัญทีหลายฝ่ายต่างอยากชิงชัยทั้งบ้านใหญ่แดง พรรคเพื่อไทย บ้านใหญ่น้ำเงินพรรคภูมิใจไทย หรือค่ายส้มอย่างพรรคประชาชนก็ลงมาเล่นในศึกครั้งนี้ด้วย ต่างฝ่ายต่อสู้กันอย่างแข็งขัน ไม่ว่าจะเป็นนายใหญ่อย่างทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ลงพื้นที่หาเสียงด้วยตัวเอง ทัวร์ไม่พักตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน สู้ดุเดือดพยายามจะชิงชัยพื้นที่อีสานทั้ง บึงกาฬ นครพนม ศรีสะเกษ มหาสารคาม ซึ่งอย่างที่รู้กันดีว่าพื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ของบ้านใหญ่ค่ายน้ำเงิน อย่างพรรคภูมิใจไทย ที่งานนี้นายทักษิณเองก็ดูหนักอกหนักใจเกี่ยวกับพื้นที่ดังกล่าว

อย่างจังหวัดศรีสะเกษก็เป็นพื้นที่ของ นายวิชิต ไตรสรณกุล อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษหลายสมัยที่ออกมายอมรับว่าการมาของนายใหญ่ครั้งนี้สร้างความหนักใจมากแต่ก็พยายามจะสู้ให้ได้ เพราะไม่เคยมีพรรคการเมืองไหนที่ส่งเข้ามาชิงมาก่อนในรอบหลาย 10 ปี รวมถึงลีลาการปราศรัยของนายทักษิณที่เสมือนการดับเครื่องชนแซะเหน็บแนมคู่แข่งอย่างไร้ความปราณี ทั้งยังมีการออกมาเผยว่า "ไล่หนูตีงูเห่า" ทำให้บุตรสาวของคู่แข่งอย่างนางสาวไตศุรี ไตรสรณกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาบอกกลับว่าอยากให้การพุดเช่นนี้ไปพูดในการเลือกตั้งใหญ่มากกว่าไม่ใช่ในเวทีนี้ ทั้งยังบอกอีกว่าถ้าเปลี่ยนแล้วไม่รู้ว่าจะดีหรือไม่ก็ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนทำไม ด้านฝากฝังพรรคเพื่อไทยก็ส่ง นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ เข้าลงในศึกครั้งนี้หวังการเปลี่ยนแปลงในจังหวัดศรีสะเกษ

รวมถึงจังหวัดเชียงใหม่ก็เป็นอีกจังหวัดที่น่าเป็นห่วงสำหรับนายทักษิณเองเนื่องจากในการเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่ผ่านมาปี 2566 พรรคเพื่อไทยจะได้พื้นที่ชิงชัยมาได้เพียงสองที่นั่งเท่านั้น ที่เหลือพรรคก้าวไกลกวาดเรียบ สร้างความหนักใจให้กับนายใหญ่เพราะเป็นถึงบ้านเกิด จะมาแพ้ให้กับพรรคส้มไม่ได้ จึงส่งนายกก๊อง พิชัย เลิศพงศ์อดิศร เข้ารักษาบัลลังก์แชมป์ ก่อนจะระดมไพร่พลขึ้นเชียงใหม่-เชียงราย ปราศรัยโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งเพียง 1 วัน ตามที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ 

เรียกได้ว่าตอนนี้นายใหญ่เจอศึกทั้งสองทาง ไม่ว่าจะเป็นพรรคส้มหรือพรรคน้ำเงินต่างก็ต้องการที่จะแย่งชิพื้นที่ อบจ. เหมือนกัน ยังไม่นับที่นายกอิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ช่วยปราศรัยในจังหวัดนครพนม เมื่อไม่กี่วันก่อน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นเสมือนการตอกย้ำว่าพรรคเพื่อไทยต้องการพื้นที่อีสานใต้ หลังถุกครอบครองนานหลายปี 

ซึ่งก็ต้องอยู่ที่ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่านโยบายของใครเข้าถึงประชาชนได้มากกว่าไม่ว่าจะเป็นของผู้สมัครคนเก่าที่ครองอำนาจมายาวนานหรือผู้สมัครคนใหม่ที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้จังหวัดของตัวเองดีกว่าเดิมแต่ละคนก็ต้องมีจุดประสงค์เดียวกันคืออยากพัฒนาพื้นที่ของตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิมโดยในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้เข้าคูหากาเบอร์ที่ถูกใจที่คิดว่าเค้าจะเข้ามาพัฒนาพื้นที่ ได้ตรงตามใจที่เราปรารถนา