닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ666

ศาลให้ประกัน "พิรงรอง" เงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศปม "ทรูไอดี" ฟ้องเอาผิด ด้านสภาผู้บริโภค ลั่นผิดหวัง กสทช.ไม่กล้ารักษา ประโยชน์ผู้บริโภค 



วันที่ 6 ก.พ. 2568 ที่ ศาลอาญาการทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เขตตลิ่งชัน ก่อนการพิจารณาคดีที่บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ยื่นฟ้อง ศาสตราจารย์กิตติคุณ พิรงรอง รามสูต กรรมการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกิจการโทรทัศน์ ในข้อหาเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

โดยในเวลา 10.10 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาลอาญาการทุจริตฯ มีคำตัดสิน ดร.พิรงรอง ฐานความผิด ม.157 สั่งจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญาฯ วงเงินประกันตัว 120,000บาท โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ คดี ทรูไอดียื่นฟ้อง กรณีออกหนังสือเตือนทีวีดิจิทัล มีโฆษณาแทรกในสัญญาณที่นำไปออก ผิดหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป (Must Carry)ที่มีโฆษณาแทรกไม่ได้ ชี้มีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย ซึ่งหากไม่ได้รับการประกันตัว จะหลุดจากตำแหน่งกรรมการกสทช.ทันที

ต่อมาทางด้าน นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค ออกมาแถลงข่าวภายหลังศาลตัดสิน ว่า รู้สึกผิดหวังเพราะคิดว่าคำพิพากษาจะเป็นประโยชน์ต่อ อ.พิรงรอง แต่ก็มีคำพิพากษาถูกจำคุกสองปี โดยเคารพคำพิพากษาของศาลส่วนของ อ.พิรงรอง นั้นต้องว่าไปตามกระบวนการ มั่นใจว่าจะมีการยื่นอุทธรณ์ต่อสู้ในคดีต่อไป ในฐานะสภาองค์กรของผู้บริโภคนั้นคิดว่าไม่ง่ายที่กสทช.จะทำหน้าที่รักษาประโยชน์ของผู้บริโภคอย่างน้อยทำให้กสทช. ที่เหลือก็กลัวว่าจะรักษาประโยชน์ผู้บริโภคแล้วได้อะไรเพราะถูกฟ้องคดีและมีคำพิพากษา จะทำให้ไม่รู้ว่าจะรักษาไปเพื่ออะไร

ซึ่งสิ่งที่สภาองค์กรของผู้บริโภคจะทำได้ในขณะนี้คือการสำรวจรอบด้านว่ากิจการแบบนี้มีการปฏิบัติอย่างไรกิจการที่เกี่ยวข้องผู้บริโภคมีการถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างไร ซึ่งเป็นภารกิจของสภาองค์กรของผู้บริโภคโดยตรงและคิดว่าผู้บริโภคจะสามารถหาทางเลือกถ้าไม่ชอบใจการโฆษณาก็อยู่ที่ผู้บริโภค ส่วนจะไปร้องเรียนที่สภาหรือทางสภาจะทำงานวิจัยศึกษาเรื่องนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้างนั้น ก็เป็นสิ่งที่สภาองค์กรของผู้บริโภคจะทำได้

“สุดท้ายอยากฝากถึงทีวีดิจิตอลทั้งหลายว่าให้ทำตามประกาศ Must carry เหล่านี้ด้วย” นางสารีกล่าว

นางสาวสารียังกล่าวทิ้งท้ายว่า มีกลุ่มหนึ่งพยายามจะถอดถอน อ.พิรงรอง ออกจากการเป็นกรรมการ กสทช. เพื่อแลกกับการถอนฟ้องคดี

ต่อมาเวลา 11.30 น. อ.พิรงรอง ได้เดินทางลงมาจากศาล ด้วยสีหน้ายิ้มอ่อน โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแต่อย่างใดพร้อมพูดเพียงว่า “ขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจ” ก่อนที่จะขึ้นรถตู้ส่วนตัวเดินทางกลับ