ศาลฎีกายกฟ้อง “เจ๊ปอง–ยุทธิยง–ภูวดล” คดีบุกยึด NBT ปี 2551
โพสต์เมื่อ : 19 ก.ย 2568 เวลา 13:32 น.
ศาลฎีกายกฟ้อง “เจ๊ปอง–ยุทธิยง–ภูวดล” คดีบุกยึด NBT ปี 2551 น้องชายสนธิไม่รอด จำคุก 6 เดือน ไม่รอลงอาญา
วันที่ 19 ก.ย. 2568 ที่ห้องพิจารณา 608 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีหมายเลขดำ อ.1033/2561 ซึ่งพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องแกนนำและแนวร่วมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) รวม 5 คน จากกรณีบุกยึดสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) เมื่อปี 2551
จำเลยในคดีประกอบด้วย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ (ถึงแก่อสัญกรรม จำหน่ายคดีออกไปแล้ว), นางสาวอัญชะลี ไพรีรัก, นายภูวดล ทรงประเสริฐ, นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที และนายชิติพัทธ์ ลิ้มทองกุล น้องชายของนายสนธิ ลิ้มทองกุล โดยถูกฟ้องในข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป, อั้งยี่, ซ่องโจร, เป็นหัวหน้าสั่งการ, และบุกรุกสถานที่ราชการจนเกิดความเสียหาย
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เมื่อปี 2551 ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมได้บุกยึดสถานีโทรทัศน์ NBT ทั้งนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาจำคุกจำเลยคนละ 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา ก่อนที่จำเลยทั้ง 4 จะยื่นฎีกาและได้รับการประกันตัวคนละ 200,000 บาท
ล่าสุด ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานต่อจำเลย 3 ราย ได้แก่ นางสาวอัญชะลี ไพรีรัก, นายภูวดล ทรงประเสริฐ และนายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที มีข้อสงสัย เนื่องจากคำให้การของพยานไม่สอดคล้องกันหลายประเด็น จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัย พิพากษาแก้ยกฟ้องทั้ง 3 คน
ส่วนนายชิติพัทธ์ ลิ้มทองกุล ศาลเห็นว่า ฎีกาฟังไม่ขึ้น พิพากษาจำคุก 8 เดือน แต่เนื่องจากให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษ 1 ใน 4 เหลือจำคุก 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
ภายหลังคำพิพากษา นางสาวอัญชะลี เปิดเผยว่า ขอบคุณกระบวนการยุติธรรมและศาลที่เมตตา แม้ก่อนหน้านี้ได้เตรียมใจไว้แล้วหากศาลฎีกายืนตามคำพิพากษาเดิม พร้อมยืนยันว่า สิ่งที่เคยกระทำเป็นหน้าที่ของสื่อมวลชน และนับเป็นการสิ้นสุดคดีความที่ยืดเยื้อยาวนานกว่า 15 ปี แต่หากในอนาคตยังพบความไม่ชอบธรรมจากระบบการเมือง ก็พร้อมที่จะลุกขึ้นต่อสู้อีก
ด้านนายยุทธิยง กล่าวขอบคุณศาลที่เมตตาเช่นกัน พร้อมเปิดเผยว่า หลังฟังคำพิพากษา ตนตั้งใจจะเดินจากศาลอาญารัชดาภิเษกไปกราบนมัสการพระพุทธชินสีห์ ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องจากที่ฐานพระประดิษฐานมีการบรรจุพระสรีรางคารของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9
z-z1603487247937.jpg)