닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บ2ะพะ

วุ่นอีกเรื่อง! ”ทนายตั้ม“ ส่อแจ้งความเท็จ หลังเคยร้อง ”บิ๊กต่อ-ภรรยา“ ซุกบ้านหรูกรุงลอนดอน ด้านเมียบิ๊กต่อ อ้างปี63 เคยเเจ้งข้อมูลไปแล้ว 5คนในป.ป.ช.รับรู้



ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความและ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในข้อหา ฉ้อโกง, ฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันนั้น
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายษิทราเคยยื่นหนังสือร้องเรียนสำนักงานป.ป.ช.และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ตรวจสอบพลตำรวจเอกต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผบ.ตร.และนางนิภาพรรณ สุขวิมล ภรรยาว่ามีบ้านพักในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษและจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน     รวมทั้งนายษิทราอ้างว่ามีข้าราชการตำรวจที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บพนันและส่วย 18 ธุรกิจสีเทาและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์และญาตินั้น
 
รายงานข่าวจากสำนักงานป.ป.ช.เปิดเผยว่า กรณีบ้านพักกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษนั้น อดีตผบ.ตร.ทำหนังสือชี้แจงต่อสำนักงานป.ป.ช.เมื่อช่วงเดือนก.ค.ที่ผ่านมา กรณีการกล่าวหาอดีตผบ.ตร.และภรรยาจงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯนั้นหนังสือที่อดีตผบ.ตร.ชี้แจงกับสำนักงานปปช.ระบุใจความหลักว่า ข้อกล่าวหาของสำนักงานป.ป.ช.ที่ระบุว่าตนจงใจไม่แสดงทรัพย์สินฯคือบ้านหลังนี้นั้น  ไม่เป็นความจริงเพราะตนได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯครั้งแรกในเดือนพ.ย.2562 (ช่วงดำรงตำแหน่งรองผบช. สอบสวนกลาง)และการที่นางนิภาพรรณไม่แจ้งรายการบ้านหลังดังกล่าวเพราะสำคัญผิดและเข้าใจเองว่าเมื่อยื่นบัญชีทรัพย์สินฯแล้ว โดยมีสัญญากู้เงิน(ลงวันที่25พค.2559) ระหว่างนางนิภาวรรณและนางสาวว.(ผู้ให้กู้)จำนวนยี่สิบล้านบาท โดยมีหลักฐานการโอนเงินกู้จำนวนนี้ส่งให้สำนักงานป.ป.ช.ไปแล้ว  ทำให้นางนิภาพรรณเข้าใจเองว่า เมื่อแจ้งข้อมูลนี้แล้วก็ไม่ต้องชี้แจงบ้านพักหลังดังกล่าวในบัญชีทรัพย์สินฯ เพราะเงินกู้ดังกล่าวนำไปซื้อบ้านหลังนี้ หากสำนักงานป.ป.ช.สงสัยกรณีนี้สามารถสอบถามได้ เพราะนางนิภาพรรณไม่มีพฤติการณ์จงใจปกปิดว่ามีบ้านหลังนี้
 
ด้านอดีตผบ.ตร. ชี้แจงว่า ช่วงยื่นบัญชีทรัพย์สินฯครั้งแรก ตนไม่ทราบว่าภรรยามีการตกลงร่วมหุ้นกับนางสาว”ว.”เพราะตนมอบให้ผู้ใต้บังคับบัญชารวบรวมข้อมูลของอดีตผบ.ตร.และภรรยาในการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯต่อป.ป.ช.และยังกำชับผู้ใต้บังคับบัญชาแจ้งนางนิภาพรรณว่า”ให้ระบุข้อมูลตามความเป็นจริงไม่ต้องปกปิดใดๆทั้งสิ้น” และนางนิภาพรรณส่งเอกสารกู้เงินกับนางสาว”ว.”ประกอบการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ โดยไม่แจ้งให้ตนทราบว่าเป็นการร่วมลงทุนของทั้งสองคน และตนเข้าใจเองว่าภรรยากู้เงินนางสาว”ว.”ไปซื้อบ้านหลังนี้เพราะนางนิภาพรรณเล่าให้ตนฟังว่าเงินซื้อบ้านหลังนี้เป็นของนาวสาว”ว.” โดยตนไม่ทราบนิติสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายและตนไม่ติดใจสงสัยนางสาว”ว.”เพราะนางสาว”ว.”มีฐานะดีและสนิทกับครอบครัวตน รวมทั้งเป็นเพื่อนของนางนิภาพรรณหลายสิบปี
 
อดีตผบ.ตร.ชี้แจงว่า เดือนพ.ย.2562 ตนจึงทราบว่าทั้งสองฝ่ายมีการทำสัญญาเงินกู้นี้ และสัญญาเงินกู้นี้ไม่มีการระบุในช่อง”โดยความยินยอมของ...คู่สมรส”และตนไม่ได้ลงลายมือชื่อในช่องนี้เป็นพยาน ตนจึงแสดงหลักฐานหนี้สินอันเป็นหนังสือจำนวนยี่สิบล้านบาทต่อสำนักงานป.ป.ช.  ตนทราบภายหลังว่านางนิภาพรรณและนางสาว”ว.”ไปชี้แจงกับสำนักงานป.ป.ช.ในสัญญาเงินกู้ฉบับนี้ว่า เป็นการร่วมลงทุนซื้อบ้านระหว่างกันและกฎหมายไม่ได้ระบุว่าการร่วมลงทุนกันต้องทำตามรูปแบบใดหรือต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ
 
อดีตผบ.ตร.ชี้แจงต่อว่า โดยตนทราบว่านางสาว”ว.”เป็นฝ่ายลงทุนคือลงหุ้นยี่สิบล้านบาท  จากนั้นโอนเงินให้นางนิภาพรรณสองครั้งในช่วงปี2559(ครั้งแรกจำนวนสิบล้านบาท ครั้งที่สองจำนวนเจ็ดล้านบาท โดยมีหลักฐานการโอนเงินแนบมาแสดงกับสำนักงานปปช.แล้ว) นางนิภาพรรณจึงโอนเงินนี้ให้ทนายความชาวอังกฤษดำเนินการซื้อบ้านหลังนี้ ส่วนที่เหลือสามล้านบาทนั้นนางสาว”ว.”ทยอยให้เพื่อเป็นค่าตกแต่งบ้าน  โดยนางนิภาพรรณเป็นฝ่ายลงแรงในการติดต่อซื้อบ้านหลังนี้กับผู้ขายและทนายความชาวอังกฤษและติดต่อนายหน้าประกาศขายบ้าน โดยนางนิภาพรรณและนางสาว”ว.”ตกลงกันว่าหากขายได้ กำไรแบ่งกันคนละครึ่ง และขอให้สำนักงานป.ป.ช.เรียกพยานตามที่ตนให้ข้อมูลไว้มาสอบถามได้
 
อดีตผบ.ตร.ชี้แจงว่า ช่วงเดือนมิ.ย.2563 หลังการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯไปแล้วราว 5 เดือนเศษ นาย”น.”พนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานปปช.ติดต่อนางนิภาพรรณและนางสาว”ว.”ไปให้ถ้อยคำประเด็นสัญญากู้ยืมเงินและไม่ได้แจ้งว่าต้องไปให้ถ้อยคำเกี่ยวกับบ้านหลังดังกล่าวแต่อย่างใด  โดยวันที่17 มิ.ย.2563 นางนิภาพรรณและนางสาว”ว.”ได้พบนาย”น.”/นางสาว”ก.”/นาย”ส.”/นาย”ช.”/นางสาว”ว.”   ซึ่งทั้ง 5 คนเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานป.ป.ช. (คณะตรวจสอบทรัพย์สิน สำนักงานปปช.)โดยทั้ง2คนไม่ได้นำทนายความผู้ที่ไว้วางใจไปด้วย  
 
อดีตผบ.ตร.ชี้แจงว่า  ทั้งสองคนให้การว่า  ตอนนั้นนางนิภาพรรณจำเป็นต้องมีกระแสเงินสดในการทำธุรกิจจึงไม่สามารถกู้เงินสถาบันการเงินในประเทศได้ จึงตกลงกู้เงินนางสาว”ว.” และนางนิภาพรรณได้ทำสัญญากู้ยืมเงินและมอบโฉนดที่ดินคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งให้นางสาว”ว.”เป็นประกันเงินกู้และเป็นหลักฐาน โดยบ้านหลังนี้ทั้งสองคนตกลงกันว่ามอบให้นางนิภาพรรณเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์และหากขายได้จะแบ่งกำไรคนละครึ่ง  โดยนางนิภาพรรณแสดงสัญญากู้ยืมเงิน สำเนาหนังสือเดินทาง หนังสือรับรองรายงานการเดินบัญชีของธนาคาร เอกสารการซื้อขายบ้านหลังนี้ค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านแล้ว และวันนั้นพนักงานเจ้าหน้าที่ป.ป.ช.ทั้ง 5 คนไม่ได้แจ้งและบันทึกรวมทั้งขอดูภาพถ่ายบ้านหลังดังกล่าวเพิ่มเติมจากนางนิภาพรรณแต่อย่างใด
 
“ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบ้านหลังนี้ที่นางนิภาพรรณและนางสาว”ว.”ชี้แจงจึงปรากฏขึ้นกับสำนักงานป.ป.ช.แล้วตั้งแต่วันที่17มิ.ย.2563 โดยนางนิภาพรรณและนางสาว”ว.”แยกห้องและช่วงเวลาในการให้ข้อมูลกับสำนักงานป.ป.ช. โดยทั้งสองคนให้ข้อมูลและแสดงหลักฐานด้วยความบริสุทธิ์และสมัครใจ และก่อนเดินทางกลับ ตนทราบว่า นางนิภาพรรณและนางสาว”ว.”สอบถามย้ำอีกครั้งว่า ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินฯเกี่ยวกับบ้านหลังนี้เพิ่มเติมหรือไม่  โดยนาย”น.”แจ้งว่าไม่ต้องยื่นเพิ่มเติม แต่ให้ยื่นอีกครั้งในกรณีที่ตนดำรงตำแหน่งครบสามปี(1ตค.2565) โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ป.ป.ช.อีก4คนไม่ได้ท้วงติง คัดค้านสิ่งที่นาย”น.”แจ้งกับนางนิภาพรรณและนางสาว”ว.” กรณีนี้ถือว่าเป็นมติเห็นชอบร่วมกันของคณะตรวจสอบทรัพย์สิน สำนักงานป.ป.ช.”อดีตผบ.ตร.ชี้แจง
 
อดีตผบ.ตร. ชี้แจงว่า เห็นได้ชัดว่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบ้านหลังนี้ ได้ปรากฏต่อพนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานป.ป.ช.แล้ว แม้ตนจะไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯในรายการนี้ในช่วงนั้นก็ตาม เพราะถือได้ว่าคณะกรรมการป.ป.ช.ทราบดีอยู่แล้วตั้งแต่ปี2563 ว่า นางนิภาพรรณ มีบ้านหลังนี้ จึงไม่อาจถือได้ว่าคู่สมรสของตนปกปิด ซุกบ้านหลังดังกล่าวไว้อย่างแน่นอน หากมีเจตนาแบบนั้นนางนิภาพรรณ คงไม่แสดงสัญญาเงินกู้ยี่สิบล้านบาทไว้ในการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯในปี2562 เพื่อให้เกิดข้อสงสัยแก่คณะกรรมการป.ป.ช.อย่างแน่นอน และปี2559 นางนิภาพรรณแสดงตนเปิดเผยกับสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีบ้านพักในอังกฤษ คงมีเพียงคณะกรรมการป.ป.ช.ที่ไม่รู้และกล่าวอ้างว่านางนิภาพรรณปกปิดเเละคณะกรรมการป.ป.ช.เพิ่งตรวจพบเองในภายหลัง
 
อดีตผบ.ตร. ชี้แจงว่า  ข้อกล่าวอ้างของสำนักงานป.ป.ช.ระบุว่า ตนและนางนิภาพรรณ เพิ่งแสดงรายการเพิ่มเติมภายหลัง  หลังจากสำนักงานป.ป.ช.ตรวจพบทรัพย์สินดังกล่าวนั้น  เป็นข้ออ้างที่ไม่ตรงความเป็นจริง เพราะความปรากฏตั้งแต่ปี2563 ช่วงที่นางนิภาพรรณและนางสาว”ว.”ไปพบ”นายน./นางสาวก./นายส./นายช./นางสาวว.” ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานป.ป.ช .แล้ว ข้อเท็จจริงข้างต้นทำให้ตนแจ้งบัญชีทรัพย์สินฯในปี2565 เกี่ยวกับบ้านหลังนี้เพราะทำตามข้อแนะนำของ”นายน./นางสาวก./นายส./นายช./นางสาวว.”ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานป.ป.ช. ที่แจ้งกับคู่สมรสของตนและนางสาว”ว.” เพราะตนเชื่อโดยสุจริตใจว่าช่วงที่ตนรับตำแหน่ง รองผบก.สอบสวนกลาง ตนไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินฯรายการนี้เพิ่มเติม  และให้ยื่นกับสำนักงานป.ป.ช.ในปี2565 หลังดำรงตำแหน่งครบสามปีตามคำแนะนำของ”นายน./นางสาวก./นายส./นายช./นางสาวว.”
 
“ตนขอให้สำนักงานป.ป.ช.สอบพยานเพิ่มเติมในกรณีนี้คือนางนิภาพรรณ นางสาว”ว.”และ”นายน./นางสาวก./นายส./นายช./นางสาวว.”พนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานป.ป.ช. และระยะเวลาตั้งแต่เดือนพ.ย.2562-มิ.ย.2567 คณะตรวจสอบทรัพย์สิน สำนักงานป.ป.ช.ไม่ได้ติดต่อตน เพื่อให้ไปชี้แจงข้อมูลเหล่านี้เลย เพียงแต่ประสานนางนิภาพรรณและนางสาว”ว.”ไปให้ถ้อยคำ และเมื่อเกิดการร้องเรียน มีการแจ้งข้อกล่าวหาและปรากฏเป็นข่าวในกรณีนี้ ตนไม่ได้รับความเป็นธรรมกับการถูกกล่าวหา  ตนจึงขอโต้แย้งคัดค้านเพื่อใช้สิทธิทางกฎหมายต่อไป”อดีตผบ.ตร.ชี้แจง

รายงานข่าวจากสำนักงานปปช.กล่าวว่าเจ้าของสำนวน กรณีนี้คือพ.ต.ท.สานนท์  เลิศสุโภชวณิชย์  สังกัดคณะตรวจสอบทรัพย์สิน สำนักงานป.ป.ช.เเละเป็นหัวหน้าห้าเจ้าหน้าที่ป.ป.ช.ที่สอบสวนกรณีนี้ เคยเสนอความเห็นให้ยุติกรณีนี้เเล้ว เเต่ไม่ทราบว่าเหคุใดสำนักงานป.ป.ช.จึงรับการร้องเรียนของนายษิทราเเละเเจ้งข้อกล่าวหาปกปิดบ้านหลังนี้กับอดีคผบ.ตร.