รัฐสภาลงมติ 304ต่อ150 ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการทำประชามติก่อนแก้รัฐธรรมนูญ
รัฐสภาลงมติ 304ต่อ150 ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการทำประชามติก่อนแก้รัฐธรรมนูญ “ณัฐพงษ์” อัดอย่ายกข้อกฎหมายบังหน้า เลี่ยงยกร่างกติกาประเทศฉบับใหม่ “สุทิน” เตือนสติแก้รัฐธรรมนูญใช้ความกล้าหาญอย่างเดียวไม่พอ ต้องไม่โง่ด้วย
ที่รัฐสภา มีการประชุมรัฐสภา พิจารณาญัตติของนพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. และญัตติของนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่ขอให้รัฐสภามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา210 กรณีการจัดตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)มายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยที่ยังไม่ได้ทำประชามติสอบถามความเห็นประชาชนก่อน จะทำได้หรือไม่ โดยสมาชิกรัฐสภาอภิปรายแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวาง สส.พรรคประชาชน และสว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ ต่างอภิปรายคัดค้านการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะมองว่าไม่มีกฎหมายบังคับไว้ และรัฐบาลมีเจตนาเตะถ่วงการแก้รัฐธรรมนูญ ขณะที่สส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายสนับสนุนให้ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความการทำประชามติ เพื่อให้การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ มีความถูกต้อง
โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรครประชาชน อภิปรายว่า เหตุผลที่ถกเถียงกันขณะนี้หากเป็นเหตุผลการเมือง โดยใช้ข้ออ้างเรื่องกฎหมายจะไม่มีข้อยุติ นี่คือเหตุขัดข้องให้การแก้รัฐธรรมนูญเดินหน้าต่อไม่ได้ เป็นเหตุผลการเมืองที่เอาข้อกฎหมายมาบังหน้า เอาต้นทุนตัวเองเป็นตัวตั้งมากกว่าต้นทุนประเทศ เหตุผลของทั้ง 2ญัตติที่เสนอมา เชื่อว่า หากส่งไปศาลรัฐธรรมนูญคงไม่รับวินิจฉัย เพราะไม่ใช่ปัญหาความขัดแย้งข้อกฎหมาย ปัญหาข้อกฎหมายจะเกิดขึ้นกรณีเดียวคือ รัฐสภามีการลงมติแล้ว จึงจะเกิดปัญหา หากต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จะทำให้กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา256 ไม่ทันในสมัยประชุมนี้ ไม่ได้รัฐธรรมนูญใหม่ทันเลือกตั้งสมัยหน้า ต้นทุนประเทศต้องเสียไป หากวันนี้ไม่เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา256 ทันที
ขณะที่นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า เราไม่ได้กลัว ไม่ได้เตะถ่วง เสียเวลา 1เดือนไม่ถึงขั้นเตะถ่วง เราใช้ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวมากพอ แล้วผลเป็นอย่างไร ความกล้าหาญควรเสมอด้วยปัญญา ปัญญาควรเสมอด้วยสติคือ ใช้ความกล้าหาญอย่างเดียว ไม่ใช้สติ รบ 100ครั้งก็แพ้ กล้าหาญแล้วโง่ส่งไปแพ้หมด กล้าหาญแล้วต้องฉลาด อดทนให้ได้ ให้คิดดีๆว่า การแก้รัฐธรรมนูญเราสู้กับใคร ถ้าเลือกมิตรถูกจะมีเพื่อนร่วมทาง เราต้องสู้อีกมากมายเพื่อให้ได้ประชาธิปไตย แต่ประชาธิปไตยไม่ใช่รถด่วน การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยใช้ความกล้าหาญอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีกลยุทธ ลมเปลี่ยนทิศต้องเบนหัวเรือ หลบลมไปสู่เป้าหมาย ให้แก้ได้ ไม่ใช่เพียงได้แก้ กระทั่งเวลา 17.40น. หลังจากอภิปรายยาวนานมา 5ชั่วโมง ที่ประชุมลงผลคะแนนที่รัฐสภาส่งให้ศาล รธน.หน่อยะ เป็น304ต่อ 150 งดออกเสียง 124 ไม่ลงคะแนน 1 อันนี้คือคะแนนอย่างเป็นทางการ
z-z1603487247937.jpg)