รัฐบาล-แบงก์ชาติ โปรดฟังอีกครั้ง เดินสายกลางทางรอดวิกฤติเศรษฐกิจ
ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง หนี้ครัวเรือน-หนี้สาธารณะ ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ ปัญหาการศึกษา-ความเท่าเทียม ภัยจากภาวะโลกร้อน สิ่งเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกันมากกว่าที่เราคิด
ข้อความต่อไปนี้เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับหน่วยงานหรือหน่วยงานเคยทำ เพราะขณะนี้ได้ลามาเรียนเป็นเวลากว่า3ปีแล้ว ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือเห็นข้อมูลที่สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยไม่กี่วันที่ผ่านม ทางคณะ (IDEA BSE) ได้จัดให้นักเรียนปริญญาเอกได้พูดคุยกับอาจารย์ที่มาบรรยาย ได้มีโอกาสได้เข้า Office Hour ของ Eugenia Gonzalez-Aguado (ดร.อูเฮเนีย) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยตูลูซ โดยเปเปอร์ที่ใช้สนทนาคือเปเปอร์ที่ชื่อว่า “Interest Rate Shocks and the Composition of Sovereign Debt”
ได้บอกอูเฮเนียว่าตอนนี้ประเทศไทยมีหนี้สาธารณะค่อนข้างมาก และมีสิทธิ์ที่รัฐบาลจะก่อหนี้สาธารณะเพิ่ม ตามโมเดลของอูเฮเนีย อูเฮเนียคิดว่ามันจะเป็นปัญหาไหม เราทั้งสองคนถกเถียงกันนานพอสมควร โมเดลกล่าวว่าการกู้ยืมเพื่อสร้างหนี้สาธารณะสามารถทำได้ 2 ทาง ได้แก่ การกู้ยืมจากต่างประเทศ และการกู้ยืมจากในประเทศ หากประเทศใดกู้ยืมจากต่างประเทศเยอะ ก็จะมีความเสี่ยงที่จะเผชิญแรงกระแทกยามประเทศใหญ่ขึ้นอัตราดอกเบี้ย
เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลจากประเทศไทย พบว่าจำนวนเงินฝากต่อรายได้ของประชาชาตินั้นอยู่ในระดับสูง ซึ่งโมเดลนี้เรียกว่าความก้าวหน้าในระบบการเงิน ดังนั้นหนี้สาธารณะใหม่ที่ประเทศไทยก่อน่าจะเป็นหนี้ที่เกิดในประเทศเสียมากกว่า ก็คิดว่าจริงเพราะนึกถึงข่าวที่คนแห่จองกองทุนวายุภักษ์กันคับคั่ง แต่หากหนี้ที่มีอยู่มันเยอะมาก และหนี้ก้อนใหม่ที่จะสร้างมันใหญ่มโหฬาร มันก็ต้องมีบางส่วนที่รัฐบาลต้องกู้จากต่างประเทศอยู่ดี แต่อูเฮเนียบอกว่าเราอาจจะไม่ต้องกังวลมาก เพราะตอนนี้ดอกเบี้ยทั้งในและนอกประเทศล้วนอยู่ในขาลง
แต่มีบางประเด็นที่ค่อนข้างเป็นกังวล ประการแรก ต่อให้ดอกเบี้ยไม่สูง แต่รัฐบาลจะมีความสามารถในการจ่ายเงินต้นที่มากมหาศาลหรือไม่ สิ่งที่รัฐบาลนำมาจ่ายหนี้ก็คือภาษีของประชาชน รัฐบาลไม่สามารถ roll over หนี้สาธารณะไปเรื่อย ๆ จนเหมือน Ponzi scheme ได้ (ใครนึกไม่ออกให้นึกถึงโมเดลของบริษัทขายตรงที่เป็นข่าวอยู่) ตอนนี้เราคงต้องยอมรับแล้วว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่แก่ก่อนรวย ภายภาคหน้าคนทำงานหนึ่งคนจะต้องดูแลผู้สูงอายุหลายคน กอรปกับประเทศไทยมีปัญหาในเรื่องของการศึกษา คะแนน Pisa ออกมาทีใดก็เกิดข้อถกเถียงในวงวิชาการกันทุกปี ซ้ำร้ายไทยก็เหมือนจะตกขบวนเทคโนโลยีในโลกปัจจุบัน ปัญหาเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ทำให้รายได้ของประชากรลดลง การจัดเก็บภาษีก็ไม่อาจเป็นไปโดยง่าย
ประการที่สอง ไทยยังติดกับดักหนี้ครัวเรือน ตอนนี้คนไทยเป็นหนี้มาก ไม่ว่าจะเป็นหนี้ที่เกิดจากช่วงโควิด ปัญหารายได้โตตามค่าครองชีพไม่ทัน หนี้ครัวเรือนเหล่านี้ย่อมทำให้ครัวเรือนจำกัดการใช้จ่าย เมื่อการใช้จ่ายลดลง การหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจก็ลดลงตามไปด้วย
ยามรัฐบาลมีความเสี่ยงที่จะไม่สามารถจ่ายหนี้ ประเทศก็อาจมีสิทธิ์ล้มละลาย ผู้ที่จะถูกเพ่งเล็งเป็นอันดับต่อมาก็คือธนาคารกลาง ว่าธนาคารจะปล่อยให้รัฐบาลล้มละลายหรือไม่ ก็ได้นำโมเดลของ Ricardo Reis อาจารย์สมัยที่เรียนอยู่ที่ LSE มาวิเคราะห์ โดยโมเดลนี้มาจากเปเปอร์ที่ชื่อว่า “Can the Central Bank Alleviate Fiscal Burdens?” หากให้อธิบายทุกรายละเอียดคงต้องใช้เวลาเป็นวัน แต่สรุปได้ว่ามีโอกาสน้อยมากที่ธนาคารกลางจะช่วยรัฐบาลลดหนี้สาธารณะได้สำเร็จ หรือต่อให้ธนาคารกลางอยากจะทำ แต่ผลเสียก็มีอยู่เยอะมาก ธนาคารกลางไม่ใช่องค์กรแบบบริษัท จึงไม่มีกฏหมายบัญญัติว่าเมื่อใดธนาคารกลางจะล้มละลาย ตราบใดที่คนยังอยากถือเงินบาท ทุนของธนาคารกลางก็อาจจะพอติดลบต่อไปได้บ้าง แต่การที่ธนาคารกลางพยายามเข้ามาช่วยรัฐบาลจ่ายหนี้สาธารณะ มันย่อมมีโอกาสทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรง (Hyperinflation) ซึ่งเกิดขึ้นมาแล้วในประเทศที่หนี้สาธารณะสูงแล้ว สุดท้ายธนาคารก็ต้องยื่นมือ
ภาวะเงินเฟ้อรุนแรงนี้เองที่โมเดลนิยามว่ามันคือการล้มละลายของธนาคารกลางโดยแท้จริง สิ่งที่แย่ที่สุดคือปรากฏการณ์ dollarlization คือไม่มีใครอยากใช้เงินบาท เราเปลี่ยนไปใช้เงินสกุลของประเทศอื่นหรือผูกค่าเงินบาทไว้กับดอลลาร์แบบเข้มงวด หากประเทศเราประสบปัญหาเศรษฐกิจและธนาคารสหรัฐขึ้นดอกเบี้ย นโยบายการเงินไทยก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
ในส่วนนี้เองที่เรื่องความเป็นอิสระของธนาคารกลางเริ่มมีบทบาท หากคนเชื่อว่าธนาคารกลางยังเป็นอิสระ ไม่โดนรัฐบาลแทรกแซง อย่างไรโอกาสที่ธนาคารกลางจะถูกบังคับให้ต้องมาใช้หนี้แทนรัฐบาลหรือดำเนินนโยบายเพื่อช่วยผ่อนผันหนี้สาธารณะก็มีน้อย เชื่อว่าเหตุผลนี้เองที่นักวิชาการหลายท่านออกมาลงนามและแสดงความเห็นในเรื่องของการเลือกประธานบอร์ดธปท. ความเป็นอิสระของธนาคารกลางนอกจากจะมีความสำคัญต่อเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจแล้ว ยังมีความสำคัญต่อเสถียรภาพของเงินบาท โดยเฉพาะในเวลาที่หนี้สาธารณะสูงมากในปัจจุบัน
อย่างไรก็ดีอนุญาตล้ำเลิกและล่วงเกินหน่วยงานที่ส่งเสียให้มาเรียน และขอล่วงเกินผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการเงิน The Bank of Thailand is independent of the Government but we do not have automomy. กล่าวคือ เรายังต้องมีความรับผิดชอบต่อทางรัฐบาล เพราะถือว่าเป็นตัวแทนของประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง สิ่งนี้อาจารย์ป๋วยก็เคยกล่าวไว้ คนที่เราต้องมีความรับผิดชอบต่อยิ่งกว่ารัฐบาลก็คือประชาชน ประเด็นที่ขอเห็นแย้งต่อพวกท่านคือประเด็นหนี้ครัวเรือน ระบบเศรษฐกิจนั้นมีทั้งวัฏจักรเศรษกิจและวัฏจักรของหนี้ งานวิจัยที่ชื่อว่า “Characterising the financial cycle: don’t lose sight of the medium term!” ของ Mathias Drehmann, Claudio Borio และ Kostas Tsatsaronis พบว่าจุดสูงสุดของวัฏจักรหนี้มันตามมาด้วยปัญหาวิกฤติการเงินที่รุนแรงยาวนาน
ตอนนี้คิดว่าหนี้ครัวเรือนไทยมาถึงจุดสูงสุดแล้ว และกำลังเข้าสู่ช่วง deleveraging หากดอกเบี้ยนโยบายสูงเงินไป ก็อาจทำให้เกิด hard landing ในหนี้ครัวเรือนได้ ดอกเบี้ยควรต่ำพอในช่วงที่ครัวเรือนพยายามลดหนี้ และควรต่ำพอให้ครัวเรือนสามารถหายใจหายคอ ตอนเรียนที่ LSE เช่นเดียวกันนั้นเอง มีโอกาสได้เข้าฟัง Lecture ของ Sir Mervyn King ที่เคยเป็นผู้ว่าธนาคารกลางอังกฤษ เซอร์เมอร์วินบอกคนรุ่นใหม่ในห้องนั้นว่า ผู้ดำเนินนโยบายนั้นเสี่ยงที่จะเจอ bias หลายอย่าง จึงได้ยกมือถามท่านว่า ในเมื่อคนในห้องนี้จะเติบโตไปเป็นนักเศรษฐศาสตร์ เป็นผู้นำหรือผู้นำเนินนโยบาย ท่านมีคำแนะนำอะไรสำหรับพวกเรา สิ่งที่เซอร์ตอบกลับมานั้นเรียบง่าย ท่านตอบว่าพวกคุณต้องพยายามคุยกันคนให้เยอะ จึงอยากขอร้องให้ทางคณะกรรมการนโยบายการเงินลองฟังเสียงของประชาชนให้มากขึ้น เพราะมองไปทางไหนก็เจอแต่คนบอกว่าตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดี
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้าอย่างไร อย่าลืมว่าธนาคารกลางต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชน หากธปท. ดำเนินนโยบายไม่ถูกและ Hard Landing ในวัฏจักรหนี้ได้เกิดขึ้น ประชาชนไม่มีทางมองเราในแง่ดีและสนับสนุนการดำเนินนโยบายของเราได้เลย สิ่งนี้ย่อมเป็นแรงกดดันทางอ้อมที่จะทำให้ ธปท. เสียความเป็นอิสรภาพ
เมื่อกล่าวถึง ธปท. และคณะกรรมการนโยบายการเงินแล้ว ก็ต้องกล่าวถึงทางรัฐบาลด้วย ส่วนตัวตามข่าวเรื่องนโยบายหนึ่งหมื่นบาท ได้เห็นแง่ดีหลายอย่าง เช่น คุณตานำเงินไปลงทุนต่อยอดเพื่อสร้างอาชีพ นักศึกษานำเงินจำนวนนี้ไปจ่ายค่าเทอม แต่คำถามที่มีในใจคือ การเข้าถึงช่องทางทำมาหากิน การเข้าถึงการศึกษา รวมถึงการมีระบบช่วยเหลือยามขาดรายได้ไม่ใช่สิทธิ์ที่เขาควรมีแต่แรกหรือ ตอนนี้พายุหมุนทางเศรษฐกิจได้เกิดขึ้นหรือยัง
หนี้ที่กำลังจะก่อและหนี้ที่มีอยู่นี้ มั่นใจได้หรือไม่ว่าด้วยปัญหาเชิงโครงสร้างในปัจจุบัน สามารถจะจัดเก็บภาษีมาใช้หนี้ในอนาคตได้ ตอนนี้หนี้สาธารณะของไทยสูงจนแทบไม่มีเหลือช่องว่างให้กู้ยืมเพิ่ม ด้วยสภาวะโลกร้อน ประเทศไทยอาจเสี่ยงต่อภัยพิบัติอย่างรุนแรงในอนาคต เกษตรกรอาจเสียรายได้และเสียอาชีพ ถึงเวลานั้นอาจไม่สามารถกู้ยืมมาช่วยเหลือประชาชนในยามจำเป็น หากหนี้ที่กู้มาไม่ช่วยแก้ปัญหาด้านโครงสร้าง รายได้ต่อประชากรไม่เพิ่มขึ้น สังคมก็ย่อมตระหนักว่าท่านอาจจะจ่ายหนี้ไม่ไหว ยิ่งหากท่านพยายามแทรกแซงธนาคารกลาง ความเชื่อมั่นที่มีต่อธนาคารกลางก็ยิ่งลดลง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรง เงินบาทกลายเป็นกระดาษไร้ค่า จึงอยากขอเรียกร้องให้ตระหนักถึงความเป็นอิสระของธนาคารกลาง และใช้เงินที่รัฐบาลมีอยู่เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและเตรียมรับมือกับภัยพิบัติจากภาวะโลกร้อน ประเด็นเหล่านี้มีนักวิชาการหลายท่านพูดไว้แล้ว ไม่จำเป็นต้องร่ายให้ครบทุกข้อ
ประการสุดท้ายอยากกล่าวถึงผู้ทรงคุณวุฒิของบ้านเมือง หากคราวนี้มันคือคราวเคราะห์ของเมืองไทยจริง ๆ เฉกเช่นในนิยายเรื่องหนึ่งด้าวฟ้าเดียว ที่มีคนคิดจะทำคุณไสยใส่พระที่นั่ง และพระเอกคือคุณพระศรีไม่สามารถหยุดยั้งได้ คุณพระศรีก็นึกขึ้นได้ว่ามันคงเป็นคราวเคราะห์ของกรุงศรีอยุธยาจริง ๆ เราอาจจะต้องคิดถึงทางหนีทีไล่ หากวิกฤติจะเกิด คำถามคือเราจะทำอย่างไรให้ประเทศของเราฟื้นฟูโดยไว เราจะเตรียมทรัพยากรที่เหมือนเงินถุงแดงสมัยรัชกาลที่ 3 ไว้ให้คนรุ่นต่อไปได้หรือไม่
ทั้งนี้ผู้เขียนเป็นเพียงนักเรียนปริญญาเอก สิ่งที่เขียนมาเป็นการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลจากการอ่าน มุมมองย่อมไม่มีวันแยบยลเฉียบแหลมเท่าผู้ทรงคุณวุฒิที่อยู่ในวงการมานับปี ไม่อาจเข้าถึงประชาชนได้เหมือนนักการเมืองหลายท่านที่พบปะประชาชนจริง ๆ หากสิ่งที่เขียนเป็นการล่วงเกิน ขอกราบขอขมาทุกท่านมา ณ ทีนี้ โปรดมองว่ามุมมองนี้เป็นเพียงมุมมองจากคนอายุสามสิบต้น ๆ ที่อาจจะมีมุมมองที่ไม่เหมือนท่านค่ะ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
น.ส.พราวฟอง จามรจันทร์ (ใบตอง)
z-z1603487247937.jpg)