닫기

p[op[

ระทึกไฟป่าเขาบรรทัด! ต้นเพลิงจากเขตกัมพูชาเกิดลุกลามเข้ามาในพื้นที่ฐานกองร้อยทพ.นย.ที่ 534 ในระยะห่างประมาณ 1 กม.แต่ในระยะ 800 เมตรจะมีคลองชำรากกั้นขวางอยู่ เสียงระเบิดดังสนั่นกว่า 50 ลูก ระดมรถน้ำดับ




วันที่ 30 ม.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่เช้าวันนี้ ที่บริเวณฐานกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 534 (ร้อยทพ.นย.ที่534) ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินตราด ที่ 3 บ้านชำราก ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด เกิดไฟไหม้ป่าในพื้นที่ป่าฝั่งกัมพูชา ด้านบ้านจอมวย ต.เวียงเวล อ.เวียงเวล จ.โพธิสัต ประเทศกัมพูชา และเกิดลุกลามเข้ามาในพื้นที่ฐานกองร้อยทพ.นย.ที่ 534 ในระยะห่างประมาณ 1 กม.แต่ในระยะ 800 เมตรจะมีคลองชำรากกั้นขวางอยู่

ด้านรถดับเพลิงของเทศบาลตำบลชำรากที่ได้รับการประสานงานจาก ผบ.ร้อย ทพ.นย. 534 เพื่อ มาเตรียมพร้อมเพื่อดับไฟป่า หากมีการลุกลามเข้ามาใกล้ฐาน โดยมีเรือโททินวัฒน์ นันทิยะไพบูลย์ ซึ่งระบุว่า ไฟไหม้มานานกว่า 2 สัปดาห์ และลุกลามมาต่อเนื่อง กระทั่งเช้าวันนี้มีลมแรงและไฟได้ลุกลามเข้ามายังฝั่งไทยอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องสั่งให้ทหารพรานที่ตั้งหน่วยบริเวณเขาบรรทัดได้ป้องกันหน่วยไว้ ด้วยการทำทางไฟป้องกันไม่ให้ลุกลามเข้ามาได้ ท่ามกลางกลุ่มควันจำนวนมากที่ปกคลุมเข้ามาพร้อมเพลิงไฟที่เมื่อเผาต้นหญ้าและต้นไม้จะมีเสียงดัง และมีเสียงระเบิดเกิดขึ้นต่อเนื่องซึ่งมีกว่า 40-50 ลูกแล้ว

น.อ.ชัยรัตน์ คำภิรมย์ หัวหน้าชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่3  บ้านเขาล้าน เดินทางเข้ามาติดตามสถานการณ์ เรือโททินวัฒน์ นันทิยะไพบูลย์ ผบ.ร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 534 บ้านชำราก ได้รายงานสถานการณ์ให้ทราบว่า เพลิงไหม้ได้ไหม้ติดต่อกันมาหลายวันแล้ว แต่ในเช้าวันนี้เกิดลุกลามเข้ามาในพื้นที่ฝั่งประเทศไทยและลามเข้ามาในพื้นที่ที่ตั้งฐานหลายแห่งบนเขาบรรทัดและลุกลามลงมาเชิงเขาและลงมายังบริเวณคลอง แต่ยังไม่ลุกลามเข้ามา

จากนั้น หน.ชค.ทพ.ที่ 3 และเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลชำราก ได้เดินทางไปยังพื้นที่ไฟไหม้และระหว่างรออยู่ที่บริเวณคลองปรากฎว่าไฟได้ลุกลามไหม้เข้ามายังบริเวณคลองอย่างรุนแรง ทำให้ไปม่สามารถเดินทางไปยังที่อื่น ๆ ได้ ทำให้ไฟได้ลุกลามติดต้นไม้ใบหญ้าแห้ง โดยเฉพาะต้นไม้กวาดที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีและไฟลุกโชนขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตามแรงลมรวมทั้งมีเสียงของระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ ๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องหยุดอยู่ตรงบริเวณลำคลอง

นางสุนัน ไวยกูล รองนายกเทศบาลตำบลชำราก และเจ้าหน้าที่เดินทางมาตรวจสถานการณ์เพื่อตรวจสอบดูพื้นที่บริเวณจุดชมวิวยุทธการบ้านชำรากและเข้ามาติดตามสถานการณ์ไฟไหม้บริเวณดังกล่าวด้วย  พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า  ไฟไหม้ในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านมาหลายวันแล้วและมีกลุ่มควันปกคลุมในพื้นที่ของประชาชนใน ต.ชำราก ระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงขั้นที่ทำให้ได้รับผลกระทบกับประชาชนอย่างรุนแรง จึงได้แจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นตำบลชำรากเมื่อออกนอกบ้านแล้วให้สวมแมสป้องกัน  ซึ่งระหว่างการสัมภาษณ์ก็เกิดไฟลุกไหม้ป่าอยู่ตลอดเวลา  ซึ่งรองนายกเทศบาล ได้ระบุความเสียหายว่าในพื้นที่ประชาชน ยังไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น

น.อ.ชัยรัตน์ กล่าวว่า  สถานการณ์ไฟไหม้ป่าที่เกิดขึ้นมาจากการจุดไฟของประชาชนฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน แล้วลุกลามต่อเนื่องมานานกว่า 2 สัปดาห์ตั้งแต่อำเภอบ่อไร่ ลุกลามมายัง ต.ท่ากุ่ม อ.เมืองตราด และต.ตะกาง  ต่อเนื่องมาที่ ต.ชำราก ซึ่งลุกลามมาล้อมฐานปฏิบัติงานของกองร้อย ทพ.นย.ที่ 534 ซึ่งตั้งจุดไว้หลายแห่งบริเวณเขาบรรทัด ทำให้ทหารพรานต้องทำการป้องกันด้วยการทำทางป้องกันไฟไม่ให้ลุกลามเข้ามายังบริเวณฐาน ซึ่งมี 5-6 แห่ง  โดยที่ธงชาติไทยที่ติดอยู่แต่ละแห่งยังไม่ถูกไฟไหม้แต่อย่างใด ส่วนทหารพรานที่ประจำอยู่นั้นได้มีการสับเปลี่ยนกำลังเพื่อให้แต่ละคนได้มีสุขภาพที่เป็นปกติ ซึ่งระหว่างนี้ในพื้นที่จะป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ลุกลามเข้ามาอีกฝั่งของคลอง ซึ่งหากลุกลามเข้ามาได้จะส่งผลกระทบถึงฐานของกองร้อย ทพ.นย.ที่ 534 ได้  นอกจากนี้ในระดับประเทศ  ในระดับจังหวัด ได้มีการประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านในการประชุม JBC และ RBC  เพื่อหารือในการ ป้องกันไม่ให้เกิดไฟป่าขึ้นบริเวณตามแนวชายแดนในอนาคตต่อไป