닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ7

รวบแล้ว! มือปาระเบิดไปป์บอมบ์บ้านพ่อแม่ "พลภูมิ" ผู้ช่วย รมว.วัฒนธรรม ขณะเมายาอยู่ย่านสุวินทวงศ์ แค้นถูกบริษัทไล่ออกเมื่อหลายปีก่อน ก่อนประกอบระเบิดตระเวนปาบริษัทและบ้านเจ้านาย 



กรณีมีคนร้ายขี่รถจยย.ปาระเบิดไปป์บอมบ์ บ้านบิดา-มารดา นายพลภูมิ  วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วย รมว.วัฒนธรรม บิดามารดามีธุรกิจเป็นตัวแทนขายประกันภัยต่างๆและเปิดโรงเรียนสอนขับรถชื่อ บริษัท ยูพีดี จำกัด เหตุเกิดที่บ้าน 2 ชั้น เลขที่ 555 ม.รามอินทรานิเวศน์ ซอย3 แยกจากซอยรามอินทรา 67 แยก 6  แขวงรามอินทรา เขต คันนายาว กทม. เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดผู้ต้องหาถูกรวบแล้วที่สน.มีนบุรี เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 25 ม.ค. 68 พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.3 พ.ต.อ.พีรรัฐ โยมา ผกก.สน.สุวินทวงศ์นายพลภูมิ  วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วย รมว.วัฒนธรรม พร้อมชุดสืบสวนนครบาล สืบบก.น.2,3 และสืบสวนสน.มีนบุรี คันนายาว และสุวินทวงศ์ ร่วมกันแถลงจับกุมนายชนะภัย ไชยรักษ์ หรือนิว อายุ 27 ผู้ต้องหา พร้อมของกลางรถจยยฮอนด้า คลิ๊ก  สีน้ำเงิน ทะเบียน กบล 893 สระแก้ว เสื้อผ้า หมวกกันน็อก สวมใส่วันเกิดเหตุ ชิ้นส่วนประทัดยักษ์ไล่นกจับกุมได้ที่บริเวณบ้านพัก ซอยสุวินทวงศ์ 50 แขวงลำผักชี เขตหนองจอก  กทม.เมื่อช่วงเย็นวันเดียวกัน

พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.กล่าวว่า หลังเกิดเหตุชุดสืบสวนของหลายพื้นที่ได้ไล่ภาพจากกล้องวงจรปิดไปสามารถพิสูจน์ทราบได้ว่าผู้ก่อเหตุคือ นายชนะภัย ไชยรักษ์ หรือนิว อายุ 27 ปี อดีตพนักงานส่งเอกสารของบริษัทยูพีดีรู้จักและมีความเกี่ยวข้องกับบ้านหลังที่เกิดเหตุ เป็นผู้ก่อเหตุปาระเบิดไปป์บอมบ์ และก่อนหน้านั้นยังก่อเหตุปาระเบิดไปป์บอมบ์ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทยูพีดี ริมถนนรามอินทรา พื้นที่ สน.มีนบุรี กระจายข้อมูลไปยังชุดสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาลทั้งหมด 

กระทั่งช่วงเย็นที่ผ่านมา พ.ต.อ.พีรรัฐ โยมา ผกก.สน.สุวินทวงศ์ และฝ่ายสืบสวน สน.สุวินทวงศ์ ได้ออกตรวจพื้นที่ปราบปรามยาเสพติด ซอยสุวินทวงศ์ 50 พบนายชัยชนะมีท่าทีพิรุธ เข้าไปขอตรวจค้น พบลักษณะตรงตามกับที่ตำรวจกำลังต้องการตัว ควบคุมตัวมาสอบปากคำและแจ้งให้สน.มีนบุรีและสน.คันนายาวรับทราบ

จากการสอบปากคำนายชัยชนะให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวจริงและยังเคยไปก่อเหตุในลักษณะเดียวกันที่บริษัทยูพีดี  ตรงข้ามซอยรามอินทรา 109 เคยทำงานที่บริษัทดังกล่าวแต่ถูกไล่ออกจึงเกิดความแค้นและตัดสินใจซื้อประทัดยักษ์ไล่นกมาประกอบเป็นระเบิดไปป์บอมบ์ ไล่ก่อเหตุไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั้งนี้เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องทางการเมืองหรือมีผู้ใดสั่งการ 

พล.ต.ต.นพศิลป์ เผยอีกว่า จากการตรวจสอบประวัติของนายชัยชนะพบว่าเคยทำงานที่บริษัทยูพีดี ปี57 ถึงปี59 บริษัทจับได้ว่าลักทรัพย์ของบริษัทจึงถูกจับกุมดำเนินคดี ต่อมาในปี 2561 กลับมาสมัครงานที่บริษัทเดิมอีกครั้งและทำงานจนถึงปี 2563 แต่พบว่ามีปัญหายาเสพติดจึงให้ออกจากบริษัท เป็นสาเหตุทำให้ผู้ต้องหาเกิดความคับแค้นใจและมาก่อเหตุดังกล่าว

เบื้องต้นแจ้งข้อหามีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต  ทำให้เกิดระเบิดจนทรัพย์สินเสียหาย  และบุกรุกในเวลากลางคืน โดยจะแยกดำเนินคดีต่างกรร ต่างวาระกันทั้ง 2 สถานที่

ด้านนายพลภูมิ  วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วย รมว.วัฒนธรรมกลด้านเปิดเผยว่า ขอขอบคุณ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนทั้งนี้ขอชื่นชมการทำงานของตำรวจที่เร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายได้ในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง สำหรับการก่อเหตุดังกล่าวถือเป็นคดีที่อุกอาจมาก ส่งผลให้พี่น้องประชาชนที่อยู่บริเวณข้างเคียงขวัญผวาและหวาดระแวง ก่อนมอบเงินจำนวนหนึ่งให้ชุดสืบสวนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำงาน

มีรายงานว่า จากการตรวจสอบสารเสพติดในร่างกายของผู้ต้องหาพบว่ามีการเสพยาบ้า ในระหว่างการควบคุมตัวผู้ต้อหาพบว่า ผู้ต้องหามีอาการเมายาให้การรกกวนไปมา ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามในประเด็นต่างๆพบว่าผู้ต้องหามีอาการเลื่อนลอยและไม่ยอมตอบคำถามใดๆกับสื่อมวลชน เช่นสอบถามนายชัยชนะ ว่าก่อเหตุเพราะแค้นหรืออย่างไรเจ้าตัวบอกว่าไม่รู้ และเมื่อถามว่าไปเอาวิธีทำระเบิดมาจากไหนก็บอกว่าไม่รู้ มีใครจ้างวานหรือไม่เจ้าตัวบอกว่าไม่มีใครว่าจ้าง ไม่ได้หวังจะเอาชีวิต และเมื่อถามว่าแค้นเขาหรืออย่างไร นายชัยชนะตอบเพียงว่าอย่ากลับบ้านครับ ลักษณะท่าทีของนายชัยชนะค่อนข้างมึนเมาสารเสพติดอย่างเห็นได้ชัด