รฟม. เร่งอัดคอนกรีตเสริมฐานรากใต้ สน. สามเสน พร้อมเคลียร์พื้นที่ในหลุมยุบ เตรียมถมทรายผสมซีเมนต์
โพสต์เมื่อ : 28 ก.ย 2568 เวลา 13:10 น.
รฟม. เร่งอัดคอนกรีตเสริมฐานรากใต้ สน. สามเสน พร้อมเคลียร์พื้นที่ในหลุมยุบ เตรียมถมทรายผสมซีเมนต์ ขณะที่ รพ.วชิรพยาบาล เปิดบริการเต็มรูปแบบ แนะผู้ป่วยใช้รถสาธารณะเลี่ยงการจราจรติดขัด
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 28 ก.ย.68 นายกิตติ เอกวัลลภ ผู้ช่วยผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขเหตุการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล โดยยืนยันว่าการดำเนินการเป็นไปตามแผน และคาดว่าจะสามารถคืนผิวจราจรได้เป็นอย่างน้อย 2 ช่องทาง ภายในกำหนดคือ วันที่ 8 ตุลาคม นี้
นายกิตติ กล่าวว่า งานแก้ไขหลักที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องคือการเสริมความมั่นคงของดิน โดยมีการเทคอนกรีตซีเมนต์แห้ง เพื่อเพิ่มเสถียรภาพของดินและป้องกันดินถล่มเพิ่มเติมบริเวณใต้ สน. สามเสน ซึ่งพบว่ามีหลุมยุบเข้าไปใกล้ตัวอาคาร โดยจนถึงปัจจุบันได้มีการเทคอนกรีตแล้ว 120 ลูกบาศก์เมตร ทำให้ยอดรวมคอนกรีตที่เทไปแล้วอยู่ที่ประมาณ 1,225 ลูกบาศก์เมตร และระดับคอนกรีตด้านบนอยู่ที่ประมาณลบ 10 เมตรจากผิวดิน ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดการเทคอนกรีตในส่วนนี้แล้ว
สำหรับขั้นตอนต่อไปในวันนี้และพรุ่งนี้ จะเป็นการใช้เครนขนาด 200 ตัน เพื่อยกและเคลียร์เศษวัสดุต่าง ๆ ที่อยู่ในหลุมลึก เช่น เสาไฟฟ้า สายไฟฟ้า ท่อประปา และหม้อแปลง ออกให้ได้มากที่สุดด้วยความปลอดภัยสูงสุด
ซึ่งภายหลังจากเคลียร์ซากวัสดุแล้ว คาดว่าในวันอังคารจะเริ่มขั้นตอนการถมทรายผสมซีเมนต์ โดยจะทยอยถมเป็นชั้น ๆ ชั้นละ 1 เมตร ให้สูงขึ้นมาประมาณ 5 เมตร จากนั้นที่ระดับลบ 5 เมตร จนถึงผิวดิน จะเป็นการใช้ทรายถม ก่อนจะเริ่มงานปรับพื้นผิวถนนการจราจร
ทั้งนี้ นายกิตติยอมรับว่าปัญหาอุปสรรคสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังคือ ฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้การทำงานล่าช้า แต่ยืนยันว่าการเสริมคอนกรีตที่ดำเนินการไปแล้ว จะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้าง หากมีฝนตกหนักก็ยังเชื่อว่าสามารถรองรับได้ เพราะมีการดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 20 นิ้ว เพื่อรองรับกรณีที่เกิดฝนตกหนัก ป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าสู่พื้นที่หลุมยุบ เพียงแต่อาจต้องหยุดงานชั่วคราวเพื่อสูบน้ำออกจากพื้นที่ก่อนปฏิบัติงานต่อ
สำหรับการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบนั้น สำนักงานเขตดุสิตจะเป็นผู้รวบรวมข้อมูลของผู้เดือดร้อน เพื่อจัดหาที่พักพิงชั่วคราว ซึ่งรฟม. จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ส่วนสาเหตุของดินที่อ่อนตัวและดินที่หายไปนั้น นายกิตติยังไม่ขอตอบในขณะนี้ โดยยืนยันว่าขั้นตอนการก่อสร้างเป็นไปตามมาตรฐานและมีการตรวจสอบเป็นระยะ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง
สำหรับการตรวจสอบอาคารโดยรอบ โดยเฉพาะ สน. สามเสน ยังคงมีการตรวจวัดอย่างต่อเนื่อง และพบว่าไม่มีการเคลื่อนตัวของดินหรืออาคารแต่อย่างใด ยังอยู่ในสภาวะที่มีเสถียรภาพ ซึ่งทางที่ปรึกษาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) โดย ผศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ ก็ยืนยันว่า การตรวจวัดไม่พบการเอียงหรือขยับของอาคารตลอด 2 วันที่ผ่านมา และเสาเข็มที่รับน้ำหนักแทนเสาเข็มที่ขาดใต้ สน. สามเสน ก็ยังไม่มีการทรุดตัว
ในส่วนของการคืนพื้นที่พักอาศัยให้แก่ประชาชนที่อพยพออกไปนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารแต่ละหลังอย่างละเอียดก่อน โดยคาดการณ์ว่า หากการตรวจสอบเป็นไปด้วยดี การประกาศให้ประชาชนสามารถกลับเข้าที่พักได้จะเป็นไปภายหลังจากเปิดใช้พื้นผิวการจราจรแล้วประมาณ 2 วัน
ด้าน ผศ.นพ.อนุแสง จิตสมเกษม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิรพยาบาล กล่าวว่า โรงพยาบาลเปิดให้บริการเต็มรูปแบบมา 3 วันแล้ว และในวันพรุ่งนี้ (29 ก.ย. 68) มีผู้ป่วยนัดหมายถึง 3,470 คน ทางโรงพยาบาลได้มีการประสานงานกับนครบาลและ สน. สามเสน จัดรถสาธารณะของมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาล เพื่อรับส่งผู้ป่วยตามจุดต่าง ๆ เป็นการอำนวยความสะดวก
อย่างไรก็ตาม ขอความกรุณาผู้ป่วยที่นัดหมายใช้รถสาธารณะก่อนในเบื้องต้น เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัด ทั้งยังมีการประสานเปิดช่องทางเข้าโรงพยาบาลเพิ่มเติมบริเวณถนนสังคโลกใกล้สวนอ้อย แต่คาดว่าผู้ป่วยอาจจะเดินทางมาไม่เต็มจำนวนที่นัดไว้ ขณะอาคารทีปังกรรัศมีโชติก็ยังเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ ส่วนลานจอดรถด้านล่างสามารถรองรับให้ผู้ใช้บริการจอดได้จำนวน 200 คัน
z-z1603487247937.jpg)