닫기

ปกสกู๊ปแนวนอนcopy

เกิดคำถามไม่เว้นแต่ละวันกับข่าวที่ว่า “ยิ่งลักษณ์” จะกลับไทย หลังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศ ระบุ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะกลับมาเล่นสงกรานต์ ที่เมืองไทยในปีหน้า ทว่าเมื่อถามหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับไม่มีใครได้รับการประสานงานมา

 

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ คนที่ 28 ซึ่งเป็นนายกหญิงคนแรกของไทย และพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยการยุบสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2556 และรักษาการในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากการรักษาการในวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เนื่องจากการย้ายถวิล เปลี่ยนศรี จากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

 

วันที่ 19 มีนาคม 2558 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีหมายเลขดำที่ อม.22/2558 ที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้องยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรณีปล่อยปละละเลยไม่ระงับยับยั้งการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว เริ่มไต่สวนเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2559 และไต่สวนนัดสุดท้ายเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2560 วันที่ 1 สิงหาคม 2560 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรแถลงปิดคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีดังกล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งปีหกเดือน รวม 26 นัดไต่สวนโดยไม่เคยขาดแม้แต่นัดเดียว ด้วยความมั่นใจในความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้กระทำตามข้อกล่าวหาและไม่เคยได้รับการไต่สวนภายใต้หลักนิติธรรมจาก ป.ป.ช. และอัยการสูงสุดในฐานะโจทก์

 

กระทั่ง วันที่ 25 สิงหาคม 2560 ซึ่งเป็นวันที่ศาลฯ นัดอ่านคำพิพากษา แต่ยิ่งลักษณ์ไม่มาศาลฯ จึงมีการออกหมายจับและริบเงินประกัน 30 ล้านบาท รวมทั้งมีรายงานว่านางสาวยิ่งลักษณ์ หลบหนีออกนอกประเทศไปก่อนวันนัด มีการเลื่อนอ่านคำพิพากษาเป็นวันที่ 27 กันยายน 2560 อัตราโทษของยิ่งลักษณ์อาจมีโทษจำคุกสูงถึง 10 ปีและถูกห้ามเกี่ยวข้องกับการเมืองตลอดชีวิต ในวันที่ 26 สิงหาคม 2560 สมาชิกอาวุโสพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า เธอหลบหนีออกนอกประเทศไปดูไบตั้งแต่สัปดาห์ก่อนศาลฯ มีคำสั่งออกหมายจับยิ่งลักษณ์ วันเดียวกันมีการอ่านคำพิพากษาในคดีระบายข้าวจีทูจี ว่า จำเลยมีความผิดฐานทำสัญญาซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐปลอม โดยศาลอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยให้จำคุกยิ่งลักษณ์ 5 ปีฐานปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต

 

กว่า 7 ปี ที่นางสาวยิ่งลักษณ์ หลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ เช่นเดียวกับพี่ชาย อดีตนายกฯ ทักษิณ ที่หลบหนีคดีไปกว่า 17 ปี ก่อนจะขอกลับประเทศ ยินยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์เพราะไม่เคยต้องนอนเรือนจำแม้แต่วันเดียว

 

ขณะที่หลายคนไม่ตื่นเต้นกับการที่นางสาวยิ่งลักษณ์จะกลับไทย และมองว่าอาจใช้ “ทักษิณโมเดล” หรือนิรโทษกรรม แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แม้ตอนนี้ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ จะหลงเหลือคดีความ เพียงคดีเดียว ที่พิพากษาจำคุก 5 ปี แต่คดีนี้จะว่าง่ายก็ไม่ง่าย จะว่ายากก็ไม่น่าจะเกินความสามารถของรัฐบาลเพื่อไทย เพราะคดี "ทุจริตรับจำนำข้าว" ตอนนี้กลับถูกเรียกว่า "ปล่อยปละละเลย"

 

แต่หลังมีข่าว นางสาวยิ่งลักษณ์จะกลับไทย “บุญทรง เตริยาภิรมย์” อดีต รมว.พาณิชย์ ซึ่งต้องโทษในคดีจำนำข้าว 48 ปี รับโทษไปแล้ว 7 ปี และได้รับการอภัยโทษไปก่อนหน้านี้ถึง 2 ครั้ง  เข้าเงื่อนไขการ“พักโทษ” และถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำ กลับไปควบคุมที่บ้านพัก เมื่อ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นรายที่ 2 ต่อจาก “ภูมิ สาระผล”อดีต รมช.พาณิชย์ ที่ต้องโทษจำคุกในคดีเดียวกัน เป็นเวลา 36 ปี ได้รับโทษจำคุกมาแล้ว 7 ปีและได้รับการปล่อยตัว พักโทษแบบเงียบๆ ไปแล้วตั้งแต่เดือน ก.ย.2567 ที่ผ่านมา

 

เมื่อ “ตัวละคร” สำคัญที่ “กุมความลับ” ในคดีจำนำข้าว ถูกปลดเปลื้อง ออกมานอกเรือนจำ แน่นอนว่า สัญญาณการเมืองย่อมจับจ้องไปยังตัวละครอื่นๆ ที่เหลืออยู่ ท่ามกลางสัญญาณการเดินทางกลับไทยของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี หนึ่งในจำเลยในคดีจำนำข้าว ซึ่งถูกเปิดเผยโดยพี่ชายว่า จะกลับมาเล่นสงกรานต์ในเดือน เม.ย.2568 ว่ากันว่า มีความพยายามเจรจากับ“ตัวละคร” ในคดีจำนำข้าว เพื่อนำไปสู่การปลดบ่วง เคลียร์ทางให้อดีตนายกฯ หญิงเป็นระยะ 

 

อย่างไรก็ตาม เจ้ากระทรวงยุติธรรม อย่าง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ลูกน้องคนสนิทนายใหญ่ แง้มๆ มาว่า สิ้นปีนี้อาจได้เห็นการใช้หลักเกณฑ์ใหม่ ปรับเปลี่ยนกฎการคุมตัวนอกเรือนจำ ซึ่งอยู่ในกฎหมายของราชทัณฑ์ เมื่อประกาศใช้ จะต้องมีการแบ่งชั้นนักโทษ การคุมขังนอกเรือนจำ ตามหลักสิทธิมนุษยชน เช่นคนที่ป่วยหนักหรือตั้งครรภ์ หรือกลุ่มผู้สูงอายุที่ประเมินว่าน่าจะไม่ได้มีการกลับไปก่อเหตุ หรือเหลือโทษน้อยซึ่งสิ่งเหล่านี้ทางเรือนจำก็จะเป็นผู้ออกหลักเกณฑ์ แต่ย้ำว่าประชาชนต้องตรวจสอบได้