닫기

ปกสกู๊ปแนวนอนะะะ

ยุคมืด กฟผ. เผชิญอำนาจเถื่อนนักการเมือง



เปิดศักราชใหม่ ปีงูเล็ก รัฐวิสาหกิจชั้นดีอย่าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( กฟผ.) ต้องเผชิญกับการแทรกแซงแบบไร้เหตุผลจากพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่สั่งผู้ว่า กฟผ. ระงับการเซ็นสัญญา บมจ. สหกลอีควิปเทนท์  ในการจ้างเหมาขุด ขนดิน ถ่านหิน ที่เหมืองลิกไนท์ แม่เมาะ จ.ลำปาง จนกว่าจะตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจน


เรื่องของเรื่องเกิดจากคนสนิทของพีระพันธุ์  “เสธเปิ้ล” พลโท เจียรนัย นามสกุล วงศ์สอาด ที่พีระพันธุ์ ตั้งให้เป็นบอร์ดกฟผ. เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ไม่เห็นด้วยกับมติบอร์ด กฟผ. ที่ให้จ้าง บมจ.สหกลฯ ในการประชุมบอร์ด เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567

คู่แข่งของสหกลฯ คือ อิตาเลียนไทย ดิเวลลอปเมนท์ หรือ ITD ที่สอบตกด้านเทคนิค เพราะส่งเอกสารตาม TOR ไม่ครบ คือ ไม่มีรายงานการตรวจสอบสภาพเครื่องจักรกล ไม่มีแผนการปรับปรุงสายพานลำเลียง และแผนการขุดที่เสนอมาอยู่นอกพื้นที่


ทั้งสหกลฯ และ ITD  รับจ้าง กฟผ. ขุดและขนถ่านหินที่เหมืองแม่เมาะ อยู่ก่อนแล้ว การจ้างครั้งนี้เป็นสัญญาใหม่ หลังจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ มีมติให้เลื่อนการปลดระวางโรงไฟฟ้าแม่เมาะออกไปก่อน เพื่อแก้ปัญหาค่าไฟแพง เพราะก๊าซธรรมาชาติปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปี 65-66  ทำให้โรงไฟฟ้าแม่เมาะมีความต้องการถ่านหินเพิ่มขึ้นจากที่เคยจ้างสหกลฯ และ ITD ไปแล้ว


ถ่านหินที่ต้องขุด และขนเพิ่มมีจำนวนประมาณ 15 ล้านตัน ในวงเงินงบประมาณราวๆ 7,000 ล้านบาท

เดือนกันยายน ปี 2566  กฟผ. สอบถามสหกลฯ และ ITD ว่า ทำได้ไหม สหกลฯ ตอบว่า ทำได้  ส่วน ITD  บอกว่า ทำไม่ได้  เพราะสัญญาเดิมที่ทำอยู่ ก็ขุดและขนถ่านหินได้แค่ 90 %  ตามเงื่อนไขเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม อีก 6 เดือนต่อมา คือ ในเดือนมิถุนายน 2567 ITD เกิดเปลี่ยนใจแจ้ง กฟผ. ว่า ทำได้แล้ว  พร้อมเสนอตัวแข่งขันกับสหกลฯ เพราะได้ปรับปรุงเครื่องจักร สายพาน ให้ทำงานได้ครบตามสัญญาเดิมแล้ว

ตรงนี้มีข้อสังเกตข้อที่ 1 ว่า  ITD มาเปลี่ยนใจ เข้าประมูล หลังจาก กฟผ. มี บอร์ดใหม่ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567  โดยพีระพันธุ์ เสนอชื่อ พลโทเจียรนัย หรือ เสธเปิ้ล เป็นบอร์ดด้วย 

อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลาสอบ ITD สอบตกตั้งแต่รอบแรกคือรอบเทคนิค เพราะไม่สามารถส่งเอกสารที่เป็นสาระสำคัญตาม TOR ที่แสดงความพร้อมที่จะทำงานได้ครบตามเงื่อนไข  

ตรงนี้มีข้อสังเกตข้อที่ 2 ว่า พลโทเจียรนัย เป็นบอร์ด กฟผ. คนเดียวที่คัดค้านผลการคัดเลือก สหกลฯ ในการประชุมวันที่ 6 พฤศจิกายน 2567

หลังจากนั้น อีกเกือบ 1 สัปดาห์ ITD  จึงมีหนังสืออุทธรณ์ ผลการคัดเลือกของ กฟผ.

มีคำถามว่าทั้งกรณีที่ ITD เปลี่ยนใจเข้าประมูล ทั้งๆที่เคยแจ้งกับ กฟผ. ว่า ไม่พร้อม และ การยื่นหนังสืออุทธรณ์ทั้งที่รู้ดีว่า ตัวเองสอบตกตั้งแต่รอบเทคนิค  พลโทเจียรนัยมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ 

พลโทเจียรนัยได้ทุนกระทรวงกลาโหมไปเรียน ด้านคอมพิวเตอร์จนจบปริญญาโท และเอก ที่สหรัฐฯ แต่ไม่ปรากฏว่าเมื่อกลับมาแล้วทำงานอะไรให้ประเทศชาติ เพื่อใช้ทุนที่มาจากภาษีประชาชน นอกจากการได้รับแต่งตั้งจากนักการเมืองให้เป็นที่ปรึกษา เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในองค์กรอิสระ และรัฐวิสาหกิจเกือบสิบแห่ง

พลโทเจียรนัยสนิทกับพีระพันธุ์  เมื่อพีระพันธุ์ออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พลโทเจียรนัยก็ตามไปอยู่ทำเนียบฯด้วย และเป็นหนึ่งในทีมงานพีระพันธุ์ ในการฟิ้นฟูการบินไทย แต่พีระพันธุ์ขัดแย้งกับผู้ทำแผนฟื้นฟูการบินไทยคนอื่นๆ จึงถูกถอดออกจากการเป็นผู้ทำแผน ภายในเวลาไม่กี่เดือน 

จนถึงรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ 2 พลโทเจียรนัย ถูกฝากฝังไว้กับ จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมฯจากพรรคประชาธิปัตย์ และได้เป็นประธานคณะกรรมการการเคหะแห่งชาติ

ว่ากันว่า ที่การเคหะแห่งชาตินี่เอง ที่พลโทเจียรนัย ได้สานสัมพันธ์กับ ITD ซึ่งเป็นผู้รับเหมาที่ได้งานใหญ่ๆของการเคหะฯ มาอย่างต่อเนื่อง  และมาต่อยอดความสัมพันธ์นี้ เมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นบอร์ด กฟผ. โดย ITD ก็เป็นหนึ่งในผู้เข้าประมูลงานใหญ่ๆของ กฟผ. ด้วย  

หลังจาก ได้รับหนังสือคัดค้าน จาก พลโทเจียรนัยแล้ว พีระพันธุ์ ในตำแหน่งรมว.พลังงานไม่รอช้า สั่งระงับการว่าจ้างสหกลฯทันที  และถึงแม้ว่า ผู้ว่า กฟผ. จะทำหนังสือ ชี้แจ้งข้อเท็จจริงไปที่พีระพันธุ์แล้ว ก็ยังไม่พอใจ  กลับสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน กฟผ. โดยมอบให้ นายตำรวจนอกราชการ พลตำรวโท เรวัช กลิ่นเกสร ดาวโซเชียล เป็นประธาน  และมีกรรมการเป็นตำรวจกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญกรรมทางเทคโนโลยี เกือบยกชุดไม่มีข้าราชการกระทรวงพลังงาน เลย 

สถานที่สอบปากคำครั้งแรก เมื่อวันที่ 2 มกราคม แทนที่จะใช้กระทรวงพลังงาน กลับเรียกผู้ว่า กฟผ. ไปให้ปากคำที่สำนักงานตำรวจไซเบอร์ ราวกับเป็นคดีอาชญากรรมร้ายแรง  เหมือนจงใจจะใช้ตำรวจข่มขู่ วาดภาพ กฟผ. ให้เป็นอาชญากร ซึ่งดูเกินจริงในสายตาสาธารณชน

คนเป็นรัฐมนตรี ไม่ควรทำกับผู้ใต้บังคับบัญชา ถึงเพียงนี้

ที่สำคัญที่สุดคือ คำสั่งระงับ การว่าจ้างสหกลฯ และการตั้งคณะกรรมการสอบสวน กฟผ. ของพีระพันธุ์ เป็นคำสั่งเถื่อนหรือไม่  เพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ไม่มีอำนาจ แทรกแซง การบริหารงาน รวมทั้งการจัดซื้อจัดจ้างของ กฟผ. ทำได้แค่กำกับดูและในเรื่องที่เป็นนโยบายรัฐบาลเท่านั้น ดั่งที่ระบุไว้ใน มาตรา 39  ของ พรบ. จัดตั้ง กฟผ. ว่า

“ให้รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งกิจการของ กฟผ. เพื่อการนี้จะสั่งให้ กฟผ. ชี้แจงข้อเท็จจริง  แสดงความคิดเห็น ทำรายงาน หรือยับยั้งการกระทำที่ขัดต่อนโยบายของรัฐบาลหรือมติของคณะรัฐมนตรี ตลอดจนมีอำนาจที่จะสั่งให้ปฏิบัติการตามนโยบายของรัฐบาลหรือมติของคณะรัฐมนตรี และสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการดำเนินกิจการได้”

ถึงตรงนี้ จึงเกิดคำถามรัฐมนตรีพีระพันธุ์ว่า  การว่าจ้างขุด/ขนดิน ถ่านหินของ กฟผ. เป็นนโยบายหรือเป็นมติของคณะรัฐมนตรีตรงไหน  หรือว่าเป็นแค่ การผลักดันของคนข้างตัว