ยังไงก็ห้ามแตะ! "วันนอร์" หัวชนฝาห้ามอภิปรายแตะ "ทักษิณ" แม้ฝ่ายค้านจะยอมแก้ญัตติ
โพสต์เมื่อ : 13 มี.ค 2568 เวลา 9:4 น.
ยังไงก็ห้ามแตะ! "วันนอร์" หัวชนฝาห้ามอภิปรายแตะ "ทักษิณ" แม้ฝ่ายค้านจะยอมแก้ญัตติ ด้าน 'วิโรจน์" กางข้อบังคับการประชุม ท้าประธานสภาฯไฟเขียวอนุญาตให้ "ทักษิณ" มาชี้แจงศึกซักฟอกได้
วันที่ 13 มี.ค. 2568 ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ทำหน้าที่ประธานการประชุม นายณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ขอหารือว่า อยากได้ความชัดเจนกรณีประธานสภาผู้แทนราษฎรทำหนังสือตอบกลับข้อโต้แย้งฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 12มี.ค.ที่ระบุว่า ประธานสภาฯยินดีให้แก้ถ้อยคำในญัตติ เนื่องจากการแก้คำไม่กระทบสาระสำคัญในญัตติ หากยอมปรับคำตามที่ประธานนำเสนอ อยากทราบว่า ในวันอภิปรายจริงจะมีสิทธิ์อภิปรายเนื้อหาเต็มที่ โดยไม่ถูกเบรกใช่หรือไม่ ข้อบังคับระบุว่า อภิปรายชื่อบุคคลภายนอกได้ หากไม่สร้างเสียหาย หรือถ้าสร้างความเสียหาย ผู้อภิปรายเป็นผู้รับผิดชอบเอง การไม่ให้ระบุชื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถ้าพวกตนปรับคำในญัตติหมายความว่า สามารถพูดชื่อบุคคลใดๆก็ได้ในการอภิปราย โดยเป็นผู้รับผิดชอบการกระทำเอง ประธานจะไม่ใช้อำนาจขัดขวางใช่หรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ตอบกลับว่า ถ้าอภิปรายภายใต้ข้อบังคับ อภิปรายได้เต็มที่ ไม่มีใครขวาง การไม่เอ่ยชื่อบุคคลภายนอก ไม่ได้หมายถึงเฉพาะนายทักษิณ จะเป็นใครที่เป็นคนภายนอกก็อภิปรายไม่ได้ การพูดอาจไม่ต้องใช้ชื่อท่าน ใช้อย่างอื่นคนก็รู้ได้ จะประท้วงก็ไม่ได้ จะให้ประธานสัญญาล่วงหน้าไม่ได้ว่า จะไม่ห้ามเมื่อเอ่ยถึงคนนอก ต้องทักท้วงได้ สมัยนายชวน หลีกภัย เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เคยแก้ไขญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามที่นายอุทัย พิมพ์ใจชน ประธานสภาฯในขณะนั้นแนะนำ ทั้งที่นายชวนก็ไม่เห็นด้วย แต่ให้ความร่วมมือให้การประชุมดำเนินไปด้วยดี
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอว่า อยากให้ประธานใช้ข้อบังคับการประชุมสภาฯข้อ76 ที่อนุญาตให้นายกฯและรัฐมนตรีเอาบุคคลภายนอกมาชี้แจงได้ เพื่อความสบายใจและความเป็นธรรมของนายทักษิณ ประธานฯแค่ทำหนังสือถึงนายกฯว่า อนุญาตให้นายกฯพาบิดามานั่งชี้แจงร่วมด้วย จะเป็นธรรมกับทั้งนายกฯและบิดาที่ชื่อทักษิณด้วย
จากนั้นนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอชี้แจงหลังถูกพาดพิงว่า สมัยที่ตนเป็นผู้นำฝ่ายค้าน และมีการขอให้แก้ไขถ้อยคำในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับการเอ่ยชื่อบุคคลใด ถ้อยคำที่ให้แก้ไขคือ การระบุว่า รัฐบาลกดขี่ข่มเหงข้าราชการ ทั้งที่ไม่ควรต้องแก้ไข แต่ขณะนั้นรัฐบาลกลัวฝ่ายค้านมาก ต้องเลือกประธานสภาฯมาสู้กับตน เมื่อประธานสภาฯขอให้แก้ไขคำว่า“กดขี่ข่มเหงราชการ” จึงแก้เป็น “รัฐบาลชอบอำนาจบาตรใหญ่ข่มเหงรังแกประชาชน” แก้แล้วหนักกว่าเดิม แต่ประธานสภาฯ ไม่สามารถให้แก้เป็นครั้งที่2 ได้ ทำให้การอภิปรายวันนั้น อภิปรายไปทั้งข้อความกดขี่ข่มเหงราชการ และข้อความแก้ไขใหม่ ไม่ได้เกี่ยวกับชื่อบุคคล
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ถ้าประธานใช้ดุลพินิจห้ามใส่ชื่อบุคคลภายนอก ต่อไปจะเป็นบรรทัดฐานการใช้อำนาจของประธานฯ ได้ไปค้นคว้าข้อมูลกว่า 40ปี ตั้งแต่มีสภาฯ มีหลายครั้งที่มีการพาดพิงบุคคลภายนอก ถ้าประธานฯบอกว่า ควรถอดชื่อ โดยอ้างถึงความบกพร่อง ในมุมพวกตนมองว่า ความบกพร่องควรอยู่ในรูปแบบ เช่น ลายเซ็นไม่ครบ ไม่ถูกต้อง ถ้าเป็นการใส่ชื่อบุคคลภายนอก เราไม่เห็นด้วยการใช้ดุลพินิจแบบนี้ โดยนายวันมูหะมัดนอร์ตอบว่า ถ้าตนทำผิดก็ยินดีให้ดำเนินการตามมาตรา 157 ได้ไม่มีปัญหา
z-z1603487247937.jpg)