닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopy3ึตึค

มันสายไปแล้ว! 'ทรัมป์' ปัดข้อเสนอเจรจา 'อิหร่าน' ก่อนโจมตีเรือบรรทุกโดรนกลางทะเล ด้าน 'ศรีลังกา' ประชุมด่วน ปมเรือรบขอเข้าเทียบท่า ขณะที่เที่ยวบินตะวันออกกลางยกเลิกนับหมื่น




วันที่ 6 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า อิหร่านได้ติดต่อเข้ามาเพื่อหวังเจรจายุติสงคราม แต่สหรัฐมองว่าสายเกินไปแล้ว และยังคงเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อไป

ทรัมป์กล่าวว่า อิหร่านถามถึงโอกาสทำข้อตกลง แต่เขาตอบกลับว่า “ตอนนี้เราต้องการสู้มากกว่าที่พวกคุณอยากสู้” พร้อมยืนยันว่ากองทัพสหรัฐและพันธมิตรอย่างอิสราเอลกำลังเดินหน้าทำลายศักยภาพของอิหร่าน

ผู้นำสหรัฐยังประเมินว่า อิหร่านอาจต้องใช้เวลาถึง 10 ปีในการฟื้นฟูประเทศ พร้อมเรียกร้องให้นักการทูตอิหร่านทั่วโลกขอลี้ภัยและร่วมสร้าง “อิหร่านยุคใหม่”



สหรัฐโจมตีเรือบรรทุกโดรนอิหร่าน ไฟลุกกลางทะเล

กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐ (CENTCOM) เปิดเผยว่า กองกำลังสหรัฐได้โจมตีเรือบรรทุกโดรนของอิหร่านจนเกิดเพลิงไหม้ ระหว่างปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง

CENTCOM ระบุว่า สหรัฐจะเดินหน้าทำลายศักยภาพทางทะเลของอิหร่านต่อไป โดยเรือที่ถูกโจมตีคาดว่าเป็น IRIS Shahid Bagheri ซึ่งเป็นเรือพาณิชย์ที่ถูกดัดแปลงให้เป็นฐานปล่อยโดรนลาดตระเวนและโดรนโจมตีในทะเล

อย่างไรก็ตาม สหรัฐยังไม่เปิดเผยพิกัดการโจมตี รวมถึงรายละเอียดความเสียหายหรือจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้



ศรีลังกาถกด่วน หลังเรือรบอิหร่านขอเข้าเทียบท่า ปมเรือถูกสหรัฐยิงจม

รัฐบาลศรีลังกาเปิดเผยว่า เรือเสบียงกองทัพเรืออิหร่าน IRIS Bushehr พร้อมลูกเรือและนักเรียนนายเรือราว 270 คน ได้เข้าใกล้น่านน้ำศรีลังกาและร้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน รวมถึงขออนุญาตเข้าเทียบท่า หลังเรือรบอิหร่าน IRIS Dena ถูกเรือดำน้ำสหรัฐยิงตอร์ปิโดจมใกล้ชายฝั่งทางใต้ของประเทศเมื่อวันที่ 4 มี.ค.

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ลูกเรือเสียชีวิตอย่างน้อย 84 นาย โดยศพถูกนำไปยังเมืองแกลเพื่อชันสูตร ขณะที่ทางการศรีลังกาได้เปิดปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยร่วมกับกองทัพเรืออินเดีย

ด้านอิหร่านประณามการโจมตีของสหรัฐฯ ว่าเป็น “การกระทำโหดร้ายทางทะเล” และเตือนว่าสหรัฐฯ จะต้องเสียใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้



สงครามกระทบการบิน ตะวันออกกลางยกเลิกกว่า 11,000 เที่ยวบิน

หลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. หลายประเทศในตะวันออกกลางประกาศปิดน่านฟ้า ส่งผลให้เที่ยวบินมากกว่า 11,000 เที่ยวถูกยกเลิก และนักท่องเที่ยวกว่า 100,000 คนติดค้างอยู่ในภูมิภาค

ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบินสำคัญของโลก มีเที่ยวบินลดลงถึง 87% ภายในวันเดียว ขณะที่สนามบินหลายแห่งในภูมิภาคยกเลิกเที่ยวบินเฉลี่ยราว 91%

ล่าสุดบางสนามบินเริ่มเปิดให้บริการบางเส้นทางอีกครั้ง โดยมีรายงานว่านักท่องเที่ยวชาวอังกฤษกว่า 300,000 คนยังอยู่ระหว่างเดินทางกลับประเทศ ขณะที่สหรัฐระบุว่าได้ช่วยเหลือพลเมืองกว่า 17,500 คนออกจากตะวันออกกลางอย่างปลอดภัย