닫기

มหากาพย์ซักฟอกนายกฯ

มหากาพย์ "ซักฟอกนายกฯ" 2วัน 2คืน “เท้ง-ป้อม” ลุยเปิดแผลรัฐบาล



นับถอยหลังอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 24-25 มี.ค. ตั้งแต่เวลา 8.00 เป็นต้นไป ที่งานนี้เรียกได้ว่าฝ่ายค้านเตรียมตัวช็อตเด็ด เอกสารฐานเด็ด เอกสารแน่นเตรียมลุยกับนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว ตั้งแต่เช้ามืดยันโต้รุ่งของอีกวัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการถกเถียงมานานเกือบเดือนถึงเวลาการอภิปรายและการพาดพิงชื่อบุคคลภายนอก ที่เป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้เป็นบิดาของนางสาวแพทองธาร

ซึ่งฝ่ายค้านได้ตั้งญัตติที่จะอภิปรายนายกรัฐมนตรีไว้หลายประเด็นด้วยกัน ประกอบด้วย

ไม่มีคุณสมบัติและไม่มีความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายบริหารด้วยประการทั้งปวง ขาดภาวะผู้นำ ขาดวุฒิภาวะ ขาดความรู้ความสามารถ และขาดเจตจำนงในการบริหารราชการแผ่นดินที่แก้ปัญหาให้แก่ประเทศชาติและประชาชน ส่งผลทำลายภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศชาติ

จงใจลอยตัวอยู่เหนือปัญหาและไม่มีความรับผิดชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ เพียงเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ของตนเอง “คนในครอบครัว” และพวกพ้องเป็นตัวตั้ง อยู่เหนือผลประโยชน์ของส่วนรวม

ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติการณ์เอาเปรียบประชาชน เอาเปรียบสังคม โกหกหลอกลวง ไม่ดำเนินการตามนโยบายที่ให้สัญญาไว้กับประชาชน เป็นนั่งร้านช่วยเหลือต่างตอบแทนกลุ่มบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตย

บริหารบ้านเมืองผิดพลาดล้มเหลวอย่างร้ายแรงทั้งในด้านการเมือง การปฏิรูปกองทัพ ความมั่นคง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม ทำลายนิติรัฐ ทำลายระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา

เจตนาและปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันภายใต้การบริหารงานของตนเอง ทั้งยังทุจริตเชิงนโยบาย บริหารบ้านเมืองเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่พวกพ้องและกลุ่มทุน แต่งตั้งบุคคลที่ขาดความเหมาะสม ขาดความรู้ความสามารถ หรือไม่ซื่อสัตย์สุจริตไปเป็นรัฐมนตรีหรือตำแหน่งสำคัญอื่น

สมัครใจยินยอมให้ “บุคคลในครอบครัว” ชี้นำ ชักใย ให้กระทำการหรืองดเว้นกระทำการอันเป็นเรื่องสำคัญของชาติบ้านเมือง ประพฤติตนเป็นเสมือนนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด โดยมีบิดาเป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริงที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อการใช้อำนาจ

ซึ้งทั้งหมดนี้เป็นญัตติของฝ่ายค้านที่ได้มีการประปรุงแก้ไขจากคำว่านายทักษิณ หรือบิดา เป็น“บุคคลในครอบครัว” และที่น่าจับตาอีกครั้งคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการขึ้น อภิปรายของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หลังจากซุ่มซ้อมการอภิปรายมาอย่างยาวนาย โดยจองคิวต่อจากผู้นำฝ่ายค้านคือนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุธ หัวหน้าพรรคประชาชน ส่วนอีกคนที่น่าจับตาคือฟากฝังพรรครัฐบาลอย่าง ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ที่มีกระแสข่าวออกมาว่าจะร่วมซักฟอกกับฝ่ายค้านด้วยแต่ต้องจับตาลุ้นกันอีกทีนึงว่าจะมีช่วงไหน

ซึ่งหลังจากตัวจริงของแต่ละพรรคออกมาต่อแล้วก็จะลดหลั่นกันไปตามแต่สมาชิกที่น่าสนใจ  อย่างคนแรกนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่จะพุ่งเป้าไปที่เศรษฐกิจและโครงการเรือธงอย่างดิจิทัลวอลเล็ต นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ ออกมาเรียกน้ำจิ้มก่อนว่าจะมีหมัดเด็ดน็อคเอาท์นายกรัฐมนตรี และคนสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่คงจะหนีไม่พ้นเรื่องคอลเซ็นเตอร์ความมั่นคงทางด้านชายแดนรวมถึงเรื่องทหาร และนายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อพรรคเป็นธรรม ที่จะพุ่งเป้าไปที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเรื่องการส่งตัวชาวอุยกูร์กลับประเทศ

โดยทั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ฝ่ายค้านเท่านั้นที่เตรียมกองกำลังขุนพลเอาไว้ซักฟอกนายกแต่ยังมีฝ่ายรัฐบาลที่มาในชื่อ “ทีมพิทักษ์ข้อบังคับประชุมสภา”  กว่า 20 ราย ที่คอยโต้แย้งหรือจัดให้ภายในกรอบการอภิปรายไม่ให้นอกลู่นอกทาง

ซึ่งคาดว่าการอภิปรายครั้งนี้จะมีการมุ่งไปที่คู่ขัดแย้งของพรรคฝ่ายค้านที่เป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ คือ

นายณัฐพงษ์ ,พลเอกประวิตร ,นายวิโรจน์ พุ่งเป้า นางสาวแพทองธาร,คนในครอบครัว(บิดา)

นางสาวศิริกัญญา พุ่งเป้า นายกรัฐมนตรี,รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นายรังสิมันต์,นายกัณวีร์ พุ่งเป้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ซึ่งที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงแค่เรียกน้ำย่อย เพราะงานนี้ฝ่ายค้านจัดหนักจัดเต็มในธีม “ดีลแลกประเทศ”  ที่ก่อนหน้านี้นางสาวแพทองธารได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าดีลนี้พรรคเพื่อไทยได้อะไร ก่อนนักข่าวจะถามจี้ว่า “ได้คุณพ่อกลับมา” ทำให้นางสาวแพทองธาร ค่อนข้างมีอารมณ์ขึ้นมานิดหน่อยว่าเป็น“เรื่องนี้เรื่องเดียวตลอดไปหรือ” 

ก็ต้องติดตามรับชมการประชุมกันต่อไปว่า ในการซักฟอกวันพรุ่งนี้จะมีหลักฐานเด็ดอะไรที่สามารถ ”เปิดแผล“ และ”โรยเกลือ“เพื่อเขย่ารัฐบาล ในวันพรุ่งนี้ ตั้งแต่เวลา 8.00น. ถึง23.00 น. ของวันถัดไป