닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ(1)

อาจจะเป็นหนังม้วนยาวอีกคร้้งสำหรับศึกฮั้วสว. ภายหลังจาก ”ณฐพร โตประยูร“ อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ออกมาฟ้องร้องดำเนินคดีกับพรรคภูมิใจไทยว่า มีเอี่ยวกับการได้มาซึ่งสว.ชุดนี้ พร้อมยื่นยุบพรรคทันที

 

ร้อนถึงฟากสีน้ำ ”ศุภชัย ใจสมุทร“ ฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย ออกมาตอบโต้ว่า “จากการตรวจสอบข้อมูลจากสื่อเเขนงหนึ่งพบว่า เมื่อวันที่ 3 พย. 2564 พบว่า ณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็น 1 ใน 14 ผู้ถูกกล่าวหาคดีฟอกเงินการขายที่ดิน ของศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น วงเงิน 477 ล้านบาท หลังจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)มีความเห็นสั่งฟ้องและส่งให้อัยการพิจารณา แต่จนปัจจุบันคดียังไม่มีความเห็นสั่งฟ้องเพราะอัยการสั่งสอบเพิ่มมาหลายปี

 

แถมดีเอสไอ พบเส้นทางการเงินในส่วนของศุภชัย ศรีศุภอักษร โอนแคชเชียร์เช็คให้กับ “ณฐพร” 60 ล้านบาท รวมถึงนิติบุคคลต่างๆในเครือข่ายศุภชัยอีกจำนวนหลายสิบล้านบาท และ “ณฐพร” เคยให้สัมภาษณ์ว่าเงินดังกล่าวเป็นค่านายหน้าดำเนินการในการขายที่ดิน

 

จึงขอตั้งข้อสังเกตว่า ในเมื่อ “ณฐพร” ซึ่งมีคดีฟอกเงินที่ดีเอสไอ ที่ทำหน้าที่สอบสวนและเป็นผู้ฟ้องคดี มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่า มีสายสัมพันธ์ที่ดีและเกื้อกูลกันและจะถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเล่นงานพรรคภูมิใจไทยหรือไม่เเละคดีคืบหน้าเพียงใด”ฝ่ายกฎหมายพรรคสีน้ำเงินระบุ

 

เพราะอย่าลืมว่าณฐพรได้ระบุว่าสำนวนยุบพรรคสีน้ำเงินนั้น ต้องถามว่า “ณฐพร” ได้ข้อมูลบางส่วนจากเเหล่งใด เชื่อถือได้หรือไม่ ได้หลักฐานมาโดยชอบหรือไม่? มีใครเอื้อประโยชน์ในการได้ข้อมูลเเละสำนวนหรือไม่? หลุดถึงณฐพรได้เช่นใด!?! ตรงนี้ต้องรอคำชี้เเจงของณฐพรเเละฝ่ายที่เกี่ยวข้อง...

 

รวมทั้งคดีที่ฝ่ายกฎหมาย พรรคสีน้ำเงินเปิดประเด็นล่าสุดก็พบความผิดปกติเเละไม่โปร่งใสของนักร้องเรียนรายนี้เพื่มเติม เเละหากไล่ตรวจสอบข่าวสารที่พัวพันณฐพรนั้น ก็พบข่าวทุจริตชิ้นหนึ่งทึ่โด่งดังเมื่อสิบปีเศษที่ผ่านมาคือ

 

กรณีคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคง ตามโครงการสวัสดิการเงินกู้กองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) โดยปรากฏชื่อของณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านกฎหมาย

 

ทั้งๆที่ “ณฐพร” ปรากฏชื่อเป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในคดีฟอกเงินการขายที่ดินของศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น (เครือข่ายวัดธรรมกาย)วงเงิน 477 ล้านบาทเเละยังอาจพัวพันคดีปลอมตั๋วเงินกู้เงินอีกกรณีหนึ่ง?!?

 

โดยพบว่าเมื่อวันที่ 15 มี.ค.2561ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดีปลอมตั๋วเงิน หมายเลขดำที่ อ.134/2559 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง สัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา หรือเสี่ยบิ๊ก อดีตประธานสโมสรทีมฟุตบอลเพื่อนตำรวจ ในศึกไทยลีก และสิทธินันท์ หลอมทอง กรรมการผู้มีอำนาจบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด ร่วมกันเป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันปลอมและใช้ตั๋วเงินปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 266 (4), 268

 

ระบุพฤติการณ์ความผิดของจำเลยสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 27 ธ.ค. 2556 - 21 ก.ค. 2557 จำเลย กับบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด โดยนายสิทธินันท์ หลอมทอง กรรมการผู้มีอำนาจ และในฐานะส่วนตัว กับพวกของจำเลย ได้ร่วมกันปลอมเอกสารตั๋วแลกเงิน หรือดราฟต์ทั้งฉบับของธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด ก่อนที่จะนำตั๋วแลกเงินปลอม มูลค่า 100 ล้านดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 3,200 ล้านบาทไปแสดงต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กระทรวงศึกษาธิการ จนหลงเชื่อว่า

 

“เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันตั๋วสัญญาใช้เงินของ บริษัท บิลเลี่ยนฯ จำนวน 2,100 ล้านบาท ที่จำเลยกับพวกร่วมกันนำมาหลอกขายให้ สกสค. ทำให้ สกสค.เชื่อว่าพวกจำเลยสามารถหาหลักทรัพย์ที่มีความน่าเชื่อถือเทียบเท่ากับธนาคารเป็นอาวัล (การรับประกัน การใช้เงินตามตั๋วเงิน) กระทั่งคณะกรรมการบริหารกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ (ชพค.)ยึดถือไว้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน คัดสินจำคุกเสี่ยบิ๊กเเละพวกรวมสิบปี เเม้จำเลยจะมีการยื่นอุทธาณ์ในเวลาต่อมา เเต่ศาลพิพากษายืน

 

ช่วงเวลาหลังจากนั้นไม่นานนัก ยังพบว่า20บิ๊ก สกสค.ในบอร์ด ช.พ.ค. พร้อมเครือข่าย ‘เสี่ยบิ๊ก’ ถูกสำนักงานป.ป.ช.เชือดดาบสอง บนข้อหาพัวพันปมปล่อยกู้เงิน ช.พ.ค.ให้ ‘บิลเลี่ยน กรุ๊ป’ ของ ‘เสี่ยบิ๊ก’ 2.1 พันล้านบาท และ 400 ล้านบาท โดยมิชอบ โดยมีการใช้ “ใบหุ้นปลอม” ของสโมสรฟุตบอลเรดดิ้ง 50 ล้านหุ้น หุ้นละ 1 ปอนด์ มาวางเป็นประกัน แถมยังวาง “เช็คโฉนดที่ดิน” และ “ดราฟต์” มูลค่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3,200 ล้านบาท) ปลอมให้บอร์ด สกสค.ถือไว้

 

โดยในตอนนั้น “ณฐพร” ทำงานในซ.พ.ค. ตำเเหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ!?!

 

“ณฐพร” จะรับรู้ มีมติพัวพันอย่างไรในกรณีดังกล่าวนั้น ...ต้องรอความจริงกระจ่าง เพราะทราบว่าสำนักงานป.ป.ช.ตั้งทีมไต่สวนคดีนี้มาระยะหนึ่งเเละสอบพยาน/จำเลยที่เกี่ยวข้อง จนได้ข้อสรุปว่ามีใครบางคนในสกสค.เเละคนวงในซ.พ.ค.มีเอี่ยวกับเสี่ยบิ๊กเเละเงินก้อนนี้ !

 

เพราะพยาน จำเลยหลายคนสารภาพจนสิ้นกระเเสความ...เเละสามารถชี้มูลความผิดเพิ่มเติมกับใครบางคนได้ ในการทุจริตครั้งนี้เเต่ทราบว่ากรรมการป.ป.ช.รายหนึ่งที่ดูเเลสำนวนคดีนี้กลับไม่ขยับใดๆให้คืบหน้า?

 

งานนี้ต้องดูว่าบทสรุปของศึกนี้ใครจะพ่าย..เพราะพรรคสีน้ำเงินพร้อมท้าชนทุกกรณีเละข้อกล่าวหาของณฐพรในอดีตที่ค้นพบนั้น เจ้าตัวจะอธิบายความโปร่งใสในการทำหน้าที่นักร้อง(เรียน)เเละปกป้องประชาธิปไตยในการล้มพรรคสีน้ำเงินเเละสว.ชุดนี้อย่างโปร่งใสหรือไม่ คำตอบคงจะกระจ่างในไม่นานเกินรอ