ภท.-พท. ถึงทางตัน บ้านใหญ่บุรีรัมย์ นัดบ้านจันทร์ เคลียร์ให้จบก่อน
เพื่อไทย ภูมิใจไทยถึงทางตัน บ้านใหญ่บุรีรัมย์ นัดบ้านจันทร์ เคลียร์ให้จบก่อน ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรมต.เป็นรายบุคคล หาทางลง เลือกสว.เป็นโมฆะ
สงครามชิงอำนาจการเมือง ระหว่างขั้วอนุรักษ์นิยม ภายใต้ปรากฎการณ์ ฤทธิ์มีดสั้น ร้อง กกต. ฮั้วเลือกตั้งสว. ล้มกระดานเลือกสว.ใหม่ สส.สีน้ำเงิน 159 เสียง มีดสั้นสีน้ำเงิน ย่อมดิ้นเป็นธรรมดา กฎหมายรัฐบาล แก้รัฐธรรมนูญจะผ่านไม่ผ่าน ขึ้นอยู่กับมือ สว. สีน้ำเงิน ล้วนๆ
กกต. ที่ต้องผ่านมือ แสวง ณ สตึกทุกเรื่องก่อนที่จะเข้าประชุมชุดใหญ่ ไม่ทันใจสีแดง ก็เลยใช้ช่องทาง ดีเอสไอ รับคดีฮั้วเลือกสว. เป็นคดีพิเศษ อ้างว่า ดูหลักฐานคำร้องแล้วมีมูล
กกต.ไม่ทำ ทวี ทำเอง ไม่ใช่แค่คดีการเมือง ธรรมดา แต่เข้ามือ ดีเอสไอเมื่อไหร่ หมายถึงคดีอาญาร้ายแรง อั้งยี่ ซ่องโจร ฟอกเงิน โชว์หลักฐานคำร้องให้ดูกันชัดๆ ตามหน้าสื่อ
สว.สีน้ำเงิน ไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียวแรงมาแรงตอบโต้เตรียมร้อง ถอดถอน ทวี รมว.ยุติธรรม เตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยไม่ลงปะชามติ เพื่อไทยกับภูมิใจไทยเผชิญหน้ากันชนิดตาต่อตาฟันต่อฟัน
ทำเอาผู้สนับสนุน อย่างบ้านจันทร์และบ้านจันทร์ นั่งไม่ติดเพราะรู้ว่า ถ้า พญาช้างสารชนกัน หญ้าแพรกจะงอกงาม ผู้มากบารมีบาดเจ็บด้วยกันทั้งคู่
แจ้งพิกัด นัดเคลียร์กัน แถวรางน้ำ ระหว่างหัวหน้ากับหัวหน้า ผู้มากบารมีกับผู้มากบารมี ส่วนจะมีประเด็นดิวตี้ฟรี ติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วยหรือไม่ เป็นความลับ
จะตกลงกันได้แค่ไหน หรือไม่ จิ๊กจก ไม่ได้ร้องทักให้ได้ยิน ของแบบนี้ ดูตาไม่รู้ใจ แต่ดูความเคลื่อนไหว ระหว่าง เพื่อไทยกับภูมิใจไทย สว. กับ ดีเอสไอ ก็จะได้คำตอบเอง ก่อนจะโกโซบิ๊กเป็นเหยือฝ่ายค้าน
บรรทัดสุดท้าย ได้แต่พาดหัวข่าว ด่วน ผู้มากบารมี สองบ้าน นัดเคลียร์ใจ ยุติศึกภายในพรรคร่วมรัฐบาลปล่อยให้ดีเอสไอ สว. กกต. หาทางลงกันเอาเอง
รัฐบาลเพื่อไทยภายใต้การนำของแพทองธาร ชินวัตร ติดกับดัก พรรคร่วมรัฐบาล และความไม่มีเสถียรภาพ ดูอย่าง การแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำนั่นประไร
กระทรวงพาณิชย์ ยืนกระต่ายขาเดียว จะเอาโครงการชะลอการขายข้าว โยนภาระให้ สหกรณ์จัดการ สหกรณ์ไม่มีทั้งเงิน ทั้งโกดัง ยุงฉางในการเก็บข้าว ก็ต้องไปพึ่งโรงสี และธนาคาร เงินที่จะใช้ในโครงการมีอยู่ 150 ล้าน กับปริมาณข้าวนาปรัง ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านตัน ไม่พอยาใส้ สุดท้าย ก็ต้องให้ สหกรณ์ ไปพึ่ง โรงสี เช่ายุงเก็บข้าวในโครงการ วัดครึ่ง กรรมการครึ่ง โรงสี ที่ไหนจะมาร่วมเสี่ยง ถ้าจะให้โรงสี รับซื้อในราคาประกัน 8,500 บาทต่อตันเพราะคุณภาพข้าวนาปรัง ต่ำกว่า ข้าวนาปี เก็บรักษายากกว่า เกิดความเสียหายขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ ค่าดำเนินการ ตันละ 1พันวัดครึ่งกรรมการครึ่ง ไม่เหลือ ประกันราคาก็ไม่ได้ จำนำข้าวก็ไม่เอา จะเอาแบบนี้ อ้างจะรอขายข้าวให้ แอฟริกา ขายแบบจีทูจีให้จีน เพิ่มขึ้น จะทำให้ราคาข้าวเพิ่ิ่มขึ้น พูดง่ายแต่ทำยาก
ไม่ยอมรับฟัง ข้อเสนอ ข้อมูลของ กระทรวงเกษตร และเอกชน เกรงว่าจะเสียหน้า สุดท้ายปัญหาคาราคาซัง ไม่มีใคร อยากจะเสนอมาตรการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นนายกฯ เลขาฯนายกฯ รมว.พาณิชย์ ติดกับดักการเมือง เพราะใจไม่กว้างพอ ที่จะรับข้อเสนอในการหาทางออกให้กับภาพรวมของรัฐบาลเอง
เลยขาดมิตร แท้ สร้างแต่ศัตรูที่ถาวร
z-z1603487247937.jpg)