닫기

ปกสกู๊ปแนวนอนcopy

“ลาป่วย” ถือเป็นสิทธิพื้นฐานของพนักงานทุกคน แต่ก็มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการลาป่วยมากมาย ทั้งลาป่วยกี่วันต้องมีใบรับรองแพทย์ และนายจ้างสามารถหักเงินได้ไหม หากพนักงานลาป่วย



ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ลูกจ้างสามารถลาป่วยได้ตามระยะเวลาเท่าที่ป่วยจริงได้ โดยที่จะไม่ถูกหักเงินเป็นเวลา 30 วันทำงานต่อ 1 ปี โดยไม่ว่าจะลูกจ้างมีระยะเวลาทำงานมากน้อยเพียงใด หรือเป็นลูกจ้างประเภทใด ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้าง รายวัน รายเดือน หรือลูกจ้างทดลองงาน ย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานอย่างเท่าเทียมกัน



ถ้าถามว่าลาป่วยกี่วันต้องมีใบรับรองแพทย์ เพราะบางคนป่วยแต่ไม่อยากไปหาหมอ  “ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา32 กำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง ซึ่งการลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป กฎหมายกำหนดให้นายจ้าง "อาจ" ให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง หรือของสถานพยาบาลของทางราชการ ซึ่งกฎหมายมิได้มีบทบังคับว่าลูกจ้าง "ต้อง" แสดงใบรับรองแพทย์ทุกครั้งที่ลาป่วยเสมอไป เนื่องจากลูกจ้างบางรายอาจไม่ได้รักษาพยาบาลที่โรงพยาบาล แต่อาจรักษาพยาบาลที่สถานีอนามัย หรือซื้อยามารับประทานเองก็ได้ จึงไม่มีใบรับรองแพทย์มาแสดงต่อนายจ้าง ซึ่งลูกจ้างสามารถชี้แจงให้นายจ้างทราบถึงการลาป่วยดังกล่าวได้”



อย่างไรก็ตาม เรื่องการลาป่วยถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกันบ่อยครั้ง จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น ลูกป่วยนอนโรงพยาบาลทำมห้ผู้ปกครองต้องลางานไปเฝ้า  หรืออาจเป็นกรณีล่าสุดที่ถูกพูดถึงและเป็นกระแสดราม่า หลังเพจเฟสบุ๊คำด้โพสต์ข้อความกรณีของ สาวโรงงานแห่งหนึ่ง อายุ 30 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีประวัติลางาน แต่เมื่อถึงคราวจำเป็น ไม่สบายก็ต้องลาป่วย ช่วงวันที่ 5-9 กันยายน เจ้าตัวลาป่วยนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลด้วยอาการลำใส้ใหญ่อักเสบ หลังออหจากโรงพยาบาลอาการไม่ดีขึ้นจึงขอลาต่อวันที่ 10-12 กันยายน  และจะขอลาต่อวันที่ 13 เนื่องจากอาการไม่ดีขึ้น หะวหน้างานจึงขอใบรับรองแพทย์ แต่เจ้าตัวตัดสินใจไปทำงานในวันที่ 13 กันยายน เพราะกลัวโดนไล่ออก แต่ยืนทำงานได้ 20 นาทีก็ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลด่วน และต้องผ่าตัดด่วน เนื่องจากลำใส้เน่า กระทุ่งเสียชีวิตในวันที่ 15 กันยายน



จากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ทำให้เกิดข้อถกเถียงกันในสังคมว่าจริงๆ แล้วเราสามารถใช้สิทธิการลาป่วยได้ระยะเวลากี่วัน และต้องลากี่วันถึงจะใช้ใบรับรองแพทย์ 



แต่นี่ไม่ใช่เคสแรกและเคสสุดท้าย เพราะหลังโพสต์แรกประมาณ 18 ชั่วโมง หลังจากนั้นมีพนักงานต้องเสียชีวิตจากการเร่งทำงานเอาเป้า แม้เพื่อร่วมงานจะช่วยกะนปั๊มหัวใจยื้อชีวิต และไม่มีโรคประจำตัวก็ตาม