닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บ2ะ้ะพีั

พรรคไทยสร้างไทย จัดสัมมนาระดมสมอง เดินหน้าสร้างการเมืองสุจริต ย้ำผู้นำต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่เอื้อประโยชน์พวกพ้อง พ่วงประกาศแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องทุกพรรคการเมืองร่วมผลักดัน "สร้างการเมืองสุจริต เพื่อคุณภาพชีวิตประชาชน" ย้ำ ดัชนีทุจริตไทยตกต่ำติดต่อ2 ปี สะท้อนปัญหาคอร์รัปชันแพร่ระบาดยันองค์กรตรวจสอบ ทำลายโอกาสของประเทศ ขอทุกภาคส่วนร่วมสร้างมาตรฐานใหม่ทางการเมือง 




เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2568 ที่พรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) ดอนเมือง กรุงเทพฯ  ได้จัดสัมมนาใหญ่เพื่อระดมความคิดเห็นจากตัวแทนพรรคทั่วประเทศกว่า100คนโดยมีคณะผู้บริหารและบุคคลสำคัญของพรรคเข้าร่วม นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  ,นายโภคิน พลกุล ,นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ,นายประวัฒน์ อุตตะโมช และนายอุดมเดช รัตนเสถียร ซึ่งมีประสบการณ์ทางการเมืองและมีจุดยืนชัดเจนในการผลักดันประเทศไทยมีการเมืองโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้

บรรยากาศในงานตัวแทนพรรคที่ร่วมสัมมนาได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและเสนอแนวทางในการสร้างสังคมการเมืองที่สะอาด มีเป้าหมายหลักคือ "สร้างการเมืองสุจริต สร้างคุณภาพชีวิต และสร้างนโยบายเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน"  ที่ต้องเริ่มจากผู้นำที่มีคุณธรรมและความรับผิดชอบต่อประชาชนอย่างแท้จริง  ทั้งนี้ หลังการสัมมนาพรรค ทสท. ตกผลึกพร้อมมีมติร่วมกันว่า หากประเทศไทยต้องการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง ผู้นำทางการเมืองต้องเป็นต้นแบบของความโปร่งใสและซื่อสัตย์ โดยพรรคได้ออกแถลงการณ์เพื่อแสดงจุดยืนและข้อเรียกร้องสำคัญ ดังนี้

 
แถลงการณ์พรรค ทสท. เรื่อง ร่วมกันสร้าง "การเมืองสุจริต"เพื่อชีวิตที่มีคุณภาพของพี่น้องไทยจากสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน พรรคเห็นว่า ประเทศอยู่ในวังวนของ “การเมืองทุจริต” ไร้คุณธรรม จริยธรรม เต็มไปด้วยการโกหก หลอกลวง หักหลัง เพราะมุ่งแต่การแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเองและพวกพ้อง ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่อดอยาก ยากจน ชีวิตไม่มีคุณภาพและความมั่นคง จมอยู่กับหนี้สินและไร้โอกาส องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) ได้สำรวจดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ยกตัวอย่างเพียง 2 ปี คือ ปี พ.ศ. 2566 ได้ 35 คะแนน ,ปี พ.ศ. 2567 ได้ 34 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 107 และ 108 จาก 180 ประเทศ ขณะที่ประเทศสิงคโปร์อยู่ในอันดับที่ 5 และล่าสุดเลื่อนขึ้นมาอยู่อันดับที่ 3 และประเทศไทยยังมีคะแนนที่น้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนด้วยกัน ทั้งเวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย เพราะมีการทุจริตคอรัปชั่นเต็มบ้านเต็มเมือง ระบบราชการและองค์กรตรวจสอบการทุจริตถูกครอบงำจากฝ่ายการเมือง ทั้งที่มาจากการยึดอำนาจและการเลือกตั้ง จนทำให้คนทุจริตคนที่ทำผิดกฎหมาย ฉ้อโกง หลอกลวงประชาชนในรูปแบบต่างๆ ทั้งคนต่างประเทศและคนไทยสีเทา สีดำทั้งหลายเป็นผู้ครอบงำเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของประชาชนคนตัวเล็กแทบทุกภาคส่วน


สาเหตุสำคัญที่สุดมาจากระบบการเมืองที่ไร้คุณธรรม จริยธรรม ไม่ซื่อสัตย์ต่อประชาชน และไม่ได้ทำเพื่อประชาชนจากใจจริง แม้แต่การแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีก็ไม่ได้คำนึงถึงความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของผู้เป็นรัฐมนตรี ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มผลประโยชน์ ครอบครัว ญาติพี่น้อง และกลุ่มทุนที่สนับสนุน จึงเป็นการเข้ามาเพื่อถอนทุน สะสมทุน ไว้สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป ตลอดจนเพื่อปกป้องทุจริตและผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องเป็นสำคัญ มิหนำซ้ำ ยังมีการย้ายข้าง สลับขั้ว แตกพรรค สร้างและเลี้ยง สส.งูเห่า เพื่อให้มีคะแนนเสียงเพียงพอสำหรับการกุมอำนาจ ประชาชนจึงถูกทอดทิ้ง คงได้แต่เงินแจกที่ไปกู้มาและไม่ส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมแต่อย่างใด นโยบายสำคัญๆกลับไปตอบโจทย์กลุ่มทุนใหญ่ เช่น การสร้างเอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์และกาสิโน เป็นต้น การทรยศหักหลังพรรคตนเองของ สส. และพรรคการเมืองอื่นที่สนับสนุนการกระทำดังกล่าว จึงเป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และข้อบังคับพรรคที่มีหลักการในการสร้างพรรคการเมืองให้เข้มแข็งเป็นสถาบันการเมือง เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ทางการเมือง พรรค ทสท.จึงขอเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองออกจากวังวนของ “การเมืองทุจริต” เพื่อร่วมกันสร้าง “การเมืองสุจริต”ที่จะส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นต่อประเทศ ทำให้ประชาชนมีชีวิตมั่นคง โดยร่วมกันประกาศว่า จะป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นอย่างจริงจังและถึงที่สุด จะทำการเมืองสุจริตไม่มี สส.งูเห่า, สส.และรัฐมนตรีที่ไร้คุณธรรม จริยธรรม พรรค ทสท.ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันสนับสนุนการเมืองสุจริตให้เป็นพื้นฐานของการเมืองไทยสืบไป