닫기

ปกสกู๊ปแนวนอนcopy

“เหม็นกลิ่นต้มยำกุ้ง” สำนวนของผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองในพรรคเพื่อไทย สบดแรงแค้นฝังหุ่นข้ามหลายทศวรรษถึง “วังขุนพรหม” ซึ่งผู้ว่าแบงก์ชาติคนก่อนหน้า และคนปัจจุบัน เป็นกำลังสำคัญในยุคนั้นที่กอบกู้วิกฤติต้มยำกุ้ง แต่ผู้ทรงอิทธิพลพรรคเพื่อไทยมองเป็นเสี้ยนหนามถึงเวลาล้างบางให้สิ้นซาก

 

แถมมีการเติมน้ำมันลงบนกองไฟแห่งความแค้น โดยแบงก์ชาติกระโดดขวางนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 5.6 แสนล้านบาท จนล้มไม่เป็นท่า รัฐบาลเพื่อไทยจำใจยอมปรับตามคำแนะนำแจกเฉพาะกลุ่มเปราะบางนำร่องก่อน

 

และทิศทางแนวนโยบายทางการเงินก็ต่างกัน โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเชิงนโยบาย และค่าเงินบาทที่เห็นต่างก้นร้าวฟ้ากับเหว แบงก์ชาติเน้นหลักความมั่นคง พรรคเพื่อไทยกอดหลักฟื้นเศรษฐกิจเร็ว

 

มาถึงวันนี้รัฐบาลไม่กล้าปลด “ผู้ว่านก” เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ  เพราะอยู่ในนามพรรคร่วมรัฐบาล พรรคเพื่อไทยไม่มีอำนาจเพียงพอทำอะไรได้ตามอำเภอใจ

 

และตามพ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนดให้รมว.คลังมีอำนาจเสนอครม.ปลดผู้ว่าแบงก์ชาติได้ก็จริง  แต่ “พฤติกรรมเสื่อมเสียอย่างร้ายแรง-ทุจริตต่อหน้าที่” “ผู้ว่านก” ไม่เข้าข่ายใด ๆ รัฐบาล โดยรมว.คลังไม่สามารถหา “กระดูดในไข่” ควานหาความผิดมายัดให้ได้ แดนประหารนี้ถูกยกเลิกไป

 

หากทอดเวลารอให้ “หอกข้างแคร่” หมดวาระดำรงตำแหน่งครบ 5 ปี 1 ต.ค. 68 ยังเหลือเวลาอีก 11 เดือนเศษ ผิดหลักพิชัยสงคราม ศัตรูทางนโยบายอยู่ประชิดทำเนียบแค่วันเดียวก็นานเกินพอ

 

มีอีกประตูที่พอเห็นแสงริบหรี่ ถ้าผู้ว่าแบงก์ชาติ “มีความผิดบกพร่องในหน้าที่อย่างร้ายแรง-หย่อนความสามารถ” รมว.คลังก็สั่งปลดได้ โดยใช้อำนาจผ่าน “คณะกรรมการแบงก์ชาติ”

 

การควานหา “กระดูกในไข่” ให้ผู้ว่าแบงก์ชาติเข้าข่ายความผิด “หย่อนความสามารถ” ในทางการเมืองเป็นไปได้เสมอ

 

เป็นที่มาที่ไปพรรคเพื่อไทยดีดลูกคิดส่งนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง หนึ่งในทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ชิงตำแหน่ง “ประธานคณะกรรมการแบงก์ชาติ” เพื่อใช้แบงก์ชาติเป็นเครื่องมือสนองนโยบายของรัฐบาล โดยมีผู้ท้าชิงระดับบิ๊กข้าราชการ ทั้งนายกุลิศ สมบัติศิริ และนายสุรพล นิติไกรพจน์

 

สำหรับคณะกรรมการแบงก์ชาติ ประกอบด้วย ประธานคณะกรรมการ ผู้ว่าแบงก์ชาติ เป็นรองประธาน รองผู้ว่าแบงก์ชาติ 3 คน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ผู้ทรงคุณวุฒิที่รมว.คลังแต่งตั้ง 5 คน เป็นกรรมการ ตบท้ายด้วยผู้ว่าแบงก์ชาติเป็นผู้แต่งตั้งพนักงาน 1 คนเป็นเลขานุการ

 

ผู้ว่าแบงก์ชาติ เป็นรองประธานฯ รองผู้ว่าแบงก์ชาติ 3 คน เป็นกรรมการ เลขาธิการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เป็นกรรมการ รวม 6 คน

 

ผลการเฟ้นหา “ประธานคณะกรรมการแบงก์ชาติ” ขึ้นอยู่ที่จิตสำนึกของคณะกรรมการสรรหาประธานแบงก์ชาติ ชุดแหวกม่านประเพณีปฏิบัติหลายครั้งที่ผ่านมา โดยรมว.คลังไม่แต่งตั้งอดีตผู้ว่าแบงก์ชาติคนใดคนหนึ่งเข้ามาร่วมเป็นตะแกรงทองร่อนเลือกบุคคลที่เหมาะสม

 

หลายฝ่ายยังมีความหวังต่อต่อมจิตสำนึกของคณะกรรมการชุดนี้ กลับใจยับยั้งหายนะเศรษฐกิจของประเทศ โดยหักเหลี่ยมอำนาจ “ตึกไทย-จันทร์ส่องหล้า” เพื่ออุ้ม “วังบางขุนพรหม”

 

ท่ามกลางแรงเสียดทานทางการเมือง โดยบุคลากรในแบงก์ชาติ อดีต 4 ผู้ว่าการแบงก์ชาติ 227 นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ ภาคประชาชน ลูกศิษย์หลวงตามหาบัว ลุกฮือต้านการเมืองแทรกแบงก์ชาติ หวั่นหายนะเศรษฐกิจไทยตามมาหลอน

 

โดยเกมชิงเหลี่ยมอำนาจสะท้าน “วังขุนพรหม” ครั้งนี้ แฟนคลับส้มจี๊ดไม่เห็นลีลาฝ่ายค้านเชิงรุกแห่ง “ไทยซัมมิท-พรรคประชาชน” โชว์บทบาทให้สมกับเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ช็อกความรู้สึกของกองเชียร์จริง ๆ

 

#มะม่วงแปดริ้ว