닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บcopy

พปชร.ลั่นลุยทำหน้าที่ฝ่ายค้านเข้มแข็ง ตั้งศูนย์นโยบายและวิชาการพรรค เปิดกว้างรับข้อมูล ก่อนส่งต่อสส.ทำหน้าที่ทั้งใน-นอกสภาฯ เพื่อความหวังปชช.ขณะที่ “ลุงป้อม” อารมณ์ดี ไม่ซีเรียสปมคลิปเสียง “ไพบูลย์” เผยฟ้องแล้ว 3 คดี

สำหรับความเคลื่อนไหวพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เมื่อเวลา 15.00 น.ที่พรรคพลังพปชร.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร.เป็นประธานในการประชุมกรรมการบริหารพรรคและสส.ขณะที่ก่อนประชุม นายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรคพปชร.กล่าวถึงการยื่นฟ้องนายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ ผู้ดำเนินรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand กรณีเผยแพร่คลิปเสียงว่า ตนได้ยื่นฟ้อง 3 คดี ได้แก่ 1.คดีอาญาในเรื่องการดักฟัง 2.คดีอาญา ข้อหาหมิ่นประมาททำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และ 3.คดีแพ่ง เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท โดยให้ทนายความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อนายดนัย และรักษาการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท. รวมถึงบริษัท อสมท.ซึ่งได้ยื่นต่อสถานีตำรวจเรียบร้อยแล้ว โดยการฟ้องหมิ่นประมาทที่ศาลอาญาอยู่ระหว่างยกคำฟ้อง เข้าใจว่าจะเสร็จสัปดาห์หน้า 

เมื่อถามว่า การดักฟังตรวจสอบแล้วหรือยังเป็นฝีมือใคร นายไพบูลย์ กล่าวว่า ไปถามคุณดนัย ทั้งนี้ ตนกำลังสืบอยู่ว่าเป็นฝีมือใคร แต่ก็พอรู้ และยืนยันการดักฟัง ในประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 21 ถือว่าเป็นความผิดต่อรัฐ ต้องไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนนั้น รัฐบาลชุดใหม่ยังไม่ยกเลิกประกาศดังกล่าว จึงยังมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย ขอให้รอติดตามทั้ง 3 คดี โดยตนใช้สิทธิ์ตัวเอง ไม่ได้เป็นคำสั่งจากผู้ใหญ่

ต่อมาเวลา  16.00 น. ภายการหลังประชุมพล.อ.ประวิตร ไม่ได้ตอบคำถามกรณีคลิปเสียง เพียงอมยิ้มก่อนเดินขึ้นรถ ขณะที่นายวัน อยู่บำรุง กรรมหารบริหารพรรค ที่ลงมาส่งพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร ยังอารมณ์ ดี หัวเราะเอิ๊กอ๊าก ไม่ได้ซีเรียสอะไร  ส่วนเป็นฝีมือใครปล่อยคลิปตนไม่ทราบ เมื่อถามว่าการปล่อยคลิปเสียงดังกล่าวจะสามารถดิสเครดิต พล.อ.ประวิตรให้หายไปจากแวดวงการเมืองได้หรือไม่ นายวัน หัวเราะ พร้อมกล่าวว่า "ลุงอารมณ์ ดี ผมพูดเท่านี้" 

ต่อมา พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพปชร.แถลงว่า ที่ประชุมเห็นควรให้มีการจัดตั้งศูนย์นโยบายและวิชาการพรรคพปชร.เพื่อเป็นศูนย์การทำงานให้กับสส.และสมาชิกพรรคในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารเพื่อตอบสนองความต้องการประชาชน โดยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นหัวหน้าทีม นายอุตตม สาวนายน และนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล
เป็นทีมงานสำคัญ  

ขณะที่นายอุตตม กล่าวว่า วันนี้เรามีบทบาทเป็นพรรคฝ่ายในสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นศูนย์ที่เราตั้งขึ้น จะมีหน้าที่หลักในการสนับสนุนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของพรรค เพื่อที่จะตอบโจทย์ให้กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเชิงนโยบายหรือมาตรการที่สอดคล้องกับสถานการณ์ และยังมีหน้าที่สนับสนุน สส.และทีมงานในพื้นที่ด้วย โดยเราหวังว่า ศูนย์ของเราจะเป็นศูนย์รวมของการพัฒนาบุคลากรของพรรคพลังประชารัฐให้มีคุณภาพ เพื่อให้ประชาชนได้ข้อมูล ข่าวสารที่ถูกต้อง จากนี้พรรคพปชร.จะทำหน้าที่ติดตามและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มแข็ง 

ขณะที่นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ทุกคนที่อยู่ตรงนี้จะเป็นผู้บริหารศูนย์นโยบายและวิชาการร่วมกัน โดยเราจะไม่ได้ทำงานเฉพาะในกลุ่มของพรรคพปชร.เท่านั้น แต่จะเป็นการรวบรวมความคิดเห็นของทุกฝ่ายที่อยากจะร่วมเสนอแนะ หรือต้องการให้พรรคพลังประชารัฐดำเนินการ และจะใช้ข้อมูลในการปฎิบัติหน้าที่ทั้งในและนอกสภาฯนี่คือความเปลี่ยนแปลงพรรคพปชร.