พท.โอ่กระแสโซเชียลตอบรับดี หลังเปิดตัว 3แคนดิเดตนายกฯ วางนโยบายหาเสียงเน้นแก้ปัญหาปากท้องประชาชน
โพสต์เมื่อ : 17 ธ.ค 2568 เวลา 13:42 น.
พท.โอ่กระแสโซเชียลตอบรับดี หลังเปิดตัว 3แคนดิเดตนายกฯ วางนโยบายหาเสียงเน้นแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ประกาศลุยแจกเงินหมื่นต่อ แย้มไม่ปิดกั้นจับมือพรรคใดตั้งรัฐบาลหลังปิดหีบเลือกตั้ง
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการประชุมวางแผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อมเลือกตั้งว่า ได้ประชุมอย่างต่อเนื่องถึงการเลือกตั้ง มีการประเมินกระแสหลังจากเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯของพรรคทั้ง 3คนว่า เป็นอย่างไรในโซเชียลมีเดีย ถือว่าได้รับความสนใจสูง ส่วนนโยบายเรือธงหาเสียงนั้น ยังยึดมั่นการแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตค ปากท้องประชาชน เพราะประชาชนลำบากมานาน อย่างที่นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย นำเสนอการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ การนำเทคโนโลยี AI องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ มาเป็นสตรีมบอร์ดให้เศรษฐกิจไทยก้าวกระโดดไปอยู่ในจุดที่ควรจะเป็น ขณะที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย เสนอนโยบาย ลดค่าครองชีพ รถไฟฟ้า 20บาทตลอดสาย รถเมล์ 10บาท บ้านเพื่อคนไทย ลดความเหลื่อมล้ำและลดรายจ่ายให้ประชาชน หากค่าใช้จ่ายลดลง ความสามารถการแข่งขันจะสูงขึ้น และส่วนที่ตนนำเสนอ เช่น หวยเกษียณ การแก้ปัญหาหนี้สิน เห็นภาพชัดเจนว่า พรรคเพื่อไทยต้องการแก้ปัญหาปากท้องประชาชนเป็นหลัก และเชื่อมั่นหลักประชาธิปไตย ต้องสร้างให้ประชาชนแข็งแรง มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน คือหลักคิดพรรคเพื่อไทย
เมื่อถามว่า จะดึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ตกลับมาหรือไม่ นายจุลพันธ์ตอบว่า นโยบายนี้ถูกเสนอไปเมื่อการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ได้มีการดำเนินการให้กลุ่มเปราะบางไปแล้ว 20ล้านคน ค้างกับประชาชนอีก 20ล้านคน คิดว่าต้องดำเนินการต่อ เมื่อเราบริหารจัดการได้แล้ว จะดำเนินการให้กลุ่มที่ยังค้างอยู่ เมื่อถามว่า หากได้กลับมาเป็นรัฐบาลจะดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ตอีกครั้งหรือไม่ นายจุลพันธ์ตอบว่า ไม่ใช่นโยบาย แต่เป็นเรื่องการดำเนินการให้ครบถ้วน ส่วนจำนวนสส.ที่จะได้นั้น นายสุริยะพูดชัดเจนว่า 200บวกลบ พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคขนาดใหญ่ ได้เตรียมความพร้อมการเลือกตั้งไปไกล เชื่อมั่นว่า นโยบายจะถูกใจประชาชน รวมถึงตัวแคนดิเดตนายกฯ ถ้าการเลือกตั้งเกิดขึ้นวันนี้ อาจจะยังไม่มั่นใจจะได้สส. 200คน แต่เรามีเวลาอีก 2เดือน ทำความเข้าใจกับประชาชน เมื่อถามว่า ยังมั่นใจหรือไม่เพราะสส.เก่าของพรรคเพื่อไทยถูกดึงออกไป ขณะที่คนใหม่ที่เข้ามายังเป็นหน้าใหม่ทางการเมือง นายจุลพันธ์ตอบว่า มีทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า ผสมผสานกัน การเลือกตั้งทุกครั้งจะมีสมาชิกที่สอบได้และสอบตก สอบไม่ได้มี 30% แต่ครั้งที่แล้วเยอะกว่าปกติ อยู่ที่ 40% ครั้งนี้คิดว่าจะไม่หนีกัน ไม่ได้หมายความว่าคนที่ไปจะสอบได้ทุกคน ต้องยอมรับคนที่อยู่จะสอบได้ ไม่สามารถนำเกมเก่าๆมาวัดประชาชนได้ เป็นอำนาจตัดสินใจของประชาชน
เมื่อถามว่า หลังผลการเลือกตั้ง ถ้าตัวเลขสส.พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย เท่าๆกัน จะจับมือกันหรือไม่ นายจุลพันธ์ตอบว่า เป็นธรรมชาติหากเสียงไม่ถึงต้องมีกลไกเจรจาหารือให้ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล หากพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคอันดับ1 ต้องเป็นนายกรัฐมนตรี หากไม่ใช่ ก็ต้องเป็นพรรคที่ได้คะแนนอันดับ1 มีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลก่อน การแข่งขันทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ เมื่อจบแล้วสุดท้ายการเมืองเป็นเรื่องคณิตศาสตร์ ต้องดูใครมีจำนวนเท่าไร จะรวมอย่างไรให้ได้รัฐบาลที่แข็งแรง นโยบายพรรคขับเคลื่อนได้หรือไม่ มีอุดมการณ์หรือแนวความคิดตรงกันหรือไม่อย่างไร ขณะนี้ยังไม่ปิดกั้นจะต้องคุยกับใครหรือไม่คุยกับใคร ส่วนที่นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ อดีตนายกเทศมนตรีธัญบุรี พร้อมลูกชายย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทยนั้น แต่ละคนอาจมีเหตุผลความจำเป็น ไม่ได้คุยกับเขา เพราะไม่ได้สนิทคุ้นเคยส่วนตัว จึงไม่รู้เหตุผล ยืนยันพรรคไม่ได้ขาดแคลนผู้สมัคร ตอนนี้เต็มพื้นที่ ส่งผู้สมัครครบ 400เขตแน่นอน เปลี่ยนสังกัดพรรคถ้าเป็นเรื่องแนวคิดอุดมการณ์ก็เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเป็นการใช้อามิสสินจ้าง เรื่องเงินทองที่เรียกว่าดูดหรืองูเห่าก็เป็นอีกเรื่อง ต้องไปดูต้นสังกัดที่ย้ายไป และกระบวนการที่ใช้คืออะไร ถูกต้องหรือไม่ หากเริ่มต้นการดึงด้วยเงินทอง สิ่งตอบแทนอื่นๆ เช่น ตำแหน่งหรืออะไรก็ตาม จะนำไปสู่สังคมประชาธิปไตยบิดเบี้ยว เกิดการทุจริต ประเทศเสียหายในอนาคต
///
z-z1603487247937.jpg)