ผู้ว่าฯ ยัน ให้ความร่วมมือทุกหน่วยงานเก็บหลักฐาน ตึก สตง.ถล่ม
"ผู้ว่าฯชัชชาติ" ยัน ให้ความร่วมมือทุกหน่วยงานเก็บหลักฐาน ตึก สตง.ถล่ม - คืบหน้า เสียชีวิต 47 ราย - เผย ประสาน กต. หาข้อมูล DNA กว่า 10 ราย
เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2568 ที่ตึกก่อสร้างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าวเรื่อง กทม. ไม่ให้ความร่วมมือในการเก็บตัวอย่างของอาคารไปตรวจสอบ ว่า เมื่อวานนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ได่เรียกตน รองผูปลัด กทม. เข้าหารือและมีการสอบถามว่าต้องการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ ในส่วนของความช่วยเหลือเรามีค่อนข้างครบ แต่อาจจะมีประเด็นในเรื่องพื้นที่ที่จะขอเพิ่ม เพื่อกองวัสดุ และทางนายกฯ ได้ถามถึงเรื่องการเก็บหลักฐานว่ามีประเด็นอัไรหรือไม่ ซึ่งจริงๆ แล้วมีข่าวว่า กทม. ไม่ให้ความร่วมมือในการเก็บหลักฐาน ซึ่งต้องบอกว่าไม่มี เราอยากให้เอาหลักฐานไปให้มากที่สุด เพื่อหาคนที่รับผิดชอบให้ได้ และเราก็ให้ความร่วมมือกับทุกฝ่าย แต่อาจจะมีช่วง 2-3 วันแรก หรือช่วง 72 ชม. ที่เรามีการเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต ก็อาจจะมีการผิดพลาดที่การสื่อสาร แต่ตอนนี้เราได้ร่วมมือกับทางพิสูจน์หลักฐานกลาง กรมโยธาธิการฯ และดีเอสไอ อย่างเต็มที่ ฉะนั้นหลักการการเก็บหลักฐานนั้นเราไม่ได้เชี่ยวชาญ เนื่องจากเรามีหน้าที่ในการค้นหาผู้ที่ติดอยู่ภายใน จึงต้องมีเจ้าหน้าที่จากกรมโยธาธิการฯ มาอยู่กับเรา เพื่อระบุว่าอยากได้หลักฐานชิ้นไหน ซึ่งสามารถเอาชิ้นส่วนไปอายัดของกลางได้เลย ในส่วนนี้เราพร้อมทำให้ตลอดแต่ต้องมีเจ้าหน้าที่มาอยู่กับเรา เนื่องจากการปฎิบัติภารกิจยังคงเดินหน้าตลอดหากเจอชิ้นที่ต้องการก็จะเก็บให้เลย ตนคิดว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรร่วมมือกันได้ดี
สำหรับแผนงานของวันนี้นั้น เมื่อวานเรามีการเจาะไปที่ปล่องลิฟท์และทางหนีไฟ โดยเราเห็นหลักฐานเป็นราวจับ ขั้นบันได และมีป้ายบอกชั้น 18 แต่ไม่ได้มีโครงสร้างทางนี้ไฟที่ชัดเจน ซึ่งเจอร่างผู้ติดค้างอยู่ค่อนข้างเยอะ จำนวน 6 ร่าง คืนเราจึงใช้วิธีปาดส่วนที่เหลือให้เท่ากับจุดที่ขุดลงไปเมื่อวาน แต่ก็ไม่ได้เจอคนเยอะเนื่องจากเราไปปาดในส่วนที่ไม่ใช่ทางหนีไฟ แต่ระดับความสูงของซากอาคารก็ลดลงมาเยอะ ด้านหน้าอาคารเหลือ 12 เมตร ส่วนด้านหลังเหลือ 10 เมตร จากวันแรก 26.8 เมตร การทำงานในวันนี้คาดว่าจะลุยส่วนของปล่องลิฟท์ลงไปอีก คาดว่าจะเจอผู้ที่ตกค้างอยู่ด้านไหนเพิ่มเติมขึ้น แต่ขณะนี้เจอปัญหาอุปสรรคคือรถเสียเยอะขึ้น เกือบ 20 เคสต่อวัน โดยเรามีช่างที่รอซ่อมอยู่หน้างาน ซึ่งวันนี้รถเบอร์ 10 จะลุยงานเยอะที่สุด แต่เนื่องจากแอร์เสียจึงต้องหาช่างมาเร่งซ่อม
เมื่อถามถึงความคืบหน้าในส่วนของผู้สูญหายนั้น นายชัชชาติ ระบุว่า เมื่อเราได้ชิ้นส่วนออกมาจะให้กองพิสูจน์หลักฐานเป็นผู้ตรวจสอบ เพราะบางทีเราไม่รู้ว่าชิ้นส่วนที่เราได้มานั้นเป็นคนเดียวกันหรือไม่ โดยขณะนี้มีชิ้นส่วนที่นำออกมาแล้วประมาณ 180 ชิ้น ซึ่งก็มีทั้งส่วนที่ยืนยันแล้วว่าเป็นผู้เสียชีวิตและยังต้องรอการพิสูจน์อัตลักษณ์ โดยขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้วจำนวน 47 ราย แต่ท้ายที่สุดจำนวนที่แน่ชัดก็ต้องรอทางพิสูจน์หลักฐานเป็นผู้ยืนยัน
เมื่อถามว่าการเจอปล่องลิฟท์สะท้อนอะไรให้การค้นหาบ้าง นายชัชชาติ กล่าวว่า จากการที่ได้สัมภาษณ์ผู้ที่รอดออกมาจากชั้น 14 เขาบอกว่ายังมีเพื่อนที่วิ่งตามมาด้านหลังอีก เท่ากับว่านี่คือการวิเคราะห์ที่จะทำให้เรารู้ว่าคนอยู่จุดไหนเยอะ แต่เราได้รับข้อมูลจากผู้รับเหมาว่าในแต่ละชั้นมีคนทำงานกี่คน โดยชั้น 14-18 น่าจะมีคนงานประมาณ 30 คน ซึ่งความคิดเห็นส่วนตัวตนมองว่าชั้นล่างแผ่นดินอาจจะไม่ไหวมาก คนยังมีโอกาสวิ่งหนีออกมาจากบันไดหนีไฟได้ทัน เราจึงอาจเจอคนในช่วงบริเวณดังกล่าวเยอะ ซึ่งก็สอดคล้องกับทีมนานาชาติที่มีการชี้ระบุว่าจุดนี้น่าจะมีคนอยู่เยอะ โดยปล่องลิปดังกล่าวนั้นอยู่ในลักษณะที่ปูนเข้าไปอัดอยู่ด้านในเต็ม
เมื่อถามถึงการขนปูนไปทิ้งนั้นจะมีเศษชิ้นส่วนของมนุษย์ติดไปบ้างหรือไม่ นายชัชชาติ ระบุว่า จริงๆ แล้วก็มีโอกาสติดไปบ้าง แต่เราก็พยายามทำให้มั่นใจว่าไม่มีอะไรติดค้างไป นั่นคือก่อนที่จะส่งไปก็พยายามสกรีนแล้วว่าไม่มีชิ้นส่วนติดค้างไปด้วย แต่ก็อาจจะมีหลุดไปบ้างเนื่องจากมีปริมาณมาก โดยเราก็จะใช้สุนัข K9 ช่วย เนื่องจากมีจมูกที่ใช้ในการดมกลิ่นได้ไวกว่ามนุษย์ รวมถึงใช้ตาสังเกตเองด้วย
ในขณะนี้เรื่องที่เร่งดำเนินการมากที่สุดคือการตรวจพิสูจน์ DNA ซึ่งขณะนี้ยังมีส่วนที่ไม่ได้รับข้อมูลอีกกว่า 10 คน ที่อยู่ระหว่างการประสานกับกระทรวงต่างประเทศว่าจะสามารถหาข้อมูล DNA ส่วนนี้ได้อย่างไร
z-z1603487247937.jpg)