ปีแห่งซ่อนเหลี่ยมชิงอำนาจเหลียวหลังการเมือง 2567
ปีแห่งซ่อนเหลี่ยมชิงอำนาจเหลียวหลังการเมือง 2567
เหตุบ้านการเมืองรอบ 365 วัน เต็มไปด้วยความปั่นป่วน ระทึกบนสมรภูมินิติสงคราม ซ่อนเหลี่ยมชิงอำนาจ ประเดิมระทึกขวัญ พรรคก้าวไกลถูกยุบ มีพฤติการณ์กระทำการล้มล้างการปกครอง กิโยตินตัดหัว นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และแกนนำ ถ่ายเลือดแถวสามขึ้นมาทดแทน “เท้งเต้ง” นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ขึ้นนำทัพ สวมปลอกแขนผู้นำฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ยังไม่เข้าตากรรมการ
แต่ผลนิด้าโพลท้ายปีชี้ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งที่ประชาชนสนับสนุนให้เป็นนายกฯ และพรรคประชาชนยังครองใจเป็นอันดับหนึ่ง เหนือกว่าทั้งตัวบุคลอย่าง “แพทองโพย” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และเหนือกว่าพรรคเพื่อไทย ที่ตามมาเป็นอันดับสอง ชนิดต้องเจ็บกระดองใจ
แม้มีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็น“คิงเมกเกอร์” ตัวเปลี่ยนเกมทางการเมือง แต่ในฐานะตัวประกันของชนชั้นปกครอง ยังถูกชนักปักหลังหลายดอก
โดยเฉพาะปม “ชั้น14”วีวีไอพี ป่วยจริงหรือไม่ถึงถูกย้ายตัวออกจากเรือนจำกลางดึกมาโรงพยาบาลตำรวจ จนได้รักพักโทษกลับบ้านจันทร์ส่องหล้า ยังถูกตรวจสอบจากหลายฝ่าย เสียวสันหลังว๊าบเมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ตั้งคณะไต่สวนชุดใหญ่มีป.ป.ช.เต็มคณะร่วมเฟ้นเค้นสอบ12 ขรก.เอื้อ “ทักษิณ” นอนชั้น14
หลายฝ่ายยังมองนายทักษิณ ปีกหนึ่งเป็นตัวประกันของชั้นปกครอง มีภารกิจสยบค่ายส้มให้ราบคาบและเปิดประตูปูพรมแดงให้น้องสาวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับไทยแบบเท่ ๆ เข้าทางคำประกาศตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ที่จัดนอกเรือนจำหรือไม่ ยังถูกวิจารณ์กันขรม
อีกปีกยังถูกจับตาตีสองหน้า รู้กันกับ “เสี่ยเอก” นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าที่มีบทบาทต่อค่ายส้ม หวยจึงออกที่ “นายกฯนิด” นายเศรษฐา ทวีสิน ผู้สวมเป็นเซลล์แมนประเทศไทย ตระเวนเดินสายต่างประเทศถี่ยิบพบซีอีโอทุนใหญ่ระดับโลก จีบมาลงทุนในไทย หวัง “ฟื้นเศรษฐกิจ ฟื้นท่องเที่ยว”
แต่การบริหารงานไม่ได้โรยด้วยกรีบกุหลาบ ผลงานชิ้นโบว์แดงแสลงใจไม่ปรากฏ ผลงานชิ้นโบว์ดำมาบดบัง “ดิจิทัลวอลเล็ต” พัดลมยักษ์ตัวสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจ เป็นได้แค่ความกดอากาศต่ำ แจ้งเกิดไม่ได้ตามไทม์ไลน์
ความเคลื่อนไหวของคน “บ้านจันทร์ส่องหล้า” อำนาจบารมีคับแก้ว เกิดปรากฏการณ์อำนาจซ้อนอำนาจ “ตึกไทยคู่ฟ้า” ประเทศไทยมีนายกฯ ตามพฤตินัยและนายกฯ ตามนิตินัย
ภาพนั้นหมดไป เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นายเศรษฐา ทวีสิน หลุดตำแหน่งนายกฯ ฐานฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง หลังตั้งนายพิชิต ชื่นบาน ยาสามัญประจำตระกูลชินวัตร เป็นรมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่ถูก กลุ่ม 40 สว.ยุคคสช.แต่งตั้งเข้าชื่อร้องเอาผิด
นายทักษิณตีอกชกอากาศฟาดใส่ “คนมีบ้านในป่า” เปิดหมากเขย่าเก้าอี้นายกฯ แต่สถานการณ์ไม่เป็นใจ ตั้งแต่พรรคก้าวไกลถูกยุบก่อนล่วงหน้าแค่สัปดาห์เดียว รับมือทันปิดประตูให้สส.ทุกคนเซ็นชื่อสมัครพรรคประชาชนภายใน 24 ชั่วโมง ไม่มีงูเห่าสักตัวเลื้อยเพ่นพ่าน
สัปดาห์ถัดมานายเศรษฐาเจอเข้าบ้าง บ้านจันทร์ส่องหล้านัดแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล “ปาร์ตี้มาม่า” รวบรัดตัดตอนกระชับอำนาจ เกมเขย่านายกฯของคนมีบ้านในป่าจึงเป็นหมัน
พรรคเพื่อไทยปฏิบัติการสายฟ้าแลบเคาะชื่อ “อิ๊งค์” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จับไม้แห่งอำนาจเป็นนายกฯต่อ โดยเอาศัตรูคู่แข่งร่วม 2 ทศวรรษ พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมหัวจมท้าย ถีบ “ตระกูลวงษ์สุวรรณ” ปีกพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พ้นวงโคจรรัฐบาล ไปเป็นฝ่ายค้าน ดึง 20 สส.กลุ่มร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา เลขาธิการพรรคพลังประชาชน เข้าร่วมในนามโควต้าพรรคอื่น
บ้านจันทร์ส่องหล้าสะสางแค้น “ชวน หลีกภัย” อดีตผู้นำจิตวิญญาณแห่งพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับพรรคเพื่อไทยมาตลอด เอาให้กระอักเลือด เอาคืน “ตระกูลวงษ์สุวรรณ” ที่เขย่าเก้าอี้นายกฯ
“ทีมงานบ้านป่า” ราวีหนักหน่วง ลากนายทักษิณและพรรคเพื่อไทย เข้าสู่สมรภูมินิติสงครามอีกรอบ โดยยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญข้อหาล้มล้างการปกครอง และเปิดพรรคพลังประชารัฐฉีกแผลเอ็มโอยู 44 นายทักษิณและพรรคเพื่อไทยหลุดบ่วงข้อหาล้มล้างฯ แต่ยังสลัดภาพเอ็มโอยู 44 มีผลประโยชน์ทับซ้อนไม่ได้
“ทักษิณ-อิ๊งค์-เพื่อไทย” ยังเผชิญมรสุมข้อร้องเรียนยาวเป็นหางว่าว “ทักษิณ” คิด “รัฐบาล” ทำ เจออีกดอก “ครอบงำสั่งการรัฐบาล” “อิ๊งค์” ต้องออกมาเคลียร์คัต “ครอบครอง ไม่ครองงำ”
ในเชิงบริหาร “อิ๊งค์” ถูกเจาะยางมีเงาของ “ทักษิณ” ซ้อนทับ แม้ทุ่มงบประมาณเทกระจาดลดแลกแจกแถมให้ประชาชน แก้ปัญหาปากท้อง สะสาปัญหาเฉพาะหน้า ภาวะผู้นำยังต้องลุ้นกันวันต่อวัน
ขนาดมีจังหวะกดปุ่มแจก “ดิจิทัลวอลเล็ต” เฟสแรกฝนตกเป็นหย่อม ๆ เฉพาะกลุ่มคนเปราะบาง เฟส 2 ประเคนให้กลุ่มผู้สูงอายุฉลองตรุษจีนปี 68 จากนโยบายเรือธง เป็นได้แค่นโยบายเรือเกลือ ศรัทธาของพรรคเพื่อไทยยังไม่ฟื้นคืนกลับมา
สภาพพรรคร่วมรัฐบาลเสียงในสภาแข็งโป๊ก ไม่มีวันถูกล้มโดยฝ่ายค้าน ยกเว้นพรรคเพื่อไทยที่ถือธงนำฝ่ายอนุรักษ์นิยมกล้าหักพรรคภูมิใจไทย ที่ยืนหนึ่งเลือดสีน้ำเงินข้นคัก ตลอดศกเหยียบเล็บขบกันมาตลอด ตั้งแต่กฎหมายเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ รื้อกฎหมายกลาโหมตัดตอนอำนาจกองทัพอยู่ในมือรัฐบาลพลเรือน แก้รัฐธรรมนูญปมจริยธรรม
หนักสุดสส.“ค่ายเซราะกราว” ภูมิใจไทยสนับสนุนเกณฑ์เสียงข้างมากสองชั้นผ่านประชามติแก้รัฐธรรมนูญ สอดคล้องวุฒิสภาที่เสียงข้างมามีมติไปก่อนหน้า หักมติวิปรัฐบาล ฉีกหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ให้สนับสนุนเกณฑ์เสียงข้างมากชั้นเดียว กฎหมายประชามติต้องห้อยเท้งเต้ง 180 วัน ก่อนที่ประชุมสภาฯ ยืนยันอีกครั้ง โดยไม่ต้องง้อวุฒิสภาสายสีน้ำเงิน แต่มันเสียเวลา
ขนาด “ครูใหญ่” นายเนวิน ชิดชอบ มุดเข้าถ้ำเสือบ้านจันทร์สองหล้า “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกรอบก๊วนกอล์ฟวีวีไอพีกับผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองถึง 2 รอบ เคลียร์ใจทีละเปราะ เกิดปัญหาหนักข้อที ออกรอบที รัฐบาลบริหารงานสะดุดเป็นระยะ
เสมือนปม “สนามกอล์ฟอัลไพน์” ถ่วงขาพรรคเพื่อไทย ปม “เขากระโดง” ถ่วงตุ้มพรรคภูมิใจไทย บีบนวดตรวจสอบดึงจังหวะทางการเมือง เย่อกันถึงขั้นกวาดต้อนบ้านใหญ่ชิงชัยศึกเลือกตั้งนายกอบจ.หลายสนาม ระดับชาติ-ระดับท้องถิ่นต่าง “ซ่อนเหลี่ยมชิงอำนาจ”
ด้วยสภาพรัฐบาลผสม “อิ๊งค์” (ต้อง)ถูกเลือกให้เป็นนายกฯ ผู้ทรงอิทธิพลการเมืองไม่เฟื่องฟูเหมือนเดิม ค่ายสีน้ำเงินถือดุลอำนาจประเทศเพิ่ม อำนาจเก่ายังไม่ยอมหยุดราวี ชนชั้นปกครองกำลังจัดระเบียบบ้านเมือง เปรียบเหมือนอำนาจแต่ละขั้วชิงจังหวะถืออำนาจนำ “ทีมการเมืองThe room 44” ขอชี้ว่าปี 2567 คือ ปี “ซ่อนเหลี่ยมชิงอำนาจ”
“ทีมการเมืองThe room 44”
z-z1603487247937.jpg)