닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopyะุึีุึคต

ปรินซ์คอมเพล็กซ์! อดีตฐานใหญ่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ 'กัมพูชา-เกาหลีใต้' จับมือลุยปราบอาชญากรรมข้ามชาติ เผยจับแล้ว 3,455 คนจาก 20 สัญชาติ 



เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2568 ทีมเจ้าหน้าที่คณะทำงานร่วมของเกาหลีใต้ นำโดย คิม จินอา ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางเยือนกัมพูชาเพื่อหารือการจัดการปัญหาการหลอกลวงการจ้างงานและการหลอกลวงออนไลน์ที่มีชาวเกาหลีใต้ตกเป็นเหยื่อเพิ่มมากขึ้น

โดยทางการกัมพูชายังได้นำคณะผู้แทนและสื่อเกาหลีใต้ไปเยี่ยมชม “ปรินซ์คอมเพล็กซ์” อดีตฐานแก๊งมิจฉาชีพที่ใหญ่ที่สุดในกัมพูชา ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดตาแก้ว ทางตอนใต้ของประเทศ ห่างจากพนมเปญราว 40 กม.

ภายในปรินซ์คอมเพล็กซ์ได้ถูกเปิดเผยต่อสื่อมวลชนเกาหลีเป็นครั้งแรก

ปรินซ์คอมเพล็กซ์เป็นแหล่งเครือข่ายอาชญากรรมขนาดใหญ่ที่ชาวต่างชาติ รวมถึงชาวเกาหลี ถูกควบคุมตัวและบังคับใช้แรงงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อโทรศัพท์หลอกลวงเหยื่อ

อย่างไรก็ตาม หลังจากการปราบปรามครั้งใหญ่ของตำรวจท้องถิ่นในปีนี้ นับตั้งแต่เดือน มิ.ย. เป็นต้นมา ปรินซ์คอมเพล็กซ์ได้ถูกควบคุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารประมาณ 30 นาย

ภายในปรินซ์คอมเพล็กซ์มีห้องสำนักงานที่ต้องสงสัยว่าเคยใช้สำหรับให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรหลอกลวงเหยื่อ รวมถึงมีร้านอาหารขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับคนได้มากกว่า 500 คน

ผู้สื่อข่าวยอมฮับรายงานว่า เห็นแผงขายอาหารข้างในที่มีเมนูอาหารจีนติดไว้ด้วย โดยร้านค้าส่วนใหญ่ในฐานนี้บริหารงานโดยชาวจีนที่หัวหน้าแก๊งชาวจีนจ้างมา และจ้างชาวกัมพูชาซึ่งมีค่าจ้างแรงงานค่อนข้างต่ำเป็นลูกจ้าง

เจ้าของร้านค้าในเครือข่ายอาชญากรรมจะทำเงินจากการขายอาหารและสินค้าในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดให้กับผู้ที่ถูกจับมาเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ขณะที่ภายในสำนักงาน พบทั้งโต๊ะ เก้าอี้ และเหยือกน้ำขนาดใหญ่ 10 ใบที่ยังอยู่ในห่อพลาสติก นอกจากนี้ ในหอพักที่กักขังชาวเกาหลีใต้และชาวต่างชาติอื่น ๆ พบว่ามีผ้าห่มและเสื้อผ้ากระจัดกระจายอยู่โดยไม่มีใครแตะต้อง

เมื่อ พัค ซองจู ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนแห่งชาติ ถามว่า “คุณจัดการกับคอมเพล็กซ์นี้ได้อย่างไร” เจ้าหน้าที่อาวุโสจากคณะกรรมการปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์ของกัมพูชา อธิบายว่า “เราได้รับรายงานการฉ้อโกงทางออนไลน์และเริ่มการสืบสวนแล้ว เมื่อตำรวจมาถึง คนร้ายได้หลบหนีไปแล้ว เหลือเพียงอุปกรณ์ของพวกเขาไว้”

เจ้าหน้าที่กล่าวเสริมว่า “เราได้สืบสวนข่าวกรองอย่างละเอียดแล้ว แต่เป็นเรื่องน่าเสียดายที่คนร้ายหลบหนีไปได้”

ชาวกัมพูชาในพื้นที่ยังเปิดเผยกับสื่อเกาหลีใต้ว่า ฐานแก๊งมิจฉาชีพหลายแห่งมีหอพักที่แออัด ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ขายของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน ร้านซักรีด ร้านตัดผม และแม้แต่บาร์

นี่เป็นเพราะในเครือข่ายอาชญากรรมที่ค่อนข้างใหญ่ มีคน 4,000 ถึง 5,000 คน รวมถึงผู้จัดการและผู้ที่ถูกจับมา ทุกคนต้องอาศัยอยู่ในสถานที่เดียวอย่างถาวร จึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

คิม จินอา เน้นย้ำว่า “การฉ้อโกงออนไลน์มีการจัดการอย่างเป็นระบบมากขึ้น และเครือข่ายเชื่อมโยงกันข้ามพรมแดน ความร่วมมือระหว่างสองประเทศมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตอบสนองอย่างรวดเร็วและการดำเนินการที่เหมาะสม”

กัมพูชาประกาศเมื่อวันที่ 16 ต.ค. ได้จับกุมบุคคล 3,455 คน จาก 20 สัญชาติ ในปฏิบัติการปราบปรามแก็งมิจฉาชีพใน 18 จังหวัด รวมถึงกรุงพนมเปญ ระหว่างวันที่ 27 ก.ค. ถึง 14 ส.ค.

บุคคลเหล่านี้ได้ก่ออาชญากรรมต่าง ๆ เช่น การฆาตกรรม การค้ามนุษย์ และการฉ้อโกงออนไลน์ ทำให้การปราบปรามครั้งนี้เป็นการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่สุดในกัมพูชาในปีนี้