닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ-Recovered-Recovered-Recovered

ภาพลักษณ์ “ลวง” ประเทศ “ฟรีวีซ่า” เอื้อทุนจีน บทสรุป อนาคตไทยอยู่ในมือคนไทยจริงหรือ…???

 

วันที่ 3 มี.ค. 2568 เส้นทางเลียบริมฟุตบาท ตลอดสองข้างทาง ที่เต็มไปด้วยกลุ่มทุนจีนเข้ามาประกอบธุรกิจในไทย ทำให้เกิดคำถามว่า " ปัจจุบันเรื่องนี้มีกฎหมายเข้ามารองรับแล้วหรือไม่ " ?


“ไชน่าทาวน์ แห่งที่ 2” คือชื่อขนานนามของย่านห้วยขวางแห่งนี้ แม้ว่าระหว่างสองข้างทางเป็นเพียงแค่ตรอกซอยที่คับแคบ แต่พื้นที่ทุกอณูกลับเต็มไปด้วย "คนจีน"


ผู้สื่อข่าว The Room 44 ลองไปเดินสำรวจย่านนี้ ตั้งแต่ช่วงเวลา 15.00-19.00 น. พบว่า มีคนไทยบางตา ขณะที่ส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เป็นกลุ่มคนจีนทั้งสิ้น


โดยคนจีนส่วนใหม่มาเพื่อปักฐานอาศัยอยู่ที่นี่ พร้อมทั้งประกอบธุรกิจในไทยเป็นจำนวนมาก เมื่อสอบถามถึงข้อมูลเชิงลึกจากประชาชนที่อยู่มานาน บอกว่า คนจีนที่มาอยู่ย่านนี้ ได้แต่งงานกับคนไทย หลังจากนั้นก็ออกมาประกอบธุรกิจ


สอดคล้องกับข้อมูลที่ นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการอาวุโส สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ ว่า "ถ้าคนจีนเขาอยากมีลูก เขาแต่งงานกับคนจีนด้วยกันไม่ง่ายกว่าหรือ ทำไมต้องมาแต่งงานกับคนไทย นี่ยังคงเป็นคำถามที่น่าสนใจ อีกทั้งแหล่งที่พักก็เป็นของคนจีนทั้งนั้น


และเมื่อมองในทางกฎหมาย ในการประกอบธุรกิจของกลุ่มคนจีน นายปรเมศวร์ ระบุว่า การประกอบธุรกิจในประเทศไทยของกลุ่มคนจีนตามหลักของกฎหมายไม่สามารถทำได้ เพราะจะสงวนสิทธิ์ให้กับคนในประเทศก่อน แต่การประกาศให้ชาวจีนสามารถเข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า หรือ ฟรีวีซ่า ทำให้คนจีนมองช่องว่างตรงนี้เพื่อเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ รวมถึงประชากรคนจีน มีเยอะ กว่าคนไทย อีกทั้งคนจีนส่วนใหญ่เป็นคนที่มีฐานะร่ำรวย และอาจนำมาสู่ช่องโหว่ในเรื่องของการเอื้อประโยชน์กับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งในประเทศไทยเอง


ไม่เพียงเท่านั้น ประเทศไทยยังชะล่าใจกับการให้คนจีนเข้ามา เพราะคิดว่าเป็นการฟื้นสภาพเศรษฐกิจให้ดีขึ้น แต่หากย้อนมาดูถึงข้อเท็จจริง ปัจจุบันคนจีนกลับเอาสินค้าในประเทศมาขายในไทย ส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาประเทศไทย ก็ให้ความสนใจในสินค้าของประเทศจีนมากกว่า เพราะมีราคาราคาถูก ดังนั้น เรื่องที่รัฐบาลควรจะเข้มงวด คือเรื่องของฟรีวีซ่า เพราะนอกจากอนาคตที่ไทยจะไม่ได้ผลประโยชน์ ยังเป็นการตอกย้ำคนจีนยึดครองประเทศได้ด้วย


The Room 44 ชวนคุณผู้ชม มาตั้งคำถามถึงประเด็นดังกล่าวว่า “ความจริง” กับ “ข้อกฎหมาย” ที่สวนทางกัน เป็นการเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มใดหรือไม่ ? และทิศทางการกำหนดกวาดล้าง “ทุนจีน” ในไทย จะมีให้เห็นเป็นรูปธรรมเมื่อไหร่ รอติดตาม