닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บ2ะัพะัพะั

ปมถือหุ้น สะเทือนเก้าอี้ “พีรพันธุ์”



จากกรณีมีการเผยแพร่เอกสารแบบแสดงข้อมูลของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งมีการตั้งข้อสงสัยว่า การดำรงตำแหน่งของนายพีระพันธุ์อาจมีปัญหาข้อกฎหมาย ในเอกสารแบบแสดงข้อมูล นายพีระพันธุ์ ทำเครื่องหมายยืนยันว่า “ไม่มีหุ้นหรือหุ้นส่วนในบริษัทใด” (ข้อ 1) ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่า คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมีการถือหุ้นในบริษัทจำกัดอยู่ (ข้อ 2.2)

อย่างไรก็ตาม แม้ตัวของนายพีระพันธุ์ เองไม่ได้ถือหุ้น แต่คู่สมรสและบุตรยังถือหุ้นอยู่ แต่ทว่ารัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.การจัดการหุ้นฯ 2543 ไม่ได้เพียงกำหนดห้ามแต่ตัวรัฐมนตรี หากยังครอบคลุมถึง ผลประโยชน์ที่อาจได้จากคู่สมรสและบุตรด้วย

ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า ในการแต่งตั้งรัฐมนตรี โดยปกติแล้ว นายกรัฐมนตรี จะส่งรายชื่อ ให้กับเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อประสานงานกับผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ เพื่อให้มากรอกแบบประวัติ เพื่อยืนยันว่าตัวเองมีตรวจสอบคุณสมบัติ ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

และในส่วนของการถือหุ้น นอกจากที่เจ้าตัวจะตรวจสอบและยืนยันมาเองแล้วนั้น สำนักเลขาธิการครม. ก็จะตรวจสอบกับ ตลาดหลักทรัพย์ และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ว่า แต่รัฐมนตรีแค่ละคน มีการถือหุ้น ที่ไหน อย่างไรบ้าง เพื่อเป็นข้อมูล ในการ cross check กับที่รัฐมนตรีกรอกมา รวมทั้ง เพื่อให้ รัฐมนตรีได้ดำเนินการตามกรอบกฎหมาย เช่น ต้องโอนหุ้นออก และ แจ้งกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต(ปปช.) เป็นต้น

สิ่งที่ต้องตั้งคำถาม คือ ตอนที่กรอกข้อมูลในแบบประวัติ นายพีระพันธุ์ กรอกว่าอะไร ถ้ากรอกว่า ไม่มีหุ้น หรือ มีแต่ไม่เกินร้อยละ 5 จะถือว่ากรอกข้อมูลเท็จหรือไม่ จงใจปกปิดข้อมูลไม่ให้นายกฯ ซึ่งเป็นคนแต่งตั้งทราบหรือไม่ และถามว่าสำนักเลขาธิการครม. ได้ตรวจสอบประเด็นนี้และรายงานให้นายกฯทราบหรือไม่


รายชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการถือหุ้น

ข้อมูลการถือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ นายพีระพันธุ์ และครอบครัว ประกอบด้วยบริษัทต่าง ๆ เช่น

บริษัท รพีโสภาค จำกัด

บริษัท โสภา คอลเล็คชั่นส์ จำกัด

บริษัท วีพี แอโร่เทค จำกัด

บริษัท พี แอนด์ เอส แลนด์ แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด