ปฏิบัติการค้น 7 บริษัทปูน พร้อมหมายจับ "นายทุนจีน" เอี่ยวบริษัทไชน่าเรลเวย์
โพสต์เมื่อ : 16 พ.ค 2568 เวลา 4:17 น.
"ดีเอสไอ-โยธาฯ-สมอ.-นิติวิทย์" เปิดปฏิบัติการค้น 7 พื้นที่ บริษัทปูน พร้อมหมายจับ "นายทุนจีน" เอี่ยวบริษัทไชน่าเรลเวย์
วันที่ 16 พ.ค. 68 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 32/2568 ความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือคดีนอมินี บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีการออกหมายเรียกพยานวิศวกรภายใต้กิจการร่วมค้า PKW จำนวน 40 ราย เข้าให้ปากคำชี้แจงกรณีมีรายชื่อและลายเซ็นปรากฏในเอกสารควบคุมงานตึก สตง. ตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย.68-2 พ.ค.68 สรุปผลการให้ปากคำ แบ่งเป็น ยอมรับว่าเซ็นควบคุมงานตึก สตง. จริง จำนวน 8 ราย และให้การว่าถูกปลอมลายเซ็น จำนวน 30 ราย ปัจจุบันพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างคัดแยกถ้อยคำให้การของพยานวิศวกร เพื่อพิจารณานำเข้าสำนวนคดีนอมินี ก่อนสรุปสำนวน มีความเห็นทางคดีส่งพนักงานอัยการคดีพิเศษภายในกรอบเวลาสิ้นเดือน พ.ค. หลังจากที่ก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องฝากขัง 4 ผู้ต้องหากลุ่มแรกต่อศาลอาญารัชดาภิเษก และศาลอนุญาตปล่อยชั่วคราว ประกอบด้วย 3 กรรมการคนไทยของบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ นายประจวบ ศิริเขตร นายมานัส ศรีอนันท์ และนายโสภณ มีชัย ส่วนกรรมการคนจีน นายชวนหลิง จาง ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 08.00 น. คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 32/2568 เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ดีเอสไอได้มีการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งพยานเอกสาร พยานวัตถุ และมีการสอบสวนปากคำกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (แห่งใหม่) หรือ สตง. มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการสอบสวนปากคำพยานกรรมการบริษัท ตามสัญญา 3 ฉบับ ได้แก่ 1.สัญญาการก่อสร้าง โดยกิจการร่วมค้า ITD-CREC : บริษัท อิตาเลียนไทยดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด 2.สัญญาการออกแบบ โดยบริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ฟอ-รัม อาร์คิเทค จำกัด 3.สัญญาการควบคุมงาน โดยกิจการร่วมค้า PKW และยังมีการสอบสวนปากคำพยานวิศวกรกิจการร่วมค้า PKW รวม 38 ราย กรณีปรากฏชื่อและลายเซ็นในเอกสารควบคุมงานก่อสร้างตึก สตง. ต่อมามีผลสรุปการให้ปากคำของวิศวกร ดังนี้ ยอมรับว่ามีการเซ็นควบคุมงานตึก สตง. จริง จำนวน 8 ราย และให้การว่าถูกปลอมลายเซ็น จำนวน 30 ราย นอกจากนี้ ดีเอสไอยังได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานกลาง เจ้าหน้าที่ ปภ. เจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมือง เจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ลงพื้นที่ไซต์งานชั่วคราว อายัดเอกสารสำคัญเกี่ยวกับการก่อสร้างกว่า 121 ลัง และลงพื้นที่เกิดเหตุ ตรวจยึดตัวอย่างคอริ่งปูน ส่วนผนังปล่องลิฟต์ เสาอาคาร เหล็ก ส่งนำตรวจพิสูจน์
คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เผยอีกว่า จากการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องหลายสัปดาห์ตั้งแต่เกิดเหตุ ล่าสุดวันนี้ พนักงานสอบสวนได้นัดหมายประชุมวาระสำคัญในเวลา 08.00 น. โดยมี พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นประธานการประชุม เพื่อเตรียมเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 7 จุดในกรุงเทพฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย
จุดที่ 1 บริษัทคอนกรีต กทม. ย่านรามอินทรา
จุดที่ 2 บริษัทคอนกรีต กทม. ย่านบางกะปิ
จุดที่ 3 บริษัทคอนกรีต กทม. ย่านห้วยขวาง
จุดที่ 4 บริษัทคอนกรีต กทม. ย่านบางพลัด
จุดที่ 5 บริษัท คอนกรีต ย่านนนทบุรี
จุดที่ 6 หน่วยผลิตคอนกรีต นนทบุรี
จุดที่ 7 หน่วยคอนกรีตย่านนทบุรี
นอกจากนี้ ยังได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ “นายบินลิง วู” นายทุนชาวจีนคนสำคัญ ซึ่งเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ในความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือนอมินี
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในที่ประชุมของคณะพนักงานสอบสวนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่า พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมด้วย ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกดีเอสไอ พ.ต.ท.อมร หงษ์ศรีทอง ผอ.กองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (กองคดีฮั้วประมูล) นางภัทรพร วิจิตรทัศนา ผอ.ส่วน 2 กองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ และคณะพนักงานสอบสวน ร่วมกับเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมือง เจ้าหน้าที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ประชุมหารือแบ่งงาน เปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 7 จุด โดยแบ่งเจ้าหน้าที่ออกเป็น 7 ชุด ร่วมบูรณาการกันทั้งหมด เพื่อทำการตรวจค้นพยานเอกสาร พยานวัตถุ สอบสวนปากคำพยานบุคคล ยึดและอายัดเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ตรวจสอบในคดี
z-z1603487247937.jpg)