ปชน. ชงหั่นอำนาจสว. จุ้นแก้รัฐธรรมนูญ
พรรคประชาชนชงแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา 17 ฉบับ ลุยแก้หลังเปิดสมัยประชุมสภา เล็งหั่นอำนาจสว.จุ้นแก้รธน. ตัดทิ้งไม่ต้องมีเสียง1ใน3 รับรองในวาระ1และ3 พร้อมเปิดทางพรรคฝ่ายค้านยึดเก้าอี้ประธานและรองประธานสภาฯได้
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาถึงความเคลื่อนไหวการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อรัฐสภา ที่มีการกำหนดกรอบการพิจารณาวาระแก้รัฐธรรมนูญในช่วงเปิดสมัยประชุมสภาฯว่า ล่าสุดมีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตรามาแล้ว 17ฉบับ เป็นของพรรคประชาชนทั้งหมด มีร่างแก้ไขที่น่าสนใจ อาทิ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา256ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เสนอโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ มีสาระสำคัญคือ แก้ไขการโหวตลงมติแก้รัฐธรรมนูญในวาระ1 และวาระ3 ต้องได้คะแนนเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาฯ และในจำนวนนี้ต้องเสียงสส.เห็นชอบไม่น้อยกว่า 2ใน3 ของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร จากเดิมระบุให้การลงมติแก้รัฐธรรมนูญวาระ1และ3 ต้องได้คะแนนเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาฯ และในจำนวนนี้ต้องเสียงสว.เห็นชอบไม่น้อยกว่า 1ใน3 ของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ในวุฒิสภา
ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา106 ว่าด้วยการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เสนอโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ มีสาระสำคัญคือ แก้ไขให้พรรคการเมืองที่เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สามารถมีสส.ดำรงตำแหน่งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ จากเดิมที่ห้ามพรรคการเมืองฝ่ายค้านมีสส.เป็นประธานหรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา129 ว่าด้วยหน้าที่และอำนาจของ คณะกรรมาธิการ เสนอแก้ไขเพิ่มอำนาจคณะกรรมาธิการให้สอบสวนข้อเท็จจริงได้ และมีอำนาจออกคำสั่งเรียกเอกสาร หรือบุคคลใดมาชี้แจงต่อกมธ. โดยให้คำสั่งเรียกดังกล่าวมีผลตามที่กฎหมายบัญญัติ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของกมธ.ในการทำหน้าที่ จากเดิมกำหนดหน้าที่กมธ.เพียงสอบหาข้อเท็จจริง หากบุคคลใดไม่ร่วมมือมาชี้แจงต่อกมธ.ไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา50 การบังคับเกณฑ์ทหารในยามปกติที่ไม่มีภัยสงคราม เสนอแก้ไขให้การรับราชการทหาร เมื่อมีภัยสงครามหรือเหตุที่ประเทศเผชิญสงครามในระยะเวลาอันใกล้ตามที่กฎหมายกำหนด ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา236 ว่าด้วยการยื่นตรวจสอบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เสนอแก้ไขให้อำนาจสมาชิกรัฐสภาดำเนินการผ่านประธานรัฐสภา โดยกำหนดให้ประธานรัฐสภาหลังได้รับเรื่องต้องส่งให้ประธานศาลฎีกาทันที จากเดิมที่กำหนดให้ประธานรัฐสภาต้องใช้ดุลยพินิจจะส่งให้ประธานศาลฎีกาหรือไม่
z-z1603487247937.jpg)