닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บcopy

ปคม.ตามจับแก๊งขนโรฮิงญา ตายคาตู้ทึบ พบเงินหมุนเวียนหลายสิบล้านบาท

     

เจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุมนายสมเกียรติ หรือบังกอล์ฟ สำเภาทอง อายุ 30 ปี ,นายณัฐวุฒิ หรือนัท เนียมหอม อายุ 20 ปี และนายพงษ์พิศณุ หรือไอซ์ เกตุเหล็ก อายุ 20 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดหลังสวน ตามลำดับที่ 220,221,222 /2567 ลงวันที่ 30 ต.ค.67 ขัอหาร่วมกันให้ที่พัก อาศัย ช่วยเหลือ หรือช่วยด้วยประการใดๆแก่บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย เพื่อให้พ้นการจับกุม จับกุมนายสมเกียรติ ได้ในพื้นที่ ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ส่วนนายพงษ์พิศณุ และนาย นายณัฐวุฒิ จับได้ย่านลาดกระบัง 
     

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 67 ตำรวจสภ.หลังสวน ได้รับแจ้งพบกลุ่มคนต่างด้าวชาวโรฮิงญา ถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้ 26 คน ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 3 คน เหตุเกิดพื้นที่ ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ต่อมาช่วงค่ำตำรวจทางหลวงชะอำ สามารถสกัดจับรถต้องสงสัย ได้ที่บริเวณถนนเพชรเกษมขาเข้า กทม. เขตอ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พร้อมจับกุมนายเสกสรร กระเสาร์ อายุ 21 ปี และนายพิทักษ์ ธารณะกลาง อายุ 30 ปี เอาไว้ได้ แจ้งข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” และ “ร่วมกันให้ที่พักอาศัย ช่วยเหลือหรือช่วยด้วยประการใดๆแก่บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาญาจัการโดยผิดกฎหมาย เพื่อให้พ้นการจับกุม“ สอบสวนขยายผลทราบว่า ผู่ต้องหาทั้ง 2 คน รับกลุ่มชาวพม่าโรฮิงญา ดังกล่าว มาจากย่านลาดกระบัง จะนำทั้งหมดไปที่จุดพักคอยอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อรอเดินทางต่อไปประเทศมาเลเซีย เมื่อขับรถกระบะ มาถึงที่เกิดเหตุชาวโรฮิงญา ได้ทุบรถจากกระบะท้าย เมื่อลงมาตรวจสอบสอบพบว่า กลุ่มชาวโรฮิงญาในนั้นมีผู้เสียชีวิต 3 ราย จึงไล่ทั้งหมดลงจากรถแล้วขับหลบหนีไป ส่วนการขนคนงานต่างด้าวครั้งนี้ ได้รับว่าจ้างมาจากนายสมเกียรติ หรือบังกอล์ฟ  กับพวก เจ้าหน้าที่กก.5.บก.ปคม. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลจังหวัดหลังสวนออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย กระทั่งตามจับกุมตัวทั้งหมดได้ดังกล่าว
   

เบื้องต้นสอบสวนนายสมเกียรติ หรือบังกอล์ฟ รับสารภาพว่า รับงานขนคนต่างด้าวชาวพม่าได้ค่าหัวคนบะ 3 พันบาท และจ้างรุ่นน้องที่เคยขับรถตู้ทึบด้วยกัน วันละ 500-1000 บาท เพื่อช่วยเหลือในการหาโรงแรมรายวันเพื่อจัดเตรียมที่พักให้กลุ่มคนต่างด้าว ส่วนนายพงษ์พิศณุ และนาย นายณัฐวุฒิ ให้การรับสารภาพ เช่นกัน นำตัวทั้ง 3 รายส่งสภ.หลังสวน จ.ชุมพร ดำเนินคดีต่อไป
   

จากการตรวจสอบบัญชีของนายสมเกียรติ ยังพบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีเกือบ 20 ล้านบาท ช่วง10 เดือนในปี 67 ด้วย