ป.ป.ช.แบะท่าบุกโรงพยาบาลตำรวจ สืบข้อเท็จจริงคดีทักษิณ ชั้น14
ป.ป.ช.แบะท่าบุกโรงพยาบาลตำรวจ สืบข้อเท็จจริงคดีทักษิณ ชั้น14 โยนองค์คณะชี้ขาดเรียก”ทักษิณ - นายกฯอิ๊งค์”ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ขณะที่คดี44อดีตสส.ก้าวไกล ผิดจริยธรรมร้ายแรงได้ข้อมูลเกือบครบถ้วนแล้ว
ที่รัฐสภา นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เข้าให้ข้อมูลป.ป.ช. เพื่อตรวจสอบกรณีการพักรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจว่า ได้ไต่สวนทั้งพยานบุคคล และมีคำสั่งหมายเรียกพยานเอกสารหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเสนอองค์คณะที่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการไต่สวน ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องเรียกนายทักษิณมาให้ถ้อยคำต่อองค์คณะไต่สวนหรือไม่ นายสาโรจน์ตอบว่า ถ้าคณะกรรมการป.ป.ช. เห็นว่ามีพยานบุคคลใด มีความจำเป็นต้องเข้าให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง ก็จะมีมติให้ไต่สวน ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า จะต้องเรียกบุคคลใดมาสอบบ้าง แต่ในหลักการบุคคลที่เกี่ยวข้อง และทำให้ข้อเท็จจริงถูกต้องครบถ้วน ป.ป.ช.จะพิจารณาเรียกเข้ามาให้ข้อมูล ส่วนที่พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์เสนอให้เรียกน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและครอบครัวของนายทักษิณที่เข้าเยี่ยมนายทักษิณ ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ มาให้ถ้อยคำด้วยนั้น เป็นเรื่องที่กรรมการป.ป.ช.จะพิจารณาว่าเป็นบุคคลเกี่ยวข้องกับประเด็นที่ไต่สวนอยู่หรือไม่ ต้องเชิญเข้ามาให้ข้อมูลหรือไม่ แต่หลักการคือต้องได้ข้อมูล ถูกต้องครบถ้วนมากที่สุด
เมื่อถามว่า ป.ป.ช.ต้องลงพื้นที่ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจหรือไม่ นายสาโรจน์ตอบว่า เป็นประเด็นที่ต้องพิจารณา เพราะโรงพยาบาลตำรวจเป็นสถานที่เกิดเหตุ ป.ป.ช.อาจมีดุลพินิจให้ไปตรวจสอบว่า มีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องที่ไต่สวนมากน้อยเพียงใด ถ้าดูตามเนื้อหาอาจมีเหตุต้องไป การทำงานของป.ป.ช.ไม่มีความกดดัน เป็นกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐาน วันนี้ยังไม่ไปถึงขั้นตอนแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลใด เป็นการไต่สวนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำเรื่องนี้ ยืนยันกระบวนการไต่สวนไม่ล่าช้า สาระสำคัญอยู่ที่ความครบถ้วนของข้อเท็จจริง และพยานหลักฐาน แต่ต้องให้ความเป็นธรรม ทั้งต่อผู้ถูกกล่าวหา และผู้กล่าวหา ทำให้ครบถ้วน
นายสาโรจน์ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาไต่สวน อดีต44สส.พรรคก้าวไกล คดีผิดจริยธรรมร้ายแรง กรณีลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า ป.ป.ช.ได้ตั้งกรรมการไต่สวน รวบรวมพยานหลักฐานทำมาอย่างต่อเนื่อง ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่รับผิดชอบว่า ดำเนินการรวบรวมหลักฐานทั้งพยานบุคคล พยานเอกสารค่อนข้างครบถ้วน ขั้นตอนต่อไปต้องนำเสนอข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่อคณะกรรมการไต่สวนที่คณะกรรมการป.ป.ช.มอบหมายมาพิจารณา เป็นกระบวนการปกติ หลังจากพิจารณาแล้วได้ข้อสรุปจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลใดหรือไม่ต่อไป การดำเนินการต้องพิจารณาพฤติการณ์เป็นรายบุคคลว่า มีบุคคลใดเข้าข่าย หรือมีพยานหลักฐานฟังว่า เป็นผู้ทำความผิด เข้าข่ายการฝ่าฝืนจริยธรรมหรือไม่
z-z1603487247937.jpg)