บุกค้นโรงชำแหละ "หมูเถื่อน" สร้างมลพิษ จนชาวบ้านในชุมชนทนไม่ไหว
ตำรวจปทส.ร่วมปศุสัตว์ เปิดปฎิบัติการ บุกค้นโรงชำแหละ "หมูเถื่อน" กลางกรุง ผงะ!!! วางซากหมูบนถนนทางเดิน เลือดไหลนองเต็มพื้น สร้างมลพิษ จนชาวบ้านในชุมชนทนไม่ไหว
เจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุม นายธนะพล กองสุวรรณ์ อายุ 41 ปี ข้อหาเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์เข้าเขตโรคระบาดชั่วคราว เขตโรคระบาด หรือเขตเฝ้าระวังโรคระบาด โดยไม่ได้รับอนุญาตจากสัตวแพทย์ประจำเขต เนื่องจากพื้นที่กรุงเทพมหานครประกาศเป็นเขตเฝ้าระวังโรคระบาดชนิดอหิวาต์แอฟริกาในสุกร พร้อมตรวจยึดซากสุกร จำนวน 1,800 กิโลกรัม หลังเข้าตรวจค้นโรงชำแหละซากสุกรไม่มีชื่อ แขวงและเขตบางชื่อ
การตรวจค้นจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจาก ตำรวจ กก.1 บก.ปทส.และ สารวัตรปศุสัตว์ไซเบอร์ กองสารวัตรและกักกัน ปศุสัตว์พื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้รับการร้องเรียนว่าโรงชำแหละซากสุกรไม่มีชื่อ ดังกล่าว ลักลอบเคลื่อนย้ายเนื้อและชิ้นส่วนสุกรมาจากพื้นที่ต่างๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ทราบแหล่งที่มา เพื่อนำไปขายตามสถานที่ต่างๆ จากการตรวจสอบพบมีการขนย้ายไม่ถูกสุขอนามัย อาจทำให้มีการปนเปื้อนเชื้อก่อโรคที่ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และประกอบกิจการที่ไม่ถูกสุขอนามัย ในพื้นที่ใกล้เคียง กลิ่นเหม็นเป็นปัญหามลพิษทางอากาศ และเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรค สร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง
หลังรับเรื่องร้องเรียน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปทส.พร้อม เจ้าหน้าที่ กรมปศุสัตว์ ร่วมกันนำกำลังตรวจสอบ พบโรงชำแหละซากสุกร ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ในซอยที่มีบ้านเรือนประชาชนหนาแน่น มีใบอนุญาตประกอยสถานชำแหละถูกต้อง แต่การจัดเก็บไท่ถูกสุขลักษณะ มีการนำซากสุกรวางไว้ตามพื้นทางเดิน เลือดไหลนองตามพื้นถนนจำนวนมาก ไม่มีภาชนะหรือสิ่งใดๆปกคลุม สร้างความเดือดร้อนด้านมลพิษทั้งกลื่นและความสกปรกให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก
ขณะตรวจค้น นายธนะพล แสดงตัวเป็นเจ้าของ นำเข้าตรวจสอบโรงชำแหละ พบซากสุกร มีปริมาณทั้งหมด 7,500 กิโลกรัม มีเอกสารถูกต้องเพียง 5,700 กิโลกรัม ส่วนซากสุกรอีก 1,800 กิโลกรัม ไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงแหล่งที่มาได้ จึงแจ้งข้อหาพร้อมนำตัวนายธนะพล ส่ง กก.1.บก.ปทส. ดำเนินคดีตามกฏหมาย
ส่วนซากสุกร 1,800 กิโลกรัมที่ตรวจยึดไว้ กรมปศุสัตว์จะนำไปทำลายโดยการฝังหรือเผาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป นอกจากนี้ยังได้เก็บตัวอย่างเนื้อสุกร ส่งตรวจหาเชื้อก่อโรคระบาดตาม พ.ร.บ. โรคระบาดสัตว์ ด้วย
สำหรับการปฏิบัติงานตรวจค้นครั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภคเป็นหลัก เนื่องจากเนื้อสัตว์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา ไม่มีการตรวจสอบใดๆ ไม่ถูกสุขลักษณะ ทำให้มีความเสี่ยงที่เนื้อสัตว์ ที่จะวางจำหน่ายให้กับผู้บริโภคปนเปื้อนเชื้อโรคสูง อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค และเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคระบาดที่สำคัญ หรืออันตรายจากสารตกค้าง เช่น สารเร่งเนื้อแดง ฮอร์โมน และยาปฏิชีวนะ เป็นต้น ส่งผลต่อสุขภาพของผู้บริโภคและอาจทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
z-z1603487247937.jpg)