นายกฯอนุทิน สั่งเร่งโอนเยียวยาน้ำท่วมใต้ แก้ขั้นตอนเอกสาร–ช่วยผู้เช่า–คงงบคนละครึ่งพลัส
โพสต์เมื่อ : 1 ธ.ค 2568 เวลา 13:44 น.
นายกฯอนุทิน สั่งเร่งโอนเยียวยาน้ำท่วมใต้ แก้ขั้นตอนเอกสาร–ช่วยผู้เช่า–คงงบคนละครึ่งพลัส ลั่นต้องปฏิรูปกฎหมายเตือนภัย–ยกระดับการอพยพประชาชนให้มีประสิทธิภาพ
วันที่ 1 ธ.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 6/2568 ว่าส่วนใหญ่เป็นเรื่องเยียวยา เป็นการกลั่นกรองหลายๆเรื่องก่อนเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อถามว่าในพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 2 ล้านบาท นอกพื้นที่จะจ่ายเหมือนกันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าขึ้นอยู่กับภัย ซึ่งมีระดับและขั้นตอนอยู่ เมื่อถามว่าจะนำเข้าที่ประชุมครม.ถึงความชัดเจนตรงนี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้เราให้การช่วยเหลือ อุทกภัยภาคใต้มี 5 จังหวัด ส่วนใหญ่จะพยายามใช้หลักเดียวกัน ขอตอบแค่นี้ เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านออกมาติงเรื่องการแยกเยียวยาผู้เสียชีวิตทำให้เกิดความยุ่งยาก นายอนุทิน กล่าวว่า รับฟัง เมื่อถามว่าอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) บอกไม่ต้องใช้สำเนาในเรื่องเอกสารเยียวยา แต่ยังมีภาพประชาชนยื่นถ่ายสำเนาเอกสาร ข้อสรุปเป็นอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า สั่งการให้แก้ไขแล้ว ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตนให้อยู่ในพื้นที่เพื่อบัญชาการ ก่อนที่เราจะลงไปช่วยกันผวจ.สงขลารับทุกด้าน ก็ต้องไปแบ่งเบาภาระของท่าน ทั้งอธิบดีปภ. อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รวมถึงรองปลัดกระทรวงมหาดไทย อยู่ที่นั่นเพื่อเร่งแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการสำรวจและเร่งโอนเงิน วันนี้เริ่มทยอยโอนเงินลงไปแล้ว แต่ยังมีเรื่องของผู้ที่เช่าบ้านผู้ที่อยู่บ้านเช่าก็จะให้ผู้นำชุมชนรับรองมาเราก็จะจ่าย เพราะเป็นเงินเยียวยา ส่วนเจ้าของบ้านจะไปได้ในสิทธิ์ของค่าซ่อมแซมบ้าน และยืนยันสถานการณ์น้ำท่วมไม่กระทบโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 แต่ในส่วนของการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่หาดใหญ่ คงไม่สามารถจัดได้
เมื่อถามว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่อำเภอหาดใหญ่ กระทรวงมหาดไทยจะต้องปรับกลไกตรงไหนอย่างไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องดูเรื่องการป้องกัน ซึ่งผวจ.ตามกฎหมายจะประกาศเป็นเขตภัยพิบัติได้ก็ต่อเมื่อภัยพิบัติเกิดขึ้น ตนดูแล้วมันย้อนแย้ง การป้องกันสาธารณภัยภารกิจส่วนใหญ่ได้แต่บรรเทา แต่การป้องกันกลับติด จึงต้องมานั่งคิดถึงการแก้กฎระเบียบหรือกฎหมายเพื่อให้ประสิทธิภาพในการเตือนภัยหรือการเตรียมพร้อมอพยพผู้คนดีกว่านี้ จะต้องมีประสิทธิภาพสูงมาก ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราต้องเร่งดำเนินการแก้ไข เมื่อถามว่าการประชาสัมพันธ์ข้อมูลของภาครัฐเวลาแจ้งเตือน ประชาชนไม่เชื่อเป็นเพราะเขาไม่มั่นใจอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “เราคงต้องสื่อสารต้องมีการซ้อมให้ประชาชนตื่นตัว วัฒนธรรมของพวกเรา น้ำท่วมชั้นล่างก็ไปชั้นสอง น้ำท่วมชั้นสองก็ไปชั้นสาม ท่วมชั้นสามก็ขึ้นหลังคา เราเป็นมนุษย์ติดบ้านไม่อยากไปไหนที่ไม่ใช่บ้านของเรา ผมไปอยู่ในพื้นที่ก็เห็น จึงต้องมาเน้นการนำประชาชนออกจากบ้านและให้กลับบ้านโดยเร็วที่สุด เพราะทราบดีทุกคนคิดถึงและเป็นห่วงบ้าน เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้แล้วต้องทำให้เขาเห็น และต้องให้ความร่วมมือมากๆในเรื่องการป้องกัน เตรียมพร้อม เชื่อฟังคำเตือนต่างๆ ซึ่งผู้สื่อข่าวก็เห็น cell broadcast ก็ทำงาน ในชุมชนก็ได้บอกว่าจะมีน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งมีสิ่งบอกเหตุที่ได้ถ่ายทอดไป แต่วันนี้มันเกินที่จะพูดแล้วว่าใครเชื่อหรือไม่เชื่อ ใครเตือนหรือไม่เตือน ไม่มีประโยชน์ วันนี้ทุกคนประสบภัย ไม่ว่าจะคนทำงานหรือผู้ประสบภัย ฉะนั้นมองไปข้างหน้าแล้วเร่งแก้ไขให้เขากลับคืนสู่สภาวะปกติให้เร็วที่สุด ส่วนผู้ปฏิบัติอย่างพวกตนต้องมาคิดเรื่องการป้องกันให้กับพวกเขามากที่สุดด้วยทุกเทคโนโลยีที่มีอยู่” เมื่อถามว่า บางฝ่ายพยายามเชื่อมโยงเรื่องการโยกย้ายข้าราชการเป็นการเมือง นายกฯกล่าวว่า ก็ให้เขาเชื่อมโยงไป แต่ตนบอกว่าไม่มีไม่เกี่ยว เขาไม่ได้ทำงานแต่พวกตนทำงาน
z-z1603487247937.jpg)